Personality Test ตรงเกินไปแล้ว >_
post date :
11/10/2004 10:14:24
ปอมส่ง test นี้มาให้หลายวันแล้ว แต่ไม่มีเวลาไปอ่านเลยว่า ตัวเองเป็นแบบไหน แต่พออ่านแล้วก็อึ้งอ่ะ มันตรงมากเลย ถึงช่วงท้ายออกจะขี้เกียจอ่านไปบ้างก็เหอะ
แต่มันก็มีหลายๆจุด ที่เป็นตัวเองอยู่ในนั้น
http://www.dekisugi.net/enneagram/tests.jsp
ไทป์หก - เพื่อนยาก
มีศิลปะของการทำงานเป็นทีม เป็นนักจัดการองค์กร หรือนักรณรงค์เพื่อสวัสดิภาพที่ดีขึ้นของชุมชน สร้างมิตร สร้างความสามัคคี ชอบการพึ่งพาอาศัยกัน ตัดสินใจยาก เดาใจลำบาก เวลารู้สึกไม่ปลอดภัย จะกลายเป็นคนขี้ระแวง
ลักษณะทั่วไป
แรงจูงใจ
ต้องการความปลอดภัย การคุ้มครอง การสนับสนุนจากคนอื่น ต้องการตรวจสอบทัศนคติของคนอื่นที่มีต่อตน ต้องการปกป้องสิ่งที่ตนเชื่อ
บุคลิกของ "ไทป์หก" เต็มไปด้วยความขัดแย้งกันเอง พวกเขาพึ่งพาคนอื่น แต่ให้ความสำคัญกับความเป็นตัวของตัวเองของตน เชื่อใจคนอื่น และอยากเป็นที่เชื่อใจ แต่มักทดสอบความจริงใจของคนอื่น พวกเขาต้องการผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แต่ก็กลัวด้วย เดี๋ยวเชื่อฟัง เดี๋ยวดื้อ กลัวความก้าวร้าว แต่บางทีก็ก้าวร้าวใส่คนอื่น แสวงหาความปลอดภัย แต่รู้สึกไม่ปลอดภัย เป็นคนน่ารัก แต่บางทีก็ตระหนี่ และเกลียดชังคน มั่นคงในค่านิยมของสังคม แต่บางทีก็ขัดขืน ชอบหนีการถูกลงโทษ แต่รนหาที่ ความขัดกันเองเหล่านี้ มาจาก ความวิตกกังวล ที่ส่งผลทำให้สภาวะจิตเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา พวกเขามองหาหลักยึดเหนี่ยว ความเชื่อ พันธมิตร หรืออำนาจ เพื่อลดความวิตกกังวล
พวกเขารู้สึกปลอดภัยได้ด้วยการมองหาสิ่งที่อยู่นอกตัวเขา พวกเขาจะทุ่มเทให้กับมันเพื่อแลกกับความรู้สึกปลอดภัย พวกเขาต้องการอะไรสักอย่างที่ ใหญ่กว่า และมีพลังมากกว่าตน ยิ่งใหญ่ยิ่งดี พวกเขาให้ความสำคัญกับสิ่งที่เขาศรัทธามาก
ตัวอย่างบุคคล
Robert F. Kennedy, Malcolm X, George Bush, Walter Mondale, Tom Hanks, Bruce Springsteen, Candice Bergen, Gilda Radner, Patrick Swayze, Princess Diana, Julia Roberts, Phil Donahue, Jay Leno, Johnny Carson, Diane Keaton, Woody Allen, Andy Rooney, Jessica Lange, Marilyn Monroe, Oliver North, J. Edgar Hoover, Richard Nixon, Rush Limbaugh, "George Costanza,""Archie Bunker"
ในความคิด
"ไทป์หก" เป็นไทป์ที่ตัดสินใจเองโดยปราศจากอิทธิพลของ คนที่เชื่อถือได้ สถาบัน หรือระบบความเชื่ออย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ เพราะไม่เชื่อใจตัวเอง ดังนั้น พวกเขาจะหาอะไรสักอย่างหนึ่งที่เชื่อถือได้ จากนั้นจะคอยตรวจสอบว่า มีแนวคิดใหม่ ๆที่ขัดกับสิ่งนั้นหรือไม่ พวกเขาใช้สิ่ง ๆนั้น เป็นแนวทางในการดำรงชีพ เป็นสิ่งที่ทำให้หายลังเลใจ และเป็นสิ่งที่กำหนดขอบเขตต่าง ๆให้ตน พวกเขากำลังมองหาความปลอดภัยอยู่นั้นเอง แม้ว่าการหาสิ่งยึดเหนี่ยว นำทาง จะเป็นสิ่งที่มีได้กับคนทุกไทป์ แต่ไม่จะเป็นการสนับสนุน การต่อต้าน หรือการกลัวสิ่งยึดเหนี่ยวนั้น "ไทป์หก" ดูเหมือนจะมีประเด็นปัญหากับเรื่องนี้มากที่สุด
"ไทป์หก" เป็นไทป์แห่งปริศนา พวกเขาตอบสนองอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอด บางทีจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว พวกเขามักลังเลสงสัย และรุ่มร้อนใจเพราะความขัดแย้งในใจของตัวเอง เดี๋ยวสนุก ตลก เดี๋ยวมองโลกแง่ร้าย เดี๋ยวแน่ใจ เดี๋ยวไม่แน่ใจ ในขณะที่ชอบมองหาผู้คุ้มครอง พวกเขาก็จะต่อต้านผู้คุ้มครองไปด้วย เป็นไทป์ที่อ่านใจได้ยาก คนทั่วไปมักจะบอกว่า "ไทป์หก" เป็นคนที่คนชอบได้ง่าย แต่เข้าใจได้ยาก
จะเข้าใจ "ไทป์หก" ก็ต้องรู้ว่า พวกเขาเป็นคนสองจิตสองใจ สภาวะจิตของเขาสลับไปมาระหว่างความก้าวร้าว กับการพึ่งพาคนอื่น จึงยากที่จะทายใจพวกเขาในขณะใดขณะหนึ่ง พวกเขาสองจิตสองใจทั้งกับคนอื่น และตัวเอง บางทีก็ชอบตัวเอง บางทีก็ดูถูกตัวเอง กดตัวเองให้ต่ำ บางทีก็มั่นใจในตัวเอง แต่บางดูเหมือนไม่มีคนอื่นให้พึ่งก็คงตายไปเลย บางทีพวกเขาดูขี้ขลาดแล้วจู่ ๆก็กล้าบ้าบิ่น สิ่งที่พวกเขากำลังสองจิตสองใจอยู่แท้ที่จริงแล้วก็คือ superego ของเขา
เพื่อที่จะหลุดพ้นจากสภาพแบบนี้ "ไทป์หก" พยายามสร้างเสถียรภาพในชีวิตขึ้น พวกเขาจะประสบความสำเร็จในสถานการณ์ที่ รู้สึกว่าตัวเองได้รับการสนับสนุนจากคนอื่นอยู่ และรู้ว่ากติกาของเกมส์เป็นอย่างไร พวกเขาเอาความมั่นคงไปผูกกับสิ่งที่อยู่นอกตัว ถ้าสิ่งเหล่านั้นยังดีอยู่พวกเขาก็ดีไป แต่เมื่อสิ่งเหล่านั้นมีอันตราย พวกเขาก็กลับกลายเป็นคนขึ้ลังเลสงสัยเหมือนเดิม (เหตุนี้ ทำให้ "ไทป์หก" จำนวนมากเข้าใจผิด คิดว่าตัวเองเป็น "ไทป์สี่") ทางออกที่ดีสำหรับ "ไทป์หก" ไม่ใช้การกดข้างใดข้างหนึ่งของเขาไว้เพื่อลดความขัดกันเอง แต่ต้องให้ทั้งสองด้านไปด้วยกันได้ เมื่อไรก็ตามที่ขั้วทั้งสองเกิดความตึงเครียด ความวิตกกังวลจะเพิ่มขึ้น และปัญหาจะตามมา
ปัญหาเกี่ยวกับ ความวิตกกังวล และความไม่ปลอดภัย
กลุ่มความคิด เป็นกลุ่มที่มีปัญหาเกี่ยวกับความวิตกกังวลทุกไทป์ แต่ "ไทป์หก" ดูจะเป็นไทป์ที่มีปัญหาที่สุด เพราะพวกเขารู้ตัวเสมอว่ากำลังวิตกกังวล "กังวลว่าวิตกกังวล" ไม่เหมือนกับ "ไทป์ห้า" เอาความวิตกกังวลออกไปด้วยการเอาตัวออกห่างจากประสบการณ์ หรือ "ไทป์เจ็ด" ที่กดเก็บความวิตกกังวลด้วยการหากิจกรรมทำตลอดเวลา "ไทป์หก" เป็นไทป์ที่รับเอาความวิตกกังวลมาอย่างดื้อ ๆ และยอมแพ้มันในบางที
"ไทป์หก" มีวิธีการจัดการกับความวิตกกังวลอยู่สองรูปแบบ หนึ่งเรียกว่า Phobic คือการจัดการกับความกลัวด้วยการหาที่พึ่งพิง พวกเขาจะรู้ตัวเสมอเมื่อเกิดความวิตกกังวล และรีบของความช่วยเหลือจากคนอื่น "ไทป์หก" ในกลุ่มนี้อารมณ์อ่อนไหว และสงสัยตัวเองจึงดูคล้ายไทป์ "ไทป์สี่" คนพวกนี้พยายามทำตัวให้ยุ่งน้อยที่สุด และหลีกเลี่ยงความยุ่งยาก อยู่ใต้กฏ และทำตามกระบวนการ พวกเขากลัวคนที่ให้ความคุ้มครองจะทอดทิ้งตน
อีกกลุ่มหนึ่งใช้วิธี Counterphobic คือมีแนวโน้มที่จะทักท้วง หรือต่อต้านอำนาจ พวกเขาพร้อมรบ และขี้ระแวง พยายามเป็นตัวของตัวเอง และไม่ยอมพึ่งใคร ทำให้ดูคล้ายไทป์ "ไทป์แปด" พวกเขาชอบโยนหินถามทาง ยั่วยุให้ศัตรูเผยจุดอ่อนจุดแข็งออกมา พวกเขากลัวเล่ห์กล และการถูกเอารัดเอาเปรียบ เมื่อเกิดการเผชิญหน้า พวกเขาจึงทำตัวอันธพาล ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาเต็มไปด้วยความกลัวไม่แพ้พวก Phobic เพียงแต่สิ่งที่แสดงออกเป็นไม่ตรงกับใจ
อันที่จริงไม่มี "ไทป์หก" คนไหนที่เป็น Counterphobic หรือ Phobic เพียงอย่างเดียว พวกเขามักมีทั้งทัศนคติ และพฤติกรรมของทั้งสองอย่าง แต่แสดงออกต่างเวลากัน เช่น เป็น Counterphobic กับที่บ้าน แต่ Phobic กับที่ทำงาน หรือกลับกัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในวัยเด็ก และโดยมาก คน ๆเดียวกันจะเป็น Phobic ในระดับของการพัฒนาหนึ่ง และ Counterphobic ในอีกระดับหนึ่งสลับกันไป
"ไทป์หก" ทุกคนรอบคอบและระวังระไวมากเพื่อว่าจะได้คาดการณ์ปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ทัน โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งกับคนอื่น พวกเขาสงสัย และใส่ใจรายละเอียด ค้นหาจุดยืนของคนอื่น ตลอดจนขี้ระแวง ทั้งหมดก็เพื่อป้องกันตัวให้พ้นจากอันตรายทั้งที่จริง และคิดไปเอง พวกเขาจึงเป็นคนตื่นตัวอย่างมากพวกเขาฝึกที่จะคาดการคนอื่น จะได้เตรียมการล่วงหน้า เรียกได้ว่า ต้องรู้สึกว่ามีอันตรายอยู่จึงจะโล่งใจ ยิ่งระแวงก็ยิ่งระวัง
ในรากลึกของความกังวลใจคือความรู้สึกว่าไม่มีใครคอยสนับสนุน พวกเขาไม่มั่นใจว่าตัวเองจึงเป็นที่พึ่งได้ พวกเขาคิดแล้วคิดอีก ตัดสินใจไปแล้ว ก็มากลัวว่าจะตัดสินใจผิดพลาดไป พวกเขาจึงต้องมองหาสิ่งนอกตัวมาช่วยพวกเขาตัดสินใจ คู่สมรส เพื่อน บริษัทที่ทำงาน กองทัพ นักจิตบำบัด ผู้รู้ ผู้ฝึกจิต หรือศาสนา และต่อจากนั้นก็คือการสอดส่องเฝ้าดูสิ่งที่ตนศรัทธาอีกต่อหนึ่งจนแน่ใจว่าปลอดภัย พวกเขากังวลได้ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพของเขา พวกเขาจะคอยทดสอบอยู่เป็นระยะว่า สิ่งที่เป็นที่พึ่งของเขายังไว้ใจได้อยู่หรือไม่ พวกเขาไม่ค่อยรู้ว่าคนอื่นคิดอย่างไรกับตน พวกเขาอยากให้คนรัก แต่มักคิดว่าคนอื่นคงไม่รัก พวกเขาจะมองหาร่องรอยที่เป็นหลักฐานแสดงว่ารักหรือไม่รักอยู่เสมอ ความระแวงนี้ทำร้าย "ไทป์หก" ในระดับเสื่อมจนทำอะไรไม่ได้เลย
แม้ว่า "ไทป์หก" จะเป็นไทป์ในกลุ่มความคิด แต่พวกเขาใช้อารมณ์ เพราะความวิตกกังวลส่งผลกระทบต่ออารมณ์ พวกเขาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอด เมื่อเลือกทำอย่างหนึ่งไปแล้ว จะทำตรงข้ามเป็นการชดเชยอีกที เช่น "ไทป์หก" อาจแสดงความรักต่อคน ๆหนึ่ง แล้วก็กลัวจะถูกหลอก จึงระแวงคน ๆนั้นมาก และมองหาสิ่งที่พิสูจน์ว่าคน ๆนั้นรักตนอยู่ เมื่อได้มาแล้ว พวกเขากลับทำตัวไม่ใยดี ราวกับว่าไม่ต้องการคน ๆนั้นก็ได้ หากคุณพบใครที่เต็มไปด้วยพฤติกรรมที่ขัดแย้งในตัวเอง คุณกำลังอยู่กับ "ไทป์หก"
"ไทป์หก" นั้นใช้อารมณ์ แต่จะไม่แสดงออกตรง ๆ แม้แต่กับคนใกล้ชิด พวกเขาไม่แสดงความโรแมนติก และพยายามไม่เพ้อฝัน พวกเขาค่อนข้างมั่นใจว่าตน รู้สึก กับคนหรือสิ่งของต่าง ๆอย่างไร แต่ไม่ค่อยมั่นใจว่าตนเอง คิด อย่างไรกับสิ่งเหล่านั้น และยิ่งไม่รู้ใหญ่เมื่อต้องตัดสินใจว่าจะอย่างไรกับสิ่งเหล่านั้น และมักเป็นผลทำให้ตัดสินใจผิดพลาดเสมอ พวกเขาจะคิดไม่ออกว่าควรทำอย่างไรดี และในขณะเดียวกันก็พยายามดูคนอื่นว่าเขาทำกันอย่างไร ยากมากที่จะเดาใจ "ไทป์หก" เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาอยู่ในระดับดี
การเอาชนะตัวเอง และเป็นอิสระจากความวิตกจริต เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับ "ไทป์หก" ถ้าพวกเขาหงอเกินไป ก็จะสูญเสียความนับถือตัวเอง กลายเป็นกระโถนท้องพระโรง ถ้าพวกเขาก้าวร้าวเกินไปในการที่จะเป็นตัวของตัวเอง คนอื่นจะตีจากและพวกเขาจะได้รับการลงโทษ สิ่งที่ท้าทายสำหรับ "ไทป์หก" คือการรักษาสมดุลระหว่างด้านทั้งสองเอาไว้ ลดความตึงเครียดของมันลง พวกเขาจะเข้าสู่ระดับดีได้เอง
font color=blue>บทส่งท้าย
การกดตัวเองให้พ่ายแพ้ เป็นศัตรูที่สำคัญที่สุดของ "ไทป์หก" เอง หากเขายิ่งชอบทำร้ายตัวเองเท่าไร คนที่พวกเขาพึ่งพาก็ยิ่งตีจาก และ
"ถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่ "ไทป์หก" กลัวที่สุด
การสร้างพันธมิตรไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพียงแต่ "ไทป์หก" ต้องรู้ตัวด้วยว่าพันธมิตรของตนกำลังทำอะไร เพราะมันมีผลกระทบกับตัวเขาสูง คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล
ความกลัวการถูกโดดเดี่ยวของ "ไทป์หก" เกิดจากความจำเป็นที่ต้องมีใครสักคนในชีวิตเพื่อให้หายวิตกกังวล คน ๆนั้นมีหน้าที่ที่จะบอกทางเดินชีวิตให้เขา คอยควบคุมสมดุลระหว่าง ความก้าวร้าวกับความวิตกกังวลให้ แต่อย่างไรก็ตาม ในตัวของ "ไทป์หก" เองยังร้องหาความตึงเครียดด้วย พวกเขาจึงคบคนไว้เพื่อทั้งสยบความวิตกกังวล และกระตุ้นความวิตกกังวลไปด้วย นั้นทำให้ พวกเขาต้องเผชิญกับความขัดแย้งอย่างมากในใจ และต้องหาทางหลุดพ้นให้ได้ พวกเขาต้องหัดเรียนรู้ว่า คนเราไม่ต้องพึ่งคนอื่นก็ได้ หากเรียนรู้ที่จะเชื่อตัวเอง ในที่สุดพวกเขาก็จะได้ความรู้สึกปลอดภัยที่พวกเขาต้องการเอง ?
คร่าวๆ ก็ประมาณนี้แหละ มันมีปลีกย่อยอีกเยอะ แบ่งระดับออกมาอีก แต่ขี้เกียจแล้ว มันมีส่วนที่เป๊ะเลย แต่อยากว่าพูดยาวซะขนาดนั้นมันก็ต้องมีอะไรที่โดนมามั้งใช่ม้า
BMG : all day long i drem about sex >>> JC Chasez
MOVIE : Bowling for Columbia

« วันที่ฉันยังป่วย.....
ComicKet ญี่ปุ่น นี่มั.. »
2 Comment
|