Day 3: 15 พฤษภาคม 2550
เที่ยง ตื่นมา สดใสแข็งแรง ได้นอนเต็มอิ่ม..
แม้เรื่องราวจะยังไม่จบสิ้น แต่ความรู้สึกมันกลับสดชื่นกว่าเมื่อวานอย่างน่าประหลาด
เมื่อคืนอาบันมานอนค้างด้วย ดังนั้นภาระกิจแรกของวันนี้ก็คือการขับรถพาบันกลับไปส่งที่หอ เพื่อให้เธอได้อาบน้ำเปลี่ยนชุด บันบอกว่า ให้แค่ดร็อพเธอเอาไว้ก็พอ ให้เรารุดหน้าไปก่อน จะได้ได้คิวแรกๆ ประเดี๋ยวเธอจะค่อยตามไปสมทบทีหลังเอง
ก่อนแยกกัน ข้าสารภาพความลับกับบันไป 1 อย่าง
เออ บัน จริงๆ แล้ววันนี้มันยังมีเรื่องต้องลุ้นอยู่อีก 1 อย่าง รู้ปะ
จริงเหรอ อะไรอะ?
ก็คือ ไอ้หน้าอนุมัติ ที่มันต้องมีลายเซ็นอาจารย์ 6 คนน่ะ เราเพิ่งไปเช็คดู ปรากฏว่าไอ้ตรงที่เค้าให้เขียน Field of Study เราดันไปเขียนเป็น Department ว่ะ.. แต่ไม่เป็นไรหรอกมั้ง เพราะจะภาควิชา หรือสาขาวิชา ของเรา ยังไงมันก็ Marine Science เหมือนกันอยู่ดี
อ้าว จริงดิยูน อย่างงี้ถ้าเกิดเค้าให้แก้ขึ้นมา ก็เท่ากับยูนต้องไปล่าลายเซ็นใหม่หมดเลยเหรอ?
ใช่ แต่เราว่า คนตั้งเยอะ เค้าไม่มัวมานั่งตรวจละเอียดขนาดนั้นหรอก แล้วถึงตรวจเจอเค้าก็คงไม่โหดขนาดนั้นด้วย อย่างมากถ้าบอกจารย์ที่ปรึกษาร่วมไม่อยู่ เค้าก็น่าจะอนุโลม หรือไม่ก็รอให้มาส่งวันหลังได้ แต่ถ้าจะให้เราขับกลับไปสมุทรสงครามใหม่นี่ เราจะลุกขึ้นถอดเสื้อเต้นระบำ แล้วก็เอานิ้วไล่แยงรูทวารหนักเจ้าหน้าที่ รับรอง ถ้าทำแบบนั้น เค้าต้องยอมให้เราผ่านแน่
เอาจริงๆ ดิ ยูน..ยูนว่าเค้าจะไม่ว่าจริงๆ เหรอ.. บันเสียวแทนอะ
มาพนันกันมั้ยล่ะ? เราว่าวันเนี้ย ทุกอย่างผ่านหมด ชัวร์ รวมทั้งพวกเลขหน้าเลขอะไรด้วย อุตส่าห์ลงทุนลงแรงขนาดนี้แล้ว ไม่ผ่านได้ไง
บันว่าไม่ผ่านหมดหรอก มันต้องมีแก้มั่งแหละ
โอเคได้ งั้นถ้าเกิดเราผ่านได้ในรอบเดียวโดยไม่ต้องแก้อะไรเลยล่ะ บันจะให้อะไรเรา?
ไม่มีทางอะ บันว่าไม่ผ่าน ถ้าเกิดยูนแพ้ ยูนต้องมาถูห้องให้บันด้วย
โอเคตกลง แล้วถ้าเกิดเราชนะล่ะ? บันต้องลุกขึ้นเต้นบัลเล่ต์หมุนตัวในที่สาธารณะ 10 รอบนะ โอเคมะ
ได้! ตกลงตามนั้น!
ถึงบัณฑิตวิทยาลัยบ่ายโมงนิดๆ ข้ารีบวิ่งไปอุนเอาฤกษ์เอาชัยก่อน ปรากฏแววซวยแม่งออกตั้งแต่เช้าเลย ดันมีคนอยู่ในส้วม ซึ่งมีอยู่ห้องเดียวซะด้วย ตอนแรกข้าได้ยินเสียงกดน้ำก็ดีใจ รีบไปยืนล้างมือรอ ทำเป็นฟอร์ม คนเค้าจะได้ไม่รู้ว่าไอ้นี่ปวดขี้.. ผ่านไป 5 นาที ไหงมันยังไม่ออกมาอีกวะ! พอดีได้ยินเสียงกดน้ำอีกครั้งนึง อ๋อ โอเคๆ อุนบางอุน มันอาจไม่สุดตั้งแต่รอบแรก อันนี้เข้าใจกันได้ ใครๆ ก็เคยเป็น ผ่านไปอีก 5 นาที ปรากฏ เห้ย! แม่งก็ยังไม่ออกมาอีก แล้วมีกดน้ำรอบ 3 อีก.. ให้ตายเถอะ
ให้ความหวังลมๆ แล้งๆ กันอยู่ได้ กว่าจะเข้าไปได้ในที่สุด อุนก็แทบจะทะลึ่งออกมาจากตูดอยู่แล้ว..
ข้านั่งสำเร็จภาระกิจเสร็จ โล่งไส้ พอจะกดน้ำ เอ๊ะ..
กูเข้าใจแล้วว่ะ ว่าทำไมไอ้หมอนั่นมันถึงต้องกดหลายรอบ ที่แท้โถส้วมอันนี้เป็นรุ่น น้ำวนวัดใจ นี่เอง คือกดครั้งที่ 1 แทนที่น้ำมันจะวนลง มันกลับวนขึ้น เศษผักอะไรทั้งหลายหมุนติ้วๆ กระจายเอ่อขึ้นมาอย่างกะน้ำแกงเลียง จะกดอีกทันทีก็กดไม่ได้ ต้องรอให้น้ำมันลด แล้วก็ต้องรอให้ถังมันเติมเต็มอีกทีนึงก่อนถึงจะกดได้ ทีนี้พอจะกดรอบสอง คราวนี้แหละ เป็นรอบวัดใจละ.. ระดับน้ำตอนนี้มันจะอยู่ที่ประมาณครึ่งๆ มันจะไม่ยอมลงไปจนถึงสุด ถ้าเรากดอีกที มันจะลง? หรือมันจะขึ้น? แล้วถ้ามันขึ้น มันจะเอ่อล้นออกมาจนพ้นปากโถหรือไม่? อันนี้แหละ คือปริศนาวัดใจ..
ข้าผ่านวิกฤติมาได้.. จะไม่บอกก็แล้วกันว่าสุดท้ายลงเอยต้องทำอย่างไร
แต่เอาเป็นว่าผ่านมาได้ก็แล้วกัน ออกจากห้องอุนประมาณบ่ายโมงครึ่งกว่าๆ ให้ตายสิ ป่านนี้คิวยาวไปถึงไหนแล้ววะเนี่ย รีบวิ่งขึ้นไปดู ปรากฏว่า เห.. คนน้อยกว่าที่คิดแฮะ ข้าเอาใบสีชมพูไปแลก ก็ปรากฏว่าได้บัตรคิวมา เป็นคิวที่ 9 เท่านั้นเอง
อู๊วว.. เยี่ยมไปเลย นั่งรออย่างใจชื้นอยู่หน้าห้องตรวจได้ไม่นาน 5-10 นาทีผ่านไป คุณนางพญาบาลก็เดินออกมาขานเรียกคิวที่ 6
หมายเลข 6 ค่า หมายเลข 6 มีมั้ยค้า?
เงียบ...
หมายเลข 6 ค่า หมายเลข 6 มีมั้ยค้า?
เงียบ...
ซักพักนึง นางพญาบาลเหลือบหันมามองบัตรคิวของข้า อ้าวคุณ คุณหมายเลข 6 นี่คะ เชิญได้เลยค่ะ
เอ๋ เปล่านี่ครับ ของผมหมายเลข 9 ครับ
ของคุณแหละค่ะ หมายเลข 6 ที่คุณถือนั่นมันกลับหัวค่ะ ให้หันด้านที่เจาะรูขึ้นนะคะ
อ้าว เวร.. จริงๆ ด้วยว่ะ การศึกษานี่มันไม่ได้ทำให้คนเราฉลาดขึ้นจริงๆ ด้วย จะจบปริญญาโทอยู่แล้ว ยังจะเบร้ออยู่อีก
ข้าเดินผ่านประตูเข้าไปนั่งรอต่อในห้องตรวจ คนน้อยอย่างเหลือเชื่อ ตะกี้ยังมั่นใจอยู่ ตอนนี้เริ่มปิ๋วๆ แป้วๆ แล้วว่ะ คนยิ่งน้อยแบบนี้เค้าก็ยิ่งมีเวลาตรวจละเอียดน่ะสิ ไม่เอานะ ขออย่าให้ต้องแก้นะ ขอทีเต๊อะ ขอทีเต๊อะ..
จำได้คับคล้ายคับคลา เคยมีผู้อ่านซึ่งเคยผ่านสมรภูมิตีสิสมาก่อน มาโพสแนะนำไว้ในไดบอกว่า
อย่าลืมนะพี่ เวลาเอาเล่มไปส่งตรวจที่บัณฑิตฯ พยายามไปส่งกะลุงผู้อารี อย่าส่งกะพี่ผู้หญิง แกเรื่องมากๆๆๆๆ..
ข้าเริ่มสอดส่องสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัว โต๊ะยาวซึ่งปกติน่าจะใช้สำหรับการประชุม มีคนนั่งอยู่ไม่กี่คน โอเค นั่นไงคุณพี่สาวเรื่องมาก น่าจะใช่นะ กำลังง่วนตรวจของนิสิตเคราะห์ร้ายคนนึงอยู่ ดีๆ ตรวจนานๆ นะ อย่าเพิ่งรีบเสร็จ.. อ๊ะ นั่น คุณลุงผู้อารี มีอยู่คนเดียว ต้องใช่แน่ๆ กำลังตรวจของอีกคนนึงอยู่เหมือนกัน เอาเลยลุงตรวจเร็วๆ เสร็จแล้วเรียกผมเลย ว่าแต่.. หวังว่าข้าคงไม่ได้จำสลับกันนะ ไม่ใช่จริงๆ แล้ว คนที่มาโพสเค้าบอกว่า พี่สาวผู้อารี กับคุณลุงผู้เรื่องมากนะ อืมม..เอาไงดีวะ ชักเริ่มไม่แน่ใจละ จะลุ้นให้ได้คนไหนดีกันแน่..
เอ้า คุณเชิญทางนี้เลยค่ะ เสียงที่เรียกนี้ ปรากฏว่า ไม่ใช่ทั้งลุงแล้วก็พี่สาว แต่กลับเป็นของคุณป้าหัวโจก ซึ่งมีโต๊ะของตัวเองนั่งแยกออกมาอีกตัวนึงเลย ท่าทางแกน่าเกรงขามมาก ตอนแรกข้านึกว่าแกเป็นเหมือนหัวหน้าของทุกคนที่มาคอยคุมงานซะอีก ไม่นึกเลยว่าแกก็จะเป็นคนตรวจเองด้วย ยวนล่ะสิ งานนี้ อยู่ดีๆ ก็มาเจอระดับคุณป้าหัวโจกเลย แล้วตูจะรอดมั้ยเนี่ย
เชิญค่ะ
ครับ ตกลงผมตรวจตรงนี้ใช่มั้ยครับ?
ค่ะ
เอาวางบนโต๊ะเลยใช่มั้ยครับ?
ใช่ค่ะ
มือไม้ข้าสั่น ค่อยๆ แก้ห่อหยิบตีสิสออกมาวางบนโต๊ะ 1 ชุด
คุณป้าหัวโจกค่อยๆ หยิบทีละแผ่น เปิดทีละหน้า กวาดสายตาดูอย่างไม่รีบร้อน
อันไหนตรวจแล้วก็แยกออกมาวางเอาไว้ข้างๆ
หน้าที่ 1.. ปกภาษาอังกฤษ...................... ผ่าน
หน้าที่ 2.. ปกภาษาไทย............................ผ่าน
หน้าที่ 3.. หน้าอนุมัติ...
ตึก ตึก...
ตึก ตึก...
ผ่าน
โอ๊ย โล่งอก โล่งอกโว้ยยยยยยยยยยยยยย โล่งอก...
Abstract ภาษาไทย อังกฤษ ผ่าน.. สารบัญ....ผ่าน ส่วนเนื้อหา ป้าแกเปิดผ่านอย่างรวดเร็วโดยแทบจะไม่ได้ดูเลย จนกระทั่งมาถึงอ้างอิง ถึงดูละเอียดอีกซักครู่หนึ่ง..
ไม่นานก็หยิบหน้าทั้งหลายที่แยกๆ ออกมา รวบกลับมารวมกัน ตอกก๊อกๆๆ 2-3 ที กับโต๊ะ โปะรวมกับส่วนที่เหลือ เสร็จแล้วก็ยื่นส่งกลับมาให้ข้า
เสร็จแล้วเหรอครับ?
ค่ะ เรียบร้อยค่ะ เอาไปส่งรอเย็บเล่มตรงโน้นได้เลยค่ะ
ข้าลุกเดินออกมาจากโต๊ะ 3 ก้าว เสร็จแล้วก็เดินกลับเข้าไปหาป้าใหม่
เอ่อ แล้วตะกี๊ที่มีวงๆ นี่ไม่มีอะไรเหรอครับ
หา อะไรนะคะ?
อ๋อ ก็ตะกี้เห็นมีเอาปากกาวงๆ ตรงหน้าพวกใบเปลี่ยนชื่ออะไรพวกนั้นน่ะครับ คือ ไม่มีปัญหาอะไรใช่มั้ยครับ
อ๋อ อันนั้นไม่เกี่ยวค่ะ แค่ติ๊กไว้เฉยๆ ว่าชื่อใหม่คืออันไหน
งั้นก็เรียบร้อยแล้วใช่มั้ยครับ
ค่ะ
ชัวร์แน่นะครับ
ค่ะ
.
.
.
ข้าเก็บของเสร็จแล้วก็เดินออกมาจากตึกเงียบๆ
พบตัวเองยืนอยู่คนเดียว ท่ามกลางสายฝนปรอยๆ ที่ลานจอดรถ หัวใจมันโหวงๆ หวิวๆ ยังไงบอกไม่ถูก
นี่ชีวิตกูจบสิ้นจากตีสิสแล้วจริงๆ เหรอวะเนี่ย
เหลือบไปเห็นตู้โทรศัพท์สาธารณะ เลยหยอดเหรียญ 5 โทรหาบัน
ตู๊ดดด.. ฮัลโหลที่รัก
ฮัลโหลที่รักเป็นไงมั่ง คิวยาวมากมั้ย รอเดี๋ยวแป๊บนึงนะ บันใกล้เสร็จแล้ว เนี่ยเพิ่งอาบน้ำเสร็จ กำลังจะแต่งตัวอยู่
ที่รัก
หืมม..
ที่รักเตรียมแต่งชุดบัลเล่ต์ไปเต้นกลางที่สาธารณะได้เลยนะ
หาอะไรนะ นี่เสร็จแล้วเหรอ! ผ่านแล้วเหรอ! ไม่จริงอะ ทำไมเร็วแบบนี้อะ
เสร็จแล้ว ส่งแล้ว ตรวจรอบเดียวผ่านเลย แบบไม่ต้องแก้เลยด้วย
จริงเหรอที่รัก! นี่ที่รักของเค้าทำได้จริงๆ ด้วย! โอ๊ย ยินดีด้วยนะ เสร็จสิ้นกันซักที โอ๊ย ทำไงดีบันอยากจะกระโดดตะโกนร้องไชโย แต่ทำไม่ได้..เย้ เย้ เดี๋ยวเราไปฉลองกันนะ
ได้เลยที่รัก ไปที่ไหนกันดี
เห บัน ฮัลโหล เป็นไรทำไมเงียบไปล่ะ?
.เดี๋ยวแป๊บนึงนะ ที่รัก..คือ.. น้ำตา..มันจะไหลน่ะ..โอยย..
..นี่เค้าดีใจมากจริงๆ นะเนี่ย.. โอย.. ร้องไห้เลย.. คือมันเหมือนเป็นอะไรที่ต่อสู้มานานมากอะ เป็นปีๆ ในที่สุดก็สำเร็จแล้ว... เค้าภูมิใจในตัวที่รักสุดๆ เลยรู้ป่าว. โอย.. แล้วนี่ที่รักไม่ดีใจมั่งเลยเหรอเนี่ย รู้สึกเค้าจะออกอาการมากกว่าอีกนะ
ดีใจสิ ดีใจมากๆ เลยด้วย แต่ไม่รู้ดิ เค้าคงเป็นคนเฉยๆ แบบนี้ละมั้ง เหมือนกับที่เคยได้ยินอาตี๋คนนึงพูดเอาไว้ว่า คนเราน่ะ เวลาจะเสียใจก็เสียใจได้ แต่ต้องอย่าโศรกเศร้า ส่วนเวลาดีใจก็ดีใจได้ แต่ต้องไม่หฤหรรษ์..
พูดทำเท่ห์ไปแบบนั้นแหละครับ.. เอาเข้าจริงๆ กลับถึงหอบัน ก็วิ่งเข้าสวมกอดเธอ แล้วก็ยิสต์ปิเย่เย่ ยิสต์ปิเย่เย่ กระโดดเต้นแร้งเต้นกากันเป็นพัลวัน..
วุฮู้วววว จบแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!
.
.
.
Day 0 (restart ใหม่): 16 พฤษภาคม 2550
อากาศแจ่มใส
...เหมาะกับการเดินเล่นซักพัก..
..............ก่อนจะกลับไปสู้กันต่อไป............
หมายเหตุ ยังมีต่อ อย่าเพิ่งลุกไปไหน ติดตามชม deleted scenes ได้ หลัง end credits
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอขอบคุณ
พ่อ ผู้ที่สมัยเด็กๆ เป็นแรงบันดาลใจ ให้เรารู้จักค้นหา ในเบื้องลึก และเบื้องกว้าง ของสรรพสิ่ง
แม่ ผู้คอยเลี้ยงดู อุ้มชู มาโดยตลอด อันนี้ขอบคุณแบบซีเรียสจริงๆ ไม่ใช่แกล้งพูดให้งี่เง่า
ทะเลาะกันบ้าง แต่ก็รู้ว่าแม่รัก สักวันหวังว่าจะได้ทำให้แม่ภาคภูมิใจ
ขอบคุณ อาบัน สำหรับทุกช่วงเวลาดีๆ ที่มีให้กัน
ขอบคุณที่ช่วยเติมสีสวยๆ ให้กับชีวิตยวนๆ
ขอบคุณที่ช่อยคอยฉุดดึง เวลาเราหกล้ม
ขอบคุณที่เป็นโซฟาให้เอนพิงหลัง เวลาเราเหนื่อยล้า
และที่สำคัญที่สุด ขอบคุณ.. ที่เดินข้างๆ กัน
ขอบคุณท่านยาย ผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารี เปรียบประดุจแม่น้ำฮวงโหว
ขอบคุณท่านน้ากบ ที่ให้ยืมปริ๊นเตอร์ แล้วก็คอยช่วยลุ้นการเขียนตีสิสฉบับนี้มาโดยตลอด
ขอบคุณครูบาอาจารย์ที่จุฬาทุกคน ที่คอยช่วยเหลือแนะนำ อย่างเข้าอกเข้าใจ
ขอบคุณมหาลัยคอร์เนล ที่ทำให้เราได้พบเจอกับความลึกล้ำของเรื่องพฤติกรรมสัตว์เป็นครั้งแรก
ขอบคุณเพื่อนๆ ชาวยวนทั้งหลาย ที่ช่วยอะไรไม่รู้มากมายหลายอย่างเต็มไปหมด
ขอบคุณอินเตอร์เน็ต
ขอบคุณที่โลกนี้มีวิทยาศาสตร์
ขอบคุณปลาหมึก ที่ให้ความร่วมมือ
ขอบคุณตัวเอง ที่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
ขออุทิศนวนิยายเรื่องนี้ ให้กับนักรบตีสิสทุกคน
หยาดเหงื่อ แรงใจ และมันสมองของท่าน จะไม่กลายเป็นเพียงเศษกระดาษขึ้นรา รอวันเน่าสลายอยู่บนหิ้งของห้องสมุด
อย่างน้อยๆ มันก็เป็นบทพิสูจน์แห่งตน
แต่ที่สำคัญยิ่งกว่า
มวลความรู้ของมนุษยชาติ เปรียบเสมือนปริศนาจิ๊กซอว์ขนาดใหญ่เท่าจักรวาล ที่ยังคงมีช่องโหว่อยู่เต็มไปหมด สักวันหนึ่งอันไกลโพ้นข้างหน้า ลูกหลานของเราอาจมีโอกาสได้เห็นภาพเต็ม
จงภูมิใจเถิด ที่ได้เป็นผู้ร่วมต่อจิ๊กซอว์
แม้จะเป็นเพียงแค่ 1 ชิ้นก็ตาม
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฮัลโหลจารย์ชิมุระ หวัดดีครับ
เอ้อ ว่าไงครับ เป็นไงมั่ง
ตกลงเมื่อวานคิวมันยาวมากเลยครับ เค้าก็เลยบอกให้ผมค่อยกลับมาใหม่
แต่..
ก็วันนี้ผมก็เลยเอามาส่งแล้วครับ
แต่..
แต่อะไร.. ไม่มีแต่แล้วครับจารย์ อ๋อ.. แต่ว่า พอผมกำลังจะเดินมาส่งปุ๊บ ปรากฏว่าฝนมันตก ก็เลยเปียกตีสิส หมึกเละหมดเลยครับ ต้องกลับไปพิมพ์ใหม่ทั้งหมด แล้วก็ต้องไปล่าลายเซ็นใหม่ด้วย ไม่รู้จะทันรึเปล่า
...เฮ้ย.. คุณพูดจริงเหรอ..
ปัดโธ่ ผมล้อเล่นครับจารย์ 555 ก็เห็นจารย์ แต่ อยู่ได้ จริงๆ คือจะโทรมาบอกว่าส่งเรียบร้อยแล้วครับ ไม่มีปัญหา..
ไอ้บ้าเอ๊ย ผมก็หลงเชื่อไปแล้วนะเนี่ย.. ใจหายหมด กับคุณนี่ อะไรๆ ก็ยิ่งเป็นไปได้อยู่ด้วย