เพ้อ...เจ้อ
post date :
15/11/2006 15:14:05
ไม่จบไม่สิ้นกันไปซักทีน๊า
ต้องมารับรู้อยู่เรื่อยๆ ก็ต้องเจ็บอยู่ซ้ำๆแบบนี้
เข้าใจนะ คิดว่าเข้าใจ...
ก็ไม่รู้สิ เรื่องแบบนี้มันก็มองได้หลายด้าน
ถ้าตัวเองไม่ผิดจะมีใครเขาอยากจะทำเรื่องร้ายๆด้วยไหม
อยู่ดีๆมีใครเขาอยากจะตัดตัวทำรายได้ของบริษัทตัวเองบ้าง
จริงอยู่ที่ว่าชอบมากๆ แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะหลับหูหลับตาเข้าข้างไปซะทุกอย่างหรอกนะ
ก็เพราะบางครั้งยังรู้สึกได้ด้วยตัวเองเลยนี่นาว่า..
"ทำไมถึงกล้าทำอะไรแบบนี้นะ..."
หรือบางครั้งก็ต้องรู้สึกแย่ๆเองด้วยซ้ำที่ได้รู้ว่าเป็นคนแบบไหน
การที่เอาแต่ใจตัวเอง ทำอะไรที่อยากทำ หรือรักอิสระอะไรนั่นน่ะ
มันก็ต้องมีขอบเขตไม่ใช่เหรอ
ไม่ว่าอะไรถ้ามันมากเกินไปมันก็ต้องไม่ดีอยู่แล้วอ่ะ
แล้วก็ทางสายนี้น่ะ ก็ตัวเองไม่ใช่เหรอที่เป็นคนตัดสินใจเดินเข้ามา
บางทีการที่จะได้อะไรมา มันก็ต้องแลกกับบางสิ่งบางอย่างที่มีนี่นะ
เรื่องง่ายๆแค่นี้ทำไมถึงไม่เข้าใจ
คนทุกคนต่างก็ต้องมี"หน้าที่"ด้วยกันทั้งนั้น
ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับไอดอลหรอกนะ...
(เพราะยังงัยไอดอลก็ยังคงไม่ใช่พระเจ้า...ใช่มั๊ย
แต่ก็นะ แม้แต่พระเจ้ายังมีหน้าที่เลย)
ถึงจะนิสัยเอาแต่ใจมาจากไหน แต่มันเป็นหน้าที่ไม่ใช่เหรอ
ทำตัวให้เป็นที่รักของคนอื่นน่ะ มันก็เป็น "งานของไอดอล" ไม่ใช่เหรอ
ถึงจะต้องใส่หน้ากาก หรือจะต้องเฟคอะไรก็ตามนะ มันก็เป็นหน้าที่อยู่ดี
แค่นี้ก็ไม่เข้าใจเหรอ...
แล้วที่มีคนเคยพูดว่า "ทำไมจะต้องคอยไปแคร์ความรู้สึกของคนอื่นด้วย
ไม่ใช่เครื่องจักรที่จะต้องทำตามใจทุกคนนะ"
เราว่าพูดแบบนั้นไม่ได้หรอก เพราะว่าสิ่งนั้นน่ะมันคือ "หน้าที่"
ถ้าไม่อยากแคร์ความรู้สึกคนอื่น ก็ไปเป็นพนักงานบริษัทซะสิ
ไปทำงานอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องข้องเกี่ยวกับความรู้สึกของคนอื่น
ที่นี้ก็คงจะได้ทำอะไรตามใจตัวเองให้สะใจไปเลย
เพราะคงไม่มีคนที่เขาเป็นห่วงมาคอยสนใจแล้วงัย
เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องของการแชร์ความรู้สึกนะ
ถ้ามีคนคิดถึงเรื่องของเรามากมาย เป็นห่วงแคร์เรามากมายขนาดนั้น
ก็ไม่เสียหายนี่นาที่จะทำดีกับพวกเขาบ้าง
อย่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางขนาดนั้นสิ
ก็บอกแล้วว่าไอดอลไม่ใช่พระเจ้า...
เวลาที่ไม่ได้เห็นหน้าช่วงนี้น่ะ หวังว่าจะคิดอะไรได้มากขึ้นนะ
ที่เขาส่งไปต่างประเทศแถบๆอเมริกานั่นน่ะ น่าจะขอบคุณเขานะ
เพราะถ้ายังอยู่ที่ญี่ปุ่น ชีวิตก็คงไม่ต่างจากเดิม ก็คงจะไม่ได้สงบสุขอย่างเดิม
ไปอยู่ที่ที่ไม่มีคนรู้จัก แล้วลองไปใช้ชีวิตอิสระดูให้พอใจ
ถ้าอยากกลับมาเราก็คงจะดีใจมากๆที่จะได้เห็นการเติบโตในด้านความคิด
แต่ถ้าไม่อยากกลับมาแล้ว
คิดว่าอิสระอันนั้นเป็นอะไรที่ตัวเองใฝ่ฝันมาตลอดแล้วล่ะก็
ตามใจละกัน
แค่ขอให้มีความสุขก็พอแล้ว
หลังจากที่ได้รู้อะไรมากขึ้น จะไม่เฝ้าภาวนาขอให้กลับมาอีกแล้ว
แต่จะรออยู่ตรงนี้ ขอให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในสิ่งที่ตัวเองเลือก
เพราะตัวเองเคยเลือกที่จะเดินทางนี้มาแล้ว...แต่ตอนนั้นก็ยังเด็กอยู่มาก
ตอนนี้คิดว่าน่าจะมีความคิดแล้วว่าอยากให้ชีวิตตัวเองเป็นไปทางไหน
เพราะฉะนั้นมีโอกาสได้เลือกอีกครั้งแล้ว
ขอให้เลือกเดินในสิ่งที่ตรงใจตัวเองที่สุดนะ...
จะได้ไม่มีการเสียใจภายหลังเกิดขึ้น
เราพยายามมองทุกอย่างให้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงที่สุดแล้ว
ไม่มีใครอยากให้เป็นแบบนี้ถ้าเจ้าตัวไม่ทำตัวเอง
จะไปโทษทางบริษัทอย่างเดียวก็คงไม่ได้ ถ้าบริษัทแย่จริงๆ
ก็คงสั่งพักงานทั้งวงไปแล้ว
ในเมื่อสมาชิกทั้งค่ายเขาก็อยู่กันมาได้ เขาต่างก็ยอมรับกฏได้
มันก็ไม่ควรมีข้อยกเว้นเป็นพิเศษให้ใคร...
จากนี้ไปก็คงทำได้แค่รอให้ความจริงทั้งหมดมันค่อยๆเปิดเผยออกมา
แล้วก็อธิษฐานให้ทุกวันของนายเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เกิดจากความสุขในใจจริงๆ
แม้ว่าจะไม่มีโอกาสได้เห็นมันอีกตามสื่อต่างๆก็ตามที
แต่ไม่ว่ายังงัยก็รักแกนะเว้ยไออ้วน...มากๆๆๆๆ
แล้วก็จะรออยู่เสมอ...
เพราะฉะนั้น...Grow up!!
ความจริงเป็นสิ่งที่เจ็บปวด...แต่ก็ต้องยอมรับนี่นะ
いつも泣かせていた、心配させていた、でも大丈夫よ。。。
あたし愛を選んだから。。。
-------------------------
Try Again : Westlife
เงียบเถอะนะ อย่าร้องไห้เลย มันจะต้องมีวันที่ดีกว่านี้ ฉันสัญญา เราจะต้องหาทางออกได้ เพียงแค่ขอได้รู้ว่า อะไรอยู่ในใจของเธอ
ที่รัก...เธอคิดว่ามันจะคงอยู่ตลอดไป ไม่ว่าจะผ่านฟ้าฝนลมหนาวอย่างไหน แต่ซักวัน...เธอจะพบสิ่งที่เธอเฝ้าหาอยู่
พยายามอีกทีนะ อย่าหยุดศรัทธาเลย พยายามอีกครั้ง อย่าเลิกในสิ่งที่รัก สะดุดและหกล้มบ้างน่ะ หัวใจก็เพื่อสิ่งนั้นนี่นะ และเมื่อเธอต้องล้มลง ลองพยามอีกที
แล้วก็ลองนอนลงสบายๆนะ ปล่อยให้มันผ่านไป เธอไม่มีวันต้องโดดเดี่ยวหรอก ฉันสัญญา ถ้าเธอต่อสู้กับความรู้สึกไม่ได้ล่ะก็ ยอมแพ้ต่อใจของตัวเองซะ จำไว้อย่างหนึ่งว่า รักจะทำให้เธอเป็นอิสระ
ที่รัก...เมื่อยามที่หัวใจร่ำไห้ บางครั้งรู้สึกเหมือนกำลังจะหมดลมหายใจ น้ำตาร่วงเหมือนสายฝนพรำ
ที่รัก...เธอคิดว่ามันจะคงอยู่ตลอดไป คิดว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป แต่ซักวันหนึ่ง เธอก็จะพบในสิ่งที่เฝ้าตามหา
« Never Fading Memory...
Let go... »
1 Comment
|