การส่งตีสิสในตำนาน 1
post date :
24/05/2007 06:35:38
ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไงดีเหมือนกัน สำหรับนวนิยายอิงชีวิตจริงเรื่องนี้
ขืนเล่าตั้งแต่ตอนทำตีสิส มีหวังได้ออกมาเป็น 100 หน้าแน่ๆ เพราะ 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา ช่างพบเจออุปสรรคมากมายเหลือเกิน
ไอ้ครั้นจะเล่าตั้งแต่ลงมือเขียน ก็อุปสรรคมากมายไม่แพ้กัน แก้แล้วแก้อีกอยู่ไม่รู้กี่หกเจ็ดแปดรอบ ขนาดสอบพรีเซ็นต์ผ่านแล้ว จารย์ก็บอกว่ายังต้องกลับมาแก้อีก ถ้าไม่อย่างงั้นจะไม่ให้เกรด ช่วงอาทิตย์ก่อนส่งครั้งสุดท้ายจึงเป็นอาทิตย์แห่งการอดหลับอดนอน นั่งหลังโกง จดจ้องอยู่หน้าจอคอมพ์ ทีนึงเป็นเวลา 10 กว่าชั่วโมงติดต่อกัน น้ำ ปกติก็ยิ่งไม่ได้อาบอยู่แล้ว นี่ยิ่งไม่ได้อาบยิ่งขึ้นไปใหญ่ สิวเม็ดเป้งผุดตัวขึ้นที่จมูก ร่างกายทรุดโทรม บริโภคแต่ คาเฟอีน นิโคติน คาเฟอีน นิโคติน เป็นหวัด ท้องเสีย ร้อนใน ทำงานที ทำถึงเช้า ทำจนสลบ ตื่นมาอีกทีก็ค่ำแล้ว ไม่เคยจะได้เห็นแสงตะวัน ไอ้สิ่งที่จำต้องแก้ ก็ชวนหงุดหงิดใจเป็นที่สุด ต้องมานั่งเสียเวลากับการตรวจถี่เรื่องฟอร์แม็ท สารบัญเนื้อหา สารบัญรูปภาพ สารบัญตารางก็ต้องทำให้ครบ ต้องทำกราฟให้สวยงาม จัดหน้าให้เรียบร้อย เลขบทต้องเป็นเลขโรมัน ขอบซ้ายต้องห่าง 3.81 ซม. ขอบขวา ขอบบน ขอบล่าง ห้ามต่ำกว่า 2.54 ซม. อ้างอิงต้องใส่ชื่อผู้เขียน แล้วก็ต้องคอมม่าก่อนถึงจะใส่ปี (Yeebud, 2006) หลังคำว่า Fig ต้องมีจุดทุกครั้ง หน้าแรกของทุกๆ บทห้ามใส่เลขหน้า ฯลฯ..
นี่ยังดีว่าเขียนเป็นภาษาอังกฤษ เท่านี้ก็โดนด่าเยอะแล้ว ว่าชอบบรรยายอะไรๆ ยาวไป ดูไม่เป็นวิทยาศาสตร์ แล้วถ้าเกิดเขียนเป็นภาษาไทย แทบจะนึกไม่ออกเลยว่าจารย์จะว่ายังไงมั่ง เพราะมันต้องมีการบรรยายฉากพฤติกรรมสังวาสของปลาหมึกโดยละเอียด ตัวผู้เอาหนวดเข้าลูบคลำตัวเมียจากทางด้านหลัง ก่อนจะรวบตัวเธอพลิกกลับมาด้านหน้า ประกบปากเข้าหากัน จากนั้นจึงเริ่มลงมือเอาหนวดเข้าไปควักเอาฝักเสปิร์มของตัวเองออกมา แล้วสอดใส่เข้าไปตรงบริเวณเยื่อริมฝีปากของตัวเมีย.. ขืนเขียนแบบนี้สงสัยไม่ผ่านแน่ๆ เลยว่ะ โชคดีแล้วที่ตัดสินใจเขียนเป็นภาษาอังกฤษ
นอกจากกรำงานแล้ว อาทิตย์นั้นยังเป็นอาทิตย์แห่งการหมดตูดอีกด้วย ช่วงที่ผ่านมาแทบจะไม่มีรายได้เลย เงินเก็บจากการสอนหนังสือ พิมพ์หนังสือต่างๆ ก็ได้ทำปฏิกริยาสันดาปกับอ็อกซิเจนจนกลายเป็นคาร์บอนไดอ็อกไซด์ไปแทบจะหมดอยู่แล้ว มือถือตังค์หมดก็ไม่มีจะจ่าย จะโทรติดต่อธุระอะไรกับใครก็โทรออกไม่ได้ อินเตอร์เน็ตก็เจ๊ง เพราะดันจ่ายแต่ค่าเน็ต ลืมจ่ายค่ารักษาเบอร์โทรซึ่งมันเป็นบิลคนละใบกัน ไม่ได้จ่ายมา 9 เดือน ในที่สุดเค้าก็ตัด จะติดตั้งใหม่ ก็ต้องทำเรื่องขอทั้งเบอร์ทั้งเน็ตใหม่ทั้งหมด มิหนำซ้ำ วันศุกร์ก่อนส่งงาน (เส้นตายวันจันทร์) เคราะห์ซ้ำยำซัด กระเป๋าตังหายไปเลยทั้งดุ้น! กินๆ ข้าวอยู่ร้านสีฟ้า พอขับรถกลับมาถึงบ้านอีกทีไม่มีแล้ว ตังค์ในนั้นมีอยู่ไม่เท่าไหร่หรอก แต่บัติประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ ATM อะไรต่างๆ หายหมด จะโทรไปอายัติก็ขี้คร้านเพราะในธนาคารมีเหลืออยู่ไม่ถึง 300 บาท ที่เจ็บใจคือ เป็นกระเป๋าตังค์ที่ใช้มาตั้งแต่มอ 3 ไม่เคยหาย ใช้มาได้เกือบจะ 15 ปี ทำไมมันต้องมาหายเอาตอนนี้ด้วยวะ.. นอนก็ไม่ได้นอนมาทั้งคืน ต้องขับรถย้อนกลับไป มุดหาตรงนู้นตรงนี้ เดินดุ่มๆ เอาไฟฉายส่องหาตามท่อตามพุ่มไม้ ค่ำๆ มืดๆ สุดท้ายได้แต่ไปโรงพักไปฝากเรื่องไว้กับตำรวจ ถ้ามีคนเอามาส่งคืนรบกวนช่วยโทรมาบอกผมด้วยนะก๊าบบ.. เหอะๆ ฝันไปเถอะมึง พลเมืองดีหายากยิ่งกว่างมเป็ดในทะเลสาปเด๊ดซีซะอีก คาดว่าร้อยเวรแกคงคิดในใจ
กลับมาถึงบ้าน.. แอร์เสีย! ร้อนตับจะแตก นอนก็นอนไม่หลับ.. ช่างแอร์เข้ามาดูวันรุ่งขึ้น บอกว่าบ้านคุณนี่เดินไฟไว้ไม่ดีตั้งแต่แรก พอปิดสวิทซ์แอร์แล้วไฟมันก็ยังไม่ตัด ไฟมันยังเข้าเครื่องตลอด ทำให้ตัวคอมเพรสเซอร์มันเสียง่าย แป๊บเดียวๆ ก็เจ๊งตลอด.. เหลืออีกวันเดียวจะต้องส่งงานแล้ว จะนั่งทำก็ทำไม่ได้ เจอผีช่างแอร์ตีนดำ ตัวเหม็น เข้ามาทำกุงกังๆ อยู่ในห้องเป็นเวลากว่าชม.ๆ กว่าจะซ่อมเสร็จ พอช่างแอร์ไป จะเริ่มทำงาน ยังมิวายโดนพ่อกับแม่เรียกออกไปนั่งเทศน์อีกเป็นชั่วโมง เนี่ยแอร์มันใช้ไม่รู้จักบันยะบันยัง เปิดตลอดเวลามันก็เสียแบบนี้แหละ เนี่ย ต่อไปนี้ต้องสรุปบทเรียนแล้วนะ โตป่านนี้แล้วยังไม่มีความรับผิดชอบ ทำตัวเป็น last minute man จะส่งงานอยู่มะรืนนี้แล้วก็ยังไม่เสร็จอีก ใครเค้าเรียนปริญญาโทกัน 4 ปีแบบเธอบ้าง เพื่อนๆ จบทำงานไปถึงไหนๆ แล้ว นี่ support ตัวเองก็ยังไม่ได้ ทำตัวแบบนี้ ขืนทุนเค้าไล่ออก ให้ชดใช้ 10 ล้านขึ้นมาจะว่ายังไง แม่เป็นคนเซ็นค้ำประกันนะ.. งานบ้านก็ไม่ยอมช่วย นอนก็ไม่เป็นเวลา เรียนวิทย์เสียเปล่า แต่ใช้ชีวิตไม่เป็นวิทยาศาสตร์.. ด้านสังคมก็แย่ อยู่แต่ในห้องตัวเอง ขาดความสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์อื่นๆ.. เรื่องความสำเร็จภายนอก พ่อกับแม่ไม่ได้คาดหวังอะไรจากแทนหรอกนะ แต่อยากให้แทนรู้จักใช้ชีวิตให้มันดีกว่านี้ พัฒนาจิตใจให้มันมีความเป็นมนุษย์มากขึ้นหน่อย..
ข้านั่งก้มหน้าฟังอย่างเก็บกด คิดอยู่ว่า ถ้าเป็นห่วงอนาคตผมจริง กรุณาช่วยปล่อยผมไปทำงานทีเถอะครับ.. ไอ้ส่วนที่เค้าว่ามาแล้วจริงก็ไม่อยากจะเถียงหรอกนะ แต่ไอ้ส่วนที่มันไม่ตรงกับความจริงนี่สิ แอร์เปิดเยอะมันก็เสีย ก็ช่างเค้าเพิ่งบอกอยู่หยกๆ ว่ามันเป็นที่การเดินไฟผิด เถียงไปก็โดนหาว่าแก้ตัว ร้อนตัว รู้มากกว่าพ่อแม่ ครั้นจะไม่เถียงเลยก็ต้องนั่งกล้ำกลืนฝืนทน ฟังในสิ่งที่เราเห็นๆ อยู่ ว่ามันไม่ใช่ ใครเค้าเรียนปริญญาโทกัน 4 ปีบ้าง ก็ แล้วไอ้เพื่อนที่มันเข้าพร้อมกัน จะจบอยู่พร้อมๆ กันนี่ล่ะ ไม่นับเหรอ? รุ่นน้องคนนึงยังเรียนโทมา 5 ปีแล้วเลย เพราะมันทำวิจัยเรื่องการเปลี่ยนแปลงของป่า กว่าจะเสร็จได้ก็ต้องเก็บข้อมูลกันหลายปี เรียนสายวิทย์มันก็ต้องอย่างงี้แหละ..
ที่เค้าติเรื่องเหลวไหล เรื่องความรับผิดชอบ เรื่องต้องปรับปรุงตัวใหม่นั้น จริงๆ ข้าก็ฟังแล้วก็สำนึก และก็เห็นด้วยเต็มที่นะ แต่มันแค่น้อยใจนิดหน่อย ว่านี่พ่อกับแม่มองเราแย่ขนาดนี้เลยเหรอวะ สมมติสาเหตุทั้งหมดมันมีอยู่ 3 ส่วน จริงอยู่ 1 ส่วนนั้นอาจจะมาจากความเหลวไหลของเราเอง อันนั้นขอยอมรับ แต่อีก 2 ส่วนที่มันเกิดจาก ปลาหมึกไม่ยอมเอากันมั่งล่ะ? DNA สกัดไม่ออกมั่งล่ะ? ทำไมถึงต้องพูดโบ้ยราวกับว่ามันเป็นความเลวของเราทั้งหมดด้วย?
เฮ่อ.. ไม่รู้จะเริ่มต้นเล่ายังไงจริงๆ ว่ะ.. นวนิยายเรื่องนี้
.
.
.
Day 1: อาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม 2550
วันนี้เป็นวันพิมพ์ครับ.. คือทุกอย่างแก้ไขเสร็จสิ้นหมดแล้ว ยกเว้นเหลือแค่ไปพิมพ์ออกมาให้ครบ 4 ชุด ชุดละประมาณ 120 หน้า เป็นตัวจริงสำหรับที่จะต้องไปส่งบัณฑิตวิทยาลัยในวันพรุ่งนี้
เวลาประมาณบ่ายโมง ข้าเดินทางมาถึงแถวๆ สามย่าน ค้นหาอยู่พักนึง ก็พบร้านรับพิมพ์งานที่เค้าเปิดวันอาทิตย์
พี่ครับ พิมพ์สีแผ่นละเท่าไหร่ครับ?
อืมม.. ถ้ารูปมันค่อนข้างเต็มหน้าแบบนี้ก็อยู่ที่ แผ่นละ 25 บาทค่ะ
ข้าฟังแล้วนมถอดสี หน้าสีมีทั้งหมด 34 หน้า 25 คูณเข้าไปก็เป็น 850.. พิมพ์ 4 ชุดก็ 3400 บาท ทั้งเนื้อทั้งตัวที่คุณมารดาให้ทุนการศึกษามา มีอยู่แค่ 3000 บาท อืมม.. ปกติซื้อของไม่เคยต่อ แต่วันนี้ขอสวมวิญญาณหญิงสาวหน่อยเถอะวะ
เอ่อ.. หน้าสีนี่เรทปกติทั่วไปมัน 15 บาท ไม่ใช่เหรอครับ? แล้วก็ผมพิมพ์ 4 ชุดนะครับ ลดให้หน่อยเถอะ
อ๋อ พิมพ์ 4 ชุดเหรอคะ นึกว่าชุดเดียว งั้น 15 บาทได้ค่ะ
โอเค เหลือหน้าละ 15 บาท ก็เท่ากับลดลงมาเหลือ 2040 บาท.. ก็ยังน้ำนมร่วงอยู่ดี แต่เอาวะ ไหนๆ จะเป็นเวอร์ชั่นจริงแล้วก็ลงทุนพิมพ์ให้มันดีๆ หน่อย วิทยานิพนธ์ฉบับนี้นี้มันจะต้องไปอยู่ในห้องสมุดอีกเป็นร้อยๆ ปีเชียวนะเว่ย ถือว่าคุ้มน่า
โอเค งั้นเอาตามนั้นแหละครับ พิมพ์หน้าสี 4 ชุด เออ ว่าแต่หน้าขาวดำ หน้าละเท่าไหร่เหรอครับ
5 บาทค่ะ
5 บาท คูณ จำนวนหน้าที่เหลืออีกประมาณ 90 กว่าหน้า ก็ตกประมาณเกือบ 500.. 4 ชุดก็ อีก 2000 โอเค งั้นลืมไปได้เลย หน้าขาวดำไม่ต้องนะครับ เดี๋ยวผมกลับไปปริ๊นเองดีกว่า ว่าแต่ร้านพี่ขายกระดาษ A4 มั้ยครับ
ในที่สุดข้าก็ซื้อ Double A ปึกใหญ่มารีมนึง 500 หน้า 100 กว่าบาท ตอนบ่ายค่อยแวะไปปริ๊นต์หน้าขาวดำที่บ้านแฟน (ตัวข้าเองไม่มีปริ๊นเตอร์) แต่เออ ปริ๊นเตอร์อาบัน*หมึกดำหมดนี่หว่า งั้นเดี๋ยวก่อนกลับต้องแวะหาซื้อด้วย เอาล่ะ ว่าแล้วก็ไปหาของกินก่อนดีกว่า ยังต้องรอปรินต์สีอีกตั้งชั่วโมง หิวชะมัด
*หมายเหตุ อาบันผู้นี้ ก็คือแฟนข้าพเจ้านั่นเอง ตอนแรกว่าจะเล่า origin story ของเธอก่อน ว่ามาเจอะเจอกันได้ยังไง แต่คิดไปคิดมา มัวแต่เขียนเรื่องเก่าๆ อยู่ ไอ้เรื่องที่เพิ่งเกิดนี่จะลืมรายละเอียดเสียหมดก่อนที่จะได้เขียน ก็เลยกะว่าเอาไว้ค่อยเล่าย้อนเรื่องอาบันแฟนฉันทีหลังเวลามีเวลาก็ละกัน ตอนนี้ให้รู้แค่ว่า เธอคือหญิงสาวน่ารักผู้แสนดี และมีรสนิยมชอบอยู่กับคนโสๆ แค่นั้นก่อนก็พอแล้ว
ผู้สนใจสามารถไปอ่าน blog ของบันได้ที่ http://linina.blogspot.com
หรือถ้าหากอยากจะดูพวกรูปถ่ายผลงานบันก็ไปดูได้ที่ http://linina.dotphoto.com |

ข้าเดินออกจากร้านปริ๊นต์มาได้ประมาณ 3 ก้าว ก็มาสะดุดกึกอยู่หน้า BBK Grill ร้านเลียนแบบ Sizzler แต่เป็นเวอร์ชั่นบ้านๆ สำหรับผู้มีรายได้น้อยกว่า เข้าไปถึงก็สั่งชุดชีสเบอร์เกอร์สอดไส้ด้วยเบค่อน อดอาหารมาหลายมื้อแล้ว คราวนี้แหละจะได้กินให้อร่อยๆ หน่อย แหม้.. กลิ่นชีส กับกลิ่นมันฝรั่งทอดนี่มันช่างหอมหวนยวนใจคนอ้วนดีจริงๆ...
ร้านนี้มันเป็นร้านที่โปร่งใสมากๆ คือทุกด้านล้อมไปด้วยกระจก เห็นความเป็นไปภายนอกบนท้องถนนได้หมดทุกอย่าง ขณะที่ข้ากำลังจะยกเบอร์เกอร์ขึ้นกัด พลันก็เหลือบมองออกไปเห็นผู้หญิงท่าทางสติไม่ดีคนหนึ่ง รูปร่างหน้าตาเหมือนลิงอุรังอุตัง กำลังนั่งอยู่บนฟุตบาทริมทางเข้าซอยฝั่งข้างๆ ร้าน ในมือแม่นางถือถุงข้าวโพดต้ม หรืออะไรซักอย่างเหลืองๆ ไม่รู้ ไม่แน่ใจ แต่ไอ้ที่แน่ๆ คือ ท่าทางหล่อนจะชอบใจกับมันมาก ถึงกับลงไปนอนเกลือกกลิ้งกับพื้น แล้วหยิบถุงขึ้นมาเทเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย หน้าตาแป้นแล้น ยิ้มหัวเราะเอิ๊กๆ อ๊ากๆ เป็นเด็กๆ แลดูมีความสุขมากๆ.. ข้าเหลือบมองลงมาอีกนิดหน่อย อย่างไม่ได้ตั้งใจ เฮ้ย!! นั่นมันสาหร่ายนี่หว่า! เจ๊แกเริงร่าขนาดลงไปนอนแหกขาเขย่าแข้งพั่บๆๆ เครื่องแต่งกายท่อนล่างเป็นเพียงกระโปรงสั้น เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าไม่ได้ใส่กางเกงใน!.. ข้าแทบจะสำลักเบอร์เกอร์ ค่อยๆ กัด เคี้ยวหยับๆ แล้วก็กลืนมันลงไปด้วยความขมขื่น อนิจจา กูกะจะกินให้อร่อยซักหน่อย ทำไมต้องมาเจออุรังอุตังกินข้าวโพดโชว์สาหร่ายอยู่ตรงหน้าแบบนี้ด้วยวะ ให้ตายเหอะ นี่ขนาดปังคุงยังไม่ทำอะไรอุบาทว์ขนาดนี้เลยนะเนี่ย
ข้าพยายามเบี่ยงเบนสายตาไปทางอื่น นานๆ ทีพอหันกลับไปดู เจ๊อุรังศรีแกยิ่งแหกมากกว่าเดิมอีก แล้วก็ยิ่งหันองศามาทางนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย โอววว... หลังๆ พอเริ่มทำใจได้ ข้าเลยเริ่มหาเรื่องสนุก คอยสังเกตปฏิกริยาของคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้น พวกแม่ค้าขายของเริ่มป้องปากนินทากันให้แซ่ด สาวอ็อฟฟิซมักจะเดินก้มๆ หลบหน้าหนี พวกผู้ปกครองบางคนจูงเด็กมา เด็กงี้ถึงกับเหลียวหลังกลับไปมอง แล้วชี้ๆ ให้พ่อแม่ดู กลุ่มนักเรียนชายเดินเลี้ยวเข้าซอยมาตรงหัวมุม พอหันมาเห็นปุ๊บ บางคนถึงกับสะดุ้งโหยง บางคนพยายามเก็บอาการทำหน้าเฉยๆ ท่าทางพวกนี้ยังเด็กๆ กันอยู่เลย ไม่แน่บางคนอาจเพิ่งได้เคยเห็นของผู้หญิงจริงๆ เป็นครั้งแรก สงสัยมันต้องจดจำฝังใจไปจนวันโตแน่
ข้ากินเสร็จก็รุดไปรับที่พิมพ์เอาไว้ พิจารณาดูใกล้ๆ ก็เห็นว่าหมึกนี้หนาเป็นนูนขึ้นมาเลย คุณภาพดีจริงๆ ไม่เสียแรงที่พิมพ์กับเลเซอร์สีเครื่องละ 4 หมื่น
ชื่นชมเสร็จแล้ว ก็รีบรุดหน้าปฏิบัติภาระกิจต่อ จะมัวมาใจเย็นไม่ได้ อันดับต่อไป ต้องโทรหาบัน เพื่อที่จะถามว่าปริ๊นเตอร์ที่เธอใช้อยู่น่ะ มันเป็นรุ่นอะไร จะได้ซื้อหมึกกลับไปถูก.. ว่าแต่ มือถือก็โทรออกไม่ได้ คงต้องใช้โทรสาธารณะ ล้วงกระเป๋าเจอเหรียญบาทอยู่เหรียญเดียว ก็รีบหยอดเข้าไป
ฮัลโหลๆ เอ้อ บันๆๆ เรามีเหรียญหยอดแค่เหรียญเดียวนะ ตอนนี้บันรีบวิ่งไปดูให้หน่อยว่า ปริ๊นเตอร์น่ะเป็นรุ่นอะไร รายละเอียดไว้ค่อยว่ากันทีหลัง
โอเคได้ ๆๆ ว่าแล้วเธอก็หายไปประมาณ 30 วิ โอเคๆ เจอละ ยูนคอยจดนะ ปรินเตอร์ของ hp รุ่น h
ตู๊ดๆๆๆๆๆๆๆ...
โอ้ววววว...!! ให้มันได้อย่างงี้สิ เหรียญบาทเหรียญสุดท้ายยยย.. ข้าล่ะอยากจะถอนผม ทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นแล้วโชว์สาหร่ายมั่ง โอ้ววว
ทว่า 10 วินาทีผ่านไป เสียงมือถือก็ดังขึ้น... อ้าว เออ จริงด้วยว่ะ เราโทรออกไม่ได้ แต่บันโทรกลับเข้ามาได้นี่หว่า ลืมไปๆ เบร้อจริง..
ได้รุ่นปริ๊นเตอร์มาเสร็จแล้วก็รีบขับบึ่งต่อไปพันทิพย์ รถติดโคตรๆ เลยครับคุณผู้ชม ออกจากจุฬาราวๆ 3 โมง มาถึงพันทิพย์ 4 โมง แถมไปถึง ที่จอดรถเต็มอีก ต้องวนๆๆๆๆๆ ขึ้นไปจอดถึงชั้นดาดฟ้า แล้วก็วิ่งๆๆๆๆ ลงมาจนถึงชั้น 2 ถามดูหลายร้านก็ปรากฏว่าของหมดบ้าง ไม่มีขายบ้าง สุดท้ายมาหยุดอยู่ที่ร้านๆ นึง
พี่ๆ มีหมึกสีดำของ hp รุ่น xxxx มั้ยครับ? เจ๊คนขายแกยังไม่ตอบ เพราะเห็นแกกำลังสนใจให้บริการหลวงพี่รูปหนึ่งอยู่ ขณะที่ยืนรอ ข้าก็แอบได้ยินคำสนทนาระหว่างพระกับแม่ค้า
ทำแท็งค์เท่าไหร่น้อง? หลวงพี่ถาม
อืม พี่ต้องพามาดูก่อนน่ะค่ะ แต่ก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 2000 กว่าๆ
อืมมม.. ข้าฟังแล้วก็คิด หนึ่ง สงสัยหลวงพี่นี่ไปทำสีกาที่ไหนท้องมารึเปล่าวะ? สอง เดี๋ยวก่อน ที่นี่มันพันทิพย์ไม่ใช่เรอะ หรือว่าเราเลี้ยวรถผิดเข้ามาคลีนิคหมอเถื่อน ไม่หรอกๆ สงสัยเดี๋ยวนี้พันทิพย์คงมีธุรกิจลับพิเศษละมั้ง ขนาดซีดีเถื่อนยังขายได้เลยนี่นะ อันนี้สงสัย เบื้องหน้าเป็นร้านขายปริ๊นเตอร์ แต่เบื้องหลังอาจจะรับทำแท็งค์ ก็เป็นได้
ฟังๆ ไปซักพักถึงได้รู้.. อ๋อ.. เค้าหมายถึงทำแท็งค์เติมหมึกสำหรับปริ๊นเตอร์เว่ย! เดี๋ยวนี้มันมีบริการรับติดตั้งแท็งค์จ่ายหมึกแบบต่อออกมาข้างนอก ทำแล้วใช้ได้เป็นปีๆ ไม่มีหมด ไม่ต้องคอยมาซื้อหมึกเติมหลายๆ รอบ เออ สะดวกสบายดีเหมือนกันนะ ว่าแต่ ตูก็ยังงงอยู่ดีว่ะ ว่าเป็นพระนี่จะเอาหมึกไปปรินต์อะไรกันนักหนา?
เอาเถอะ ซื้อหมึกมาได้แล้วก็รีบบึ่งต่อไปอพาร์ธเม้นคุณบัน รถติดๆ กว่าจะมาถึงได้ ก็ล่อไป เกือบ 6 โมง อพาร์ธเม้นคุณบันคิดค่าจอดรถวันละร้อยบาทในกรณีที่จะจอดยาว ข้ายื่นหน้าไปให้ยามดู แล้วก็บอกเขาว่าตอนออกค่อยมาจ่าย เขาไม่ว่าอะไรเพราะเดี๋ยวนี้มาบ่อยจนจำหน้าได้ละ ตั้งแต่เน็ตที่บ้านเสีย ก็ต้องมากบดานค้างคืนอาศัยที่นี่แหละ เป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ในการทำตีสิส
โอสส ที่ร้ากกก มาแล้วๆ
โอสส ที่ร้ากกก เป็นไงมั่ง เหนื่อยมากมั้ย บันถาม
อูล ก็เหนื่อยใช้ได้เลยที่รัก แต่หลังจากนี้ก็แค่ปริ๊นต์โลด หวังว่าคงจะไม่มีอะไรยวนแล้วนะ.. เอ้านี่ ซื้อไอซ์ทีมาฝาก อย่าลืมให้มาริจัง*กินด้วยนะ เดี๋ยวเราขอตัวไปอุนก่อน ไม่ไหวแล้ว อูยย.. ไหนๆ สุโดกุอยู่ไหน
*หมายเหตุ มาริจังในที่นี้ก็คือสัตว์เลี้ยงของบันนั่นเอง เรื่องราว origin story ว่าได้มาซึ่งมาริจังได้อย่างไร เห็นทีต้องเอาไว้เล่าวันหลังก็แล้วกัน ตอนนี้เอาแค่รู้ก่อนก็พอว่า มาริจัง คือ กระรอกบิน ออสเตรเลีย หรือที่เรียกกันว่า จิงโจ้บิน หรือ sugar glider มันหน้าตาเหมือนบ่างหรือกระรอกบ้านเราก็จริง แต่ว่าจริงๆ แล้วเป็นสัตว์คนละจำพวกกันเลย มาริจังเป็นมาซูเปี้ยว หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีกระเป๋าหน้าท้อง ดังนั้นก็เลยเป็นญาติใกล้เคียงกับพวกจิงโจ้ หรือ พวกโคอาล่า อะไรพวกนั้นมากกว่า จะเป็นตัวอะไรก็แล้วแต่ ที่สำคัญคือมัน น่าร้ากกกกกก... |
เดี๋ยวนี้ข้าชอบทำ Sudoku มากๆ โดยเฉพาะตอนอุนนี่ขาดไม่ได้ (สำหรับคนที่ไม่รู้จัก Sudoku คือเกมปริศนาชนิดหนึ่ง ต้องเติมตัวเลขที่หายไปให้ครบ โดยมันจะมีกฏเกณฑ์ของมันอยู่ ลองไปหาเล่นดู สนุกมาก..ส่วนคำว่า อุน นั้น เป็นคำกริยา มาจาก อุนจิ นั่นเอง หวังว่าคงเดากันได้นะว่าแปลว่าอะไร) จริงๆ เมื่อก่อนข้าเคยเล่นแล้วเลิกเล่นไปพักนึง แต่มาตอนหลังนี่ เจออาบันชอบมาท้าแข่ง (คือเล่นเกมเดียวกัน แล้วแข่งว่าใครเสร็จก่อน) ก็เลยเล่นกับเธอ แล้วปรากฏว่าเล่นทีไรก็แพ้ตลอด แค้นใจมากๆ จนถึงกับต้องคอยฝึกปรือฝีมือทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่เว้นแม้ตอนเข้าส้วม มีอยู่ครั้งนึงเคยไปพนันกับบันเอาไว้แล้วแพ้ เลยต้องถูกบันทำโทษด้วยการเอาน้ำยาที่มันอยู่ข้างในยาดมวาเป๊กมาทาราดที่หัวนม ทาถูๆ ได้อารมณ์ชูชันสุดๆ เย็นฉ่ำไปหลายชั่วโมง.. ข้านี่มันเป็นโรคอะไรของมันวะ เล่นสุโดกุกับแฟนก็ไม่ชนะ เล่นเกมเทคเค่นกับน้องก็ไม่ชนะ เมื่อก่อนเล่นปิงปองกับพ่อก็ไม่ชนะ รายได้เทียบกับเพื่อนก็สู้ไม่ได้ อ้วนก็อ้วน ตีสิสก็ยังไม่เสร็จ ชีวิตมันมีอะไรดีมั่งวะเนี่ย นี่ตูกลายเป็นจะดุด พระเอกเรื่องผู้แพ้สิบทิศไปตั้งแต่เมื่อไหร่..
เสร็จจากการอุน พักผ่อนครู่นึง ก็ได้ฤกษ์เริ่มยุทธการพิมพ์แหลก.. ก็คิดว่าจะไม่มีปัญหา แต่ที่ไหนได้ เริ่มต้นมา พิมพ์เซ็ทค่าแบบคุณภาพดีสุด ก็ปรากฏว่า 5 นาทีกว่าจะเสร็จได้ซักหน้านึง อัตรานี้มีหวังทั้งคืนก็ยังไม่เสร็จแน่ ก็เลยตัดใจเซ็ทใหม่เป็นแบบ normal พอลองพิมพ์ๆ ออกมาดู โอเคสปีดใช้ได้ แต่เอ๊ะ ไอ้ตรงที่เค้าบอกให้เว้นอย่าใส่เลขหน้า ไหงมันดันโผล่มาได้วะ สงสัยตอนตรวจรอบสุดท้ายเมื่อเช้าคงจะเบลอ ไม่เป็นไร ลบออกแล้วค่อยปริ๊นต์ใหม่ ง่ายนิดเดียว..
ผิดถนัด! เฮ้ย.. พอเราจะลบเลขหน้าออกเฉพาะในส่วนที่ไม่ต้องการ ทำไมเลขของหน้าอื่นๆ ที่ตามมามันหายไปด้วยหมดเลยวะ? ปลุกปล้ำกับตรงนี้อยู่นานมาก บางส่วนก็แก้ได้โดยต้องไปสั่ง insert>break>section แบ่งแต่ละบทเป็นคนละ section กัน แล้วก็ให้มันรันเลขหน้าโดยเว้นเฉพาะหน้าแรกของบท ฮุมฮัมฮารีบันบาลี ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องทางเทคนิคของโปรแกรม Microsoft Words ที่ข้าเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าไหร่ ส่วนใหญ่บันเป็นคนจัดการทำให้หมด แต่ถึงแม้จะเป็นเซียนเวิร์ดส์ระดับเหรียญทองจตุคามรามเทพโพธิ์งามอย่างบันก็ตาม ก็ยังมีส่วนที่ต้องอับจนปัญญา
กล่าวคือ ปกติเลขหน้าในส่วนอื่นๆ ที่มาก่อนเนื้อหา อย่างเช่นหน้าสารบัญรูป สารบัญตาราง อะไรพวกนี้ เค้าจะกำหนดให้ใช้เลขหน้าเป็นเลขโรมัน แล้วก็ปรากฏว่าไอ้ส่วนที่เป็นเลขโรมันนี่แหละที่ยวน มีปัญหาค่อนข้างเยอะ จัดการเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยจะลงตัวซักที จะให้เว้นหน้านี้ไม่ยอมเว้น ไปเว้นหน้าอื่น พอเว้นได้ อ้าว หายหมดทุกหน้า อะไรทำนองนี้ ปลุกปล้ำอยู่อีกนานสองนาน บันก็ปรารพ
เอางี้ที่รัก!.. เราใช้วิธีอุกอาจไปเลยดีกว่า
เห.. ยังไงเหรอที่รัก?
ปรากฏว่าวิธีอุกอาจของบันก็คือ ทำกราฟฟิคเป็นรูปสี่เหลี่ยมสีขาวขึ้นมาก้อนนึง แล้วก็เอาไปแปะทับเลขหน้าแม่งดื้อๆ แบบนั้นนั่นแหละ เท่านี้คุณก็จะได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมราวกับเอาลิคขวิดป้าย ยวนดีจริงๆ.. ถ้าวันไหนเค้าจัดแข่งอัจริยะข้ามคืนรอบแฟนคนตกรอบ เห็นทีจะต้องส่งบันไปแข่งซะแล้วมั้งเนี่ย
ดีใจตอนนี้ยังเร็วไป! เรื่องของการเว้นขอบยังมีปัญหาอยู่อีก ขอบข้างบางหน้า พวกบทคัดย่อพวกอะไรพวกนี้ ดูเหมือนจะเว้นน้อยไปก็ต้องมาตบแก้กันใหม่ ส่วนขอบบน รู้สึกว่า เลขหน้ามันจะอยู่สูงไป ตอนแรกเห็นเค้าบอกว่าให้วัดลงมาประมาณ 1 นิ้ว ก็นึกว่าให้เว้นถึงตัวหนังสือ ที่ไหนได้พอไปอ่านเช็คดูอีกที เค้าบอกว่าจะวัดตั้งแต่เลขหน้า ซวยละสิ ไอ้พวกหน้าสารบัญอะไรแบบนี้ยังพอแก้ได้ แต่ครั้นจะแก้ตรงส่วนเนื้อหาด้วย ลองกดดูแล้ว ก็ปรากฏว่าทุกอย่างมันจะถูกเลื่อนตามลงมาด้วยหมด ก็เท่ากับต้องมาจัดหน้าใหม่ แล้วอย่างนี้ไอ้ที่พิมพ์สีมาวันนี้มันก็ใช้ไม่ได้น่ะสิ? ไม่ได้ว่ะ ช่างมันเหอะ อย่าไปแก้เลย หวังว่าเค้าคงจะไม่ตรวจเคี่ยวขนาดนั้น ไอ้เล่มตัวอย่างที่เรายืมจากอาจารย์มาดู เลขหน้ามันก็อยู่สูงเหมือนกันนี่หว่า ไม่เป็นไรหรอก ว่าแล้วก็ตัดสินใจแก้เฉพาะส่วนหน้าๆ ที่เป็นสารบัญ ส่วนเนื้อหาเก็บเอาไว้คงเดิม
โอเค คงไม่มีอะไรแล้ว.. จะเริ่มพิมพ์ยาวละนะ! แอ่ด แอ่ด แอ่ด... ยัง! ยังเจอปัญหาอยู่อีก! ไอ้พวกเลขโรมันบ้านั่นทำพิษอีกแล้ว เวลาสั่งปริ๊นต์คอมพิวเตอร์มันอ่านไม่รู้เรื่องว่าจะให้ปริ๊นหน้าไหน เช่นสั่งปริ๊นต์หน้า i-xii มันก็ดันไปออกเป็นหน้าอื่น ให้ตายเถอะ เสียดายไม่มีเพื่อนเป็นชาวโรมัน จะได้โทรไปถามซะให้รู้แล้วรู้รอด.. เอ้อ ลืมไปมือถือตังค์หมดนี่หว่า จะว่าไปไม่ใช่ตังค์หมดอย่างเดียว ตอนนี้แบ็ตก็หมดแล้วด้วย ที่ชาร์จก็ลืมอยู่ที่บ้านอีก โว้วววววว ว้ากกกกกกส์
ข้ากับบันปลุกปล้ำกับปัญหานี้อยู่นานมาก พิมพ์ทิ้งพิมพ์เสียไป รวมๆ แล้วก็หลาย 10 หน้า เกิดอาการเกรงๆ ว่า เอ๊ กระดาษมันจะพอรึเปล่าวะ แล้วหมึกล่ะ จะไหวรึเปล่า ขืนหมดขึ้นมากลางดึกนี่เสร็จเลยนะ ข้าดูเวลา.. ประมาณ 2 ทุ่ม อืมม.. ถ้าจะออกไปซื้อ ก็คงต้องรีบออกตอนนี้แหละ
เอางี้ ที่รัก! บันกล่าว ที่รักตังหมดแล้วใช่มะ งั้นเอาบัตร ATM นี่ไป รหัส xxxx ที่รักรีบออกไปมาบุญครองหรืออะไรก็ได้นะ แล้วไปซื้อหมึกพิมพ์กับกระดาษมาเพิ่ม เดี๋ยวบันจะอยู่ทางนี้คอยจัดการปัญหาเรื่องปริ๊นต์ให้เอง จะได้ไม่เสียเวลา เอาโทรศัพท์ของบันไปด้วย เผื่อมีอะไรจะได้ติดต่อกันได้ เอ้านี่เบอร์ของโทรศัพท์เครื่องใหญ่ที่ห้อง โทรเข้ามาแล้วกดต่อ xxxx นะ
ให้ตายสิ... ผู้หญิงคนนี้ พึ่งพาได้จริงๆ..
« การส่งตีสิสในตำนาน 2
เอานี่ไปดูเล่นก่อน »
90 Comment
|