Power of Darkness (chapter 1)
17 พฤศจิกายน 2549
Power of darkness
>>> Power of darkness
>>> vol. 1 การตัดสินใจ
>>> Akanishi Jin +Kamenashi Kazuya
>>> By TaKiJiN
เมื่อการประชุมได้จบลงแล้ว จิน ยูอิจิ และคณะกรรมการนักเรียนคนอื่นๆรวมทั้งอาจารย์ที่เข้าร่วมการประชุมก็กลับบ้านด้วยความเครียดจากการประชุมที่ผ่านมา สังเกตุจากสีหน้าทุกคนที่มีความวิตกกังวล
-- ที่หน้าประตูโรงเรียน --
มีนักเรียนอยู่บริเวณนั้นประมาณ 4 คน ซึ่งกำลังยืนคุยกับเพื่อนเพื่อฆ่าเวลาที่จะรอเพื่อนอีก 2 คนที่กำลังจะตามมาที่หลัง และการรอคอยที่เนิ่นนานก็สิ้นสุดลงเพราะเพื่อนทั้ง 2 ที่คอยกำลังจะเดินมาหาหลังจากเสร็จการประชุมที่ยุ่งยาก น่าปวดหัวกับปัญหาที่คิดไม่ตกและน่าเบื่อหน่าย
เฮ้ย ! นั่นไงไอ้จินกับไอ้ยูเดินมาโน่นแล้ว เสียงของโคกิซึ่งกำลังฟังเพื่อนคุยอยู่หันไปเห็นเพื่อนทั้ง 2 คนพอดีและเพื่อนทั้งหมดก็หันหน้าไปตามทางที่โคกิชี้ไป จินและยูอิจิเดินมาถึง เพื่อนทุกคนเห็นสีหน้าของทั้งคู่แล้วก็พอจะเดาออกว่าเรื่องที่ประชุมคงไม่จบลงแค่นี้แน่
เฮ้อ...อย่าคิดมากเพื่อน ปัญหาวันนี้แก้ไม่ได้เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องแก้ได้น่า ไม่ต้องเครียดมาก เอางี้ไปดื่มกันดีกว่า เสียงของเพื่อนตัวสูงคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้น เขาก็คือ ทางุจิ จุนโนะสุเกะ ลูกชายทายาทเจ้าของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ที่มียอดขายสูงสุดในญี่ปุ่น
นั่นสิ เครียดกันอยู่อย่างงี้ยังไงก็คิดไม่ออกหรอก เคอิจิโร่ โคยาม่าก็พูดต่อเพื่อหวังให้เพื่อนได้คลายกังวล เขาเป็นลูกชายคนเล็กของเคอิจิโร่กรุ๊ป บริษัทจิวเวอร์รี่สาขาที่ใหญ่ที่สุดในเกาะญี่ปุ่น
ก็จริงของโคยาม่านะ ไปดื่มกันดีกว่าเพื่อน เรารู้ว่าเพื่อนเครียด เพื่อนหน้าหวานอีกคนพูดขึ้นสนับสนุนความคิดเห็นของเพื่อนๆ และทุกคนในกลุ่มก็พยักหน้าเห็นด้วย
งั้นไปคลับของนายนั่นแหละทัตสึยะ โคกิเสนอความเห็นและชี้ไปทางเพื่อนคนเมื่อกี้ที่เพิ่งพูดจบไป ซึ่งก็คืออุเอดะ ทัตสึยะ ลูกชายคนเดียวของเจ้าของคลับที่ใหญ่และมีระดับจัดได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งในย่านชินจุกุ
Turrrrrr Turrrrrrr
เสียงโทรศัพท์ของจินดังขึ้นจึงหยิบขึ้นมาดูว่าเป็นใครที่โทรมา และหน้าจอก็บอกว่าเป็นคนรักที่โทรมา
ครับ ว่าไงครับที่รัก กรอกเสียงลงไปอย่างเช่นทุกทีที่รับโทรศัพท์จากคาเมะ
เอ่อ..นี่ยามะพีนะจิน เอ๋ ? แล้วทำไมใช้เบอร์ของคาเมะโทรมาล่ะ จินเริ่มขมวดคิ้วสงสัย
ชั้นจะโทรมาบอกว่าตอนนี้คาเมะอยู่ที่บ้านชั้น
แล้วทำไมคาเมะถึงไปอยู่บ้านนาย ยังไม่ทันที่ยามะพีจะพูดจบจินก็แทรกขึ้นมาก่อนเมื่อรู้ว่าคาเมะไม่ได้อยู่ที่คอนโด ด้วยความรู้สึกเป็นห่วงทำให้จินต้องเสียมารยาทในการคุยโทรศัพท์ เป็นห่วงว่านี่ก็เริ่มมืดค่ำมากแล้วคนตัวเล็กของเค้าจะกลับคอนโดยังไง ถ้าหากยามะพีไม่โทรมาบอกเค้าคงต้องลนลานเป็นแน่ที่กลับไปเจอห้องที่มีแต่ความว่างเปล่า
คือว่าคาเมะมาเล่นอยู่ที่บ้านชั้นเพื่อรอนายประชุมเสร็จแล้วค่อยกลับ แต่คาเมะก็เผลอหลับไปก่อน ชั้นเห็นว่าเวลานี้นายคงประชุมเสร็จแล้วเลยโทรมาบอก ยามะพีรู้นิสัยของเพื่อนรักคนนี้ดีว่าเป็นคนขี้เหงาขนาดไหนยามต้องอยู่คนเดียว คาเมะไม่ชอบการรอคอยและความรู้สึกอ้างว้าง
อืม ขอบใจนายมากนะที่โทรมาบอก เดี๋ยวชั้นจะไปรับคาเมะเดี๋ยวนี้แหละ แค่นี้นะ จินจบการสนทนาเพียงเท่านี้เพื่อที่จะรีบไปรับคนรัก การสนทนาทางโทรศัพท์ของจินได้จบลงยูอิจิจึงหันมามองหน้าจินเป็นเชิงถามว่าตกลงจะไปดื่มกับพวกเราไหม และคำถามทางสีหน้าของเพื่อนทุกคนก็หันมาเพื่อรอคำตอบ
โทษทีนะชั้นขอตัวล่ะวันนี้...เดี๋ยวจะต้องไปรับคาเมะที่บ้านยามะพี
โอเค..แล้วพรุ่งนี้นายจะเอายังไงจิน ยูอิจิคิดมาตลอดตั้งแต่ที่เห็นสีหน้าของจิน รู้อยู่แล้วว่าจินคงไม่รอการตัดสินใจของอาจารย์แน่ เหตุผลที่รีบตัดสินใจเช่นนี้เพราะโรงเรียนนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งทางธุรกิจที่ไม่ใช่ด้านมืดของตระกูลอาคานิชิด้วย ไม่อยากให้มีข่าวในทางที่ไม่ดีกับที่นี่
ชั้นจะไปเจรจากับพวกมันก่อนพรุ่งนี้หลังเลิกเรียน จินตัดสินใจอย่างแน่วแน่
อืม..งั้นเลิกเรียนเราไปกันเลย ชั้นไม่ให้นายไปคนเดียวแน่ พูดไว้ก่อน นิสัยจินถึงจะเป็นคนใจร้อน วู่วามแต่ไม่ชอบให้ใครมาเดือดร้อนด้วยถ้าเกิดปัญหา แต่ก็สายไปเสียแล้วมีหรือที่ยูอิจิจะยอมให้จินไปเสี่ยงคนเดียว ความคิดที่ว่าเพื่อนจะทิ้งเพื่อนไม่ได้อยู่ในหัวของเค้าเลย
แต่พวกนั้นอาจจะไม่ยอมฟัง แล้วอาจมีเรื่องก็ได้ นี่ไง เป็นอย่างที่ยูอิจิคิดไม่มีผิด
ไม่มีแต่ ตกลงตามนี้ห้ามนายคัดค้าน ไอ้จินเข้าใจมั๊ย นี่สิ มันต้องมัดมือชกกันอย่างงี้ จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปตามที่ได้ตกลงกันว่าจะไปไหน ส่วนจินหลังจากทีแยกกับเพื่อนแล้วก็ขับรถมุ่งตรงไปยังบ้านของยามะพี ระหว่างที่ขับรถสายตาก็มองไปยังข้างหน้าพลางคอยก้มลงมองนาฬิกาข้อมือไปด้วยซึ่งตอนนี้บ่งบอกเวลา 20.00 น. ในใจก็คิดว่าคนตัวเล็กร่างบางของเค้าจะหลับไปนานหรือยังนะ แต่ไม่แน่อาจจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาคุยเจื้อยแจ่วกับยามะพีก็ได้เพื่อตื่นรอเค้าที่จะมารับ ในใจครุ่นคิดไปตลอดทางเมื่อต้องปล่อยให้คาเมะรออย่างนี้
.............................
....................................
..............................................
หน้าบ้านหลังใหญ่เสียงแตรรถดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว คนรับใช้ในบ้านวิ่งออกมาเปิดประตูรับแขกผู้มาเยือนในยามวิกาล รถเคลื่อนเข้ามาจอดอยู่ที่หน้าบ้านจินลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในบ้านทันที
ยามะพี คาเมะล่ะ จินถามขึ้นเดินเข้าเจอแต่ยามะพีนั่งอ่านหนังสือบนโซฟา
คาเมะยังหลับอยู่เลย นอนอยู่บนห้องชั้น ตามมาซิ จินเดินตามยามะพีขึ้นไปชั้น 2 และเข้าไปในห้องของยามะพีที่ต้องเป็นห้องของยามะพีอย่างแน่นอน (มันก็ต้องใช่ซิเพราะเค้านำทางมาหนิ) เข้ามาก็สะดุดตากับร่างเล็กที่คุ้นเคยนอนหลับอยู่ใต้ผ้าห่ม คงกำลังหลับสนิทเลยล่ะซิจินคิด ขนาดเค้าเข้าไปอุ้มร่างบางยังไม่รู้สึกตัวเลย
คงจะเหนื่อยกับการสอบมากหนะ หลับสนิทเลย เห็นดังนั้นก็พูดขึ้นมองใบหน้าคาเมะยามหลับแล้วรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนและเอ็นดูก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้าของยามะพี และก็ละสายตาจากคาเมะหันมายิ้มให้จินก่อนจะเดินนำทั้งคู่ออกมาจากห้อง ลงบันไดและเดินเรื่อยมาจนถึงรถของจินที่จอดอยู่ เปิดประตูด้านข้างคนขับให้ จินค่อยๆวางคาเมะลงเบาะนั่งในรถและปิดประตูรถ
กลับบ้านโดยสวัสดิภาพนะ ขับรถดีๆล่ะ จินพยักหน้ารับ
ไปล่ะนะ เอ่ยคำลาจบก็เดินขึ้นรถและขับออกไปจากบริเวณบ้าน จุดหมายปลายทางคงจะเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจากคอนโดของจิน
................................
.........................................
..................................................
บริเวณหน้าคอนโดหรูใจกลางมหานครโตเกียว เฟอร์รารี่สีแดงขับมาจอดเทียบท่าที่หน้าประตูทางเข้า จินหันมาเขย่าแขนคาเมะเบาๆ คนร่างเล็กที่ถูกปลุกให้ตื่น งัวเงียขึ้นมาจากการหลับ
ตื่นคาเมะ ถึงบ้านเราแล้วคนดี เสียงกระซิบที่คุ้นเคยบอกอยู่ข้างใบหูสวย
อื้ออออ...อ้าวจิน คาเมะบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะหันไปทางเสียงที่ได้ยิน แปลกใจเล็กน้อยที่ตัวเองหลับสนิทแบบนี้ แม้กระทั่งจินไปรับ มาอยู่บนรถ มาถึงที่หน้าคอนโดเพิ่งจะรู้สึกตัวตอนตื่นนี่แหละ
สงสัยจะเพลียมากนะเนี่ย...ลงรถแล้วไปนอนต่อที่ห้องดีกว่านะ รอยยิ้มขี้เล่นของจินส่งมาให้ร่างเล็ก และทั้งคู่ก็ลงมาจากรถ ร่างใหญ่ส่งกุญแจรถให้กับพนักงานที่อยู่หน้าประตูทางเข้าเพื่อให้พนักงานเอารถไปเก็บเข้าที่ จินเดินโอบไหล่คาเมะที่เอนหัวมาซบที่ต้นแขนของเค้าจนมาถึงหน้าลิฟต์ รอลิฟต์มาสักพัก และเข้าไปกดชั้นบนสุด ( ไม่ใช่ดาดฟ้านะ ) เมื่อลิฟต์มาถึงก็เดินเข้าห้อง 2304 ไปซึ่งเป็นห้องของทั้งคู่
คาเมะมาอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลย เดี๋ยวจะนอนไม่สบายตัว คาเมะที่กำลังจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงต้องชะงักตามเสียงสั่งที่ติดจะดุด้วยความเป็นห่วง แล้วหันหลังเดินออกจากห้องนอนเข้าห้องน้ำไป
.................................
..........................................
สักพักประตูห้องน้ำก็เปิดออกร่างออกมาพร้อมชุดคลุมและเดินไปยังห้องแต่งตัว จินที่นั่งดูทีวีอยู่เมื่อเห็นคาเมะออกมาก็เข้าห้องน้ำไปอาบน้ำต่อ
......................................
.............................................
ร่างสูงที่อาบน้ำ แต่งตัวเสร็จแล้ว ก็เดินเข้าห้องนอนไปเจอกับร่างบางที่หลับปุ๋ยอยู่บนเตียง ร่างสูงก็เดินมาและค่อยๆเอนตัวลงนอนข้างๆคาเมะ มองใบหน้ายามหลับของคนรักช่างสวยงามโดยที่ไม่ต้องแต่งแต้ม ใบหน้าขาวผ่อง ริมฝีปากบางนุ่ม เห็นแล้วก็ห้ามใจไม่ได้ที่จะก้มลงไปจูบชิมรสหวานจากริมฝีปากนั้น คาเมะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมามองหน้าจินแล้วยิ้มให้ จินเห็นดังนั้นก็ก้มลงไปจูบอีกครั้งแต่ครั้งนี้ร่างบางเปิดโอกาสให้ลิ้นของจินเข้าไปพัวพันลิ้มรสความหวานที่ไม่มีวันจาง จูบที่อ่อนหวานจากคนรักช่างเต็มไปด้วยความสุข
อื้ออออ..... คาเมะเริ่มสะกิดจินเพื่อให้รู้ว่านานเกินไปจนลมหายใจติดขัดกับจูบนี้ จินละริมฝีปากออกมาจากปากของคาเมะ จดจ้องใบหน้าของกันและกัน จินเสยผมที่ลงมาปรกหน้าผากของคาเมะให้อย่างนุ่มนวล แล้วเอนตัวนอนลงข้างๆ
จิน...อย่าซนซิ คาเมะจับมือจินเอาไว้ เพราะมือของจินกำลังลูบไล้บนหน้าท้องของร่างบางอย่างแผ่วเบา และมือหนาของร่างสูงอาจจะต่ำลงเรื่อยๆ ถ้าร่างบางไม่ร้องห้ามซะก่อน
นอนนะ หลับได้แล้ว Good Night ที่รัก ร่างบางพลิกตัวมาบอกกับร่างสูงแล้วก้มลงหอมแก้มคนรัก ปรากฎรอยยิ้มที่จริงใจส่งให้คนรักก่อนจะล้มตัวนอนซบกับอกที่แข็งแกร่งและอบอุ่นของร่างสูง ร่างสูงก็เอื้อมมือรั้งเอวคอดของร่างบางมากอดไว้สัมผัสไออุ่นของกันและกัน ~ เฮ้อปล่อยไปซักวันแล้วกัน เห็นว่านายรู้สึกเพลียนะเนี่ยคาเมะ~
...................................................
.........................................................
................................................................
ยามเช้าที่สดใสมาเยือนเพื่อต้อนรับอากาศที่อบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระก็ยังคงแข่งกันเบ่งบานให้ผู้คนที่ผ่านมาได้ชื่นชมมัน เช้าวันนี้ช่างสดใสเสียจริง ตรงข้ามกับในใจของจินโดยสิ้นเชิงกับความกังวลปัญหาที่ต้องตัดสินใจแก้ในวันนี้ คาเมะสังเกตเห็นสีหน้าของจินที่มีความเครียดก็ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
เครียดเรื่องที่ประชุมเมื่อวานหรือเปล่าจิน
อืม...ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ชั้นจะไม่ใจร้อน วู่วามจนเกินไปกับการเคลียร์ปัญหาวันนี้ เพียงแค่คำพูดแค่นี้คาเมะก็พอจะเดาออกว่าการแก้ปัญหาของจินคงไม่จบด้วยการพูดคุยด้วยเหตุผลเป็นแน่ รู้จักคนรักของตัวเองดี เรื่องชกต่อย การทะเลาะวิวาทสำหรับจินแล้วคงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และทุกครั้งที่มีเรื่องคาเมะก็มั่นใจในตัวของจินว่าจะไม่แพ้ใครเหมือนกัน แต่ยังไงก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี แต่สิ่งสำคัญที่คาเมะยังไม่รู้คือ จินยากุซ่าเป็นทายาทของตระกูลอาคานิชิที่ยิ่งใหญ่ !
เค้าจะรอจินอยู่ที่โรงเรียนนะ ไม่ต้องห่วงยามะพีต้องรอเป็นเพื่อนอยู่แล้ว ทุกครั้งยามะพีต้องรอให้จินมารับคาเมะกลับบ้านก่อนแล้วถึงจะกลับบ้าน ไม่มีทางที่ยามะพีจะปล่อยให้คาเมะอยู่คนเดียวแน่
ก็ได้ ไม่ต้องห่วงนะ
.
และเวลาเรียนก็ดำเนินไปจนถึงช่วงเวลาเย็นที่โรงเรียนเลิก นักเรียนทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน จินและเพื่อนในกลุ่มรีบออกมาก่อนเวลาเลิกเรียนครึ่งชั่วโมง และเวลานี้พวกของจินก็เดินอยู่แถวย่านชินจุกุที่เป็นแหล่งรวมตัวของมาฟียและยากุซ่าสังกัดต่างๆ สถานที่พวกของจินจะไปคือไนท์คลับ ของ ซากุระอิ โช ความจริงแล้วคลับเป็นเพียงธุรกิจบังหน้าด้านหลังนั้นเป็นบ่อนคาสิโน ซึ่งโชเป็นผู้จัดการและยังเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลมาเฟียที่ใหญ่ในชินจุกุ เมื่อมาถึงหน้าคลับจินก็เดินเข้าไปอย่างไม่กลัวเกรงว่าที่นี่จะเป็นถิ่นใคร
นายเป็นใคร กล้ามากนะที่เข้ามาคลับของชั้นทั้งที่ยังไม่เปิด จินเดินเข้ามาเป็นจังหวะเดียวกับที่โชมาสำรวจและสั่งงานลูกน้องที่คุมคลับนี้อยู่ จึงถามขึ้นเพราะนี่ยังไม่ถึงเวลาที่เปิดคลับและพวกจินก็มาในชุกนักเรียนมัธยมปลายด้วย
ลูกพี่ครับ นี่มันชุด ม. ปลายของเด็กคุโรกินนี่ครับ ลูกน้องคนหนึ่งพูดขึ้นเพราะจำได้
อ๋อ เด็กคุโรกินที่บังอาจมีเรื่องกับมาเฟียระดับอย่างชั้นเมื่อไม่นามมาเนี่ยน่ะหรอ
ชั้น..ในฐานะประธานนักเรียนของคุโรกิน ชั้นจะมาเคลียร์ปัญหาที่ว่านี้แหละ เราจะยุติปัญหานี้ได้มั๊ย พูดกันด้วยเหตุผล ความจริงแล้วนักเรียนโรงเรียนชั้นก็ผิดที่ไปทำลายข้าวของในคลับนายจนเสียหาย เอาเป็นว่าทางโรงเรียนจะชดใช้ค่าเสียหายให้ และก็พิจารณาโทษของนักเรียนแล้ว นายมีความคิดเห็นยังไง
เดี๋ยวนี้โรงเรียนถึงกับต้องพึ่งนักเรียนในการเคลียร์ปัญหาแล้วเหรอ น่าสมเพช
มันไม่ใช่อย่างที่นายเข้าใจ โรงเรียนนี้เป็นธุรกิจส่วนหนึ่งของตระกูลชั้น ชั้นถึงต้องจัดการก็เหมือนนายที่ทำเพื่อธุรกิจของตระกูลนาย คำพูดที่น้ำเสียงหนักแน่นทุกประโยคทำเอาลูกน้องของโชหวาดเกรงอยู่เล็กน้อย
คำตอบของชั้นคือ ไม่ ! นี่ก็เป็นการปกป้องตระกูลของชั้นเหมือนกัน โชก็พูดกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเช่นกัน ทั้งจินและโชต่างฝ่ายก็จ้องตากันแบบไม่มีใครยอมใคร
To be continue
>>> Power of darkness
>>> vol. 1 การตัดสินใจ
>>> Akanishi Jin +Kamenashi Kazuya
>>> By TaKiJiN
เมื่อการประชุมได้จบลงแล้ว จิน ยูอิจิ และคณะกรรมการนักเรียนคนอื่นๆรวมทั้งอาจารย์ที่เข้าร่วมการประชุมก็กลับบ้านด้วยความเครียดจากการประชุมที่ผ่านมา สังเกตุจากสีหน้าทุกคนที่มีความวิตกกังวล
-- ที่หน้าประตูโรงเรียน --
มีนักเรียนอยู่บริเวณนั้นประมาณ 4 คน ซึ่งกำลังยืนคุยกับเพื่อนเพื่อฆ่าเวลาที่จะรอเพื่อนอีก 2 คนที่กำลังจะตามมาที่หลัง และการรอคอยที่เนิ่นนานก็สิ้นสุดลงเพราะเพื่อนทั้ง 2 ที่คอยกำลังจะเดินมาหาหลังจากเสร็จการประชุมที่ยุ่งยาก น่าปวดหัวกับปัญหาที่คิดไม่ตกและน่าเบื่อหน่าย
เฮ้ย ! นั่นไงไอ้จินกับไอ้ยูเดินมาโน่นแล้ว เสียงของโคกิซึ่งกำลังฟังเพื่อนคุยอยู่หันไปเห็นเพื่อนทั้ง 2 คนพอดีและเพื่อนทั้งหมดก็หันหน้าไปตามทางที่โคกิชี้ไป จินและยูอิจิเดินมาถึง เพื่อนทุกคนเห็นสีหน้าของทั้งคู่แล้วก็พอจะเดาออกว่าเรื่องที่ประชุมคงไม่จบลงแค่นี้แน่
เฮ้อ...อย่าคิดมากเพื่อน ปัญหาวันนี้แก้ไม่ได้เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องแก้ได้น่า ไม่ต้องเครียดมาก เอางี้ไปดื่มกันดีกว่า เสียงของเพื่อนตัวสูงคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้น เขาก็คือ ทางุจิ จุนโนะสุเกะ ลูกชายทายาทเจ้าของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ที่มียอดขายสูงสุดในญี่ปุ่น
นั่นสิ เครียดกันอยู่อย่างงี้ยังไงก็คิดไม่ออกหรอก เคอิจิโร่ โคยาม่าก็พูดต่อเพื่อหวังให้เพื่อนได้คลายกังวล เขาเป็นลูกชายคนเล็กของเคอิจิโร่กรุ๊ป บริษัทจิวเวอร์รี่สาขาที่ใหญ่ที่สุดในเกาะญี่ปุ่น
ก็จริงของโคยาม่านะ ไปดื่มกันดีกว่าเพื่อน เรารู้ว่าเพื่อนเครียด เพื่อนหน้าหวานอีกคนพูดขึ้นสนับสนุนความคิดเห็นของเพื่อนๆ และทุกคนในกลุ่มก็พยักหน้าเห็นด้วย
งั้นไปคลับของนายนั่นแหละทัตสึยะ โคกิเสนอความเห็นและชี้ไปทางเพื่อนคนเมื่อกี้ที่เพิ่งพูดจบไป ซึ่งก็คืออุเอดะ ทัตสึยะ ลูกชายคนเดียวของเจ้าของคลับที่ใหญ่และมีระดับจัดได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งในย่านชินจุกุ
Turrrrrr Turrrrrrr
เสียงโทรศัพท์ของจินดังขึ้นจึงหยิบขึ้นมาดูว่าเป็นใครที่โทรมา และหน้าจอก็บอกว่าเป็นคนรักที่โทรมา
ครับ ว่าไงครับที่รัก กรอกเสียงลงไปอย่างเช่นทุกทีที่รับโทรศัพท์จากคาเมะ
เอ่อ..นี่ยามะพีนะจิน เอ๋ ? แล้วทำไมใช้เบอร์ของคาเมะโทรมาล่ะ จินเริ่มขมวดคิ้วสงสัย
ชั้นจะโทรมาบอกว่าตอนนี้คาเมะอยู่ที่บ้านชั้น
แล้วทำไมคาเมะถึงไปอยู่บ้านนาย ยังไม่ทันที่ยามะพีจะพูดจบจินก็แทรกขึ้นมาก่อนเมื่อรู้ว่าคาเมะไม่ได้อยู่ที่คอนโด ด้วยความรู้สึกเป็นห่วงทำให้จินต้องเสียมารยาทในการคุยโทรศัพท์ เป็นห่วงว่านี่ก็เริ่มมืดค่ำมากแล้วคนตัวเล็กของเค้าจะกลับคอนโดยังไง ถ้าหากยามะพีไม่โทรมาบอกเค้าคงต้องลนลานเป็นแน่ที่กลับไปเจอห้องที่มีแต่ความว่างเปล่า
คือว่าคาเมะมาเล่นอยู่ที่บ้านชั้นเพื่อรอนายประชุมเสร็จแล้วค่อยกลับ แต่คาเมะก็เผลอหลับไปก่อน ชั้นเห็นว่าเวลานี้นายคงประชุมเสร็จแล้วเลยโทรมาบอก ยามะพีรู้นิสัยของเพื่อนรักคนนี้ดีว่าเป็นคนขี้เหงาขนาดไหนยามต้องอยู่คนเดียว คาเมะไม่ชอบการรอคอยและความรู้สึกอ้างว้าง
อืม ขอบใจนายมากนะที่โทรมาบอก เดี๋ยวชั้นจะไปรับคาเมะเดี๋ยวนี้แหละ แค่นี้นะ จินจบการสนทนาเพียงเท่านี้เพื่อที่จะรีบไปรับคนรัก การสนทนาทางโทรศัพท์ของจินได้จบลงยูอิจิจึงหันมามองหน้าจินเป็นเชิงถามว่าตกลงจะไปดื่มกับพวกเราไหม และคำถามทางสีหน้าของเพื่อนทุกคนก็หันมาเพื่อรอคำตอบ
โทษทีนะชั้นขอตัวล่ะวันนี้...เดี๋ยวจะต้องไปรับคาเมะที่บ้านยามะพี
โอเค..แล้วพรุ่งนี้นายจะเอายังไงจิน ยูอิจิคิดมาตลอดตั้งแต่ที่เห็นสีหน้าของจิน รู้อยู่แล้วว่าจินคงไม่รอการตัดสินใจของอาจารย์แน่ เหตุผลที่รีบตัดสินใจเช่นนี้เพราะโรงเรียนนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งทางธุรกิจที่ไม่ใช่ด้านมืดของตระกูลอาคานิชิด้วย ไม่อยากให้มีข่าวในทางที่ไม่ดีกับที่นี่
ชั้นจะไปเจรจากับพวกมันก่อนพรุ่งนี้หลังเลิกเรียน จินตัดสินใจอย่างแน่วแน่
อืม..งั้นเลิกเรียนเราไปกันเลย ชั้นไม่ให้นายไปคนเดียวแน่ พูดไว้ก่อน นิสัยจินถึงจะเป็นคนใจร้อน วู่วามแต่ไม่ชอบให้ใครมาเดือดร้อนด้วยถ้าเกิดปัญหา แต่ก็สายไปเสียแล้วมีหรือที่ยูอิจิจะยอมให้จินไปเสี่ยงคนเดียว ความคิดที่ว่าเพื่อนจะทิ้งเพื่อนไม่ได้อยู่ในหัวของเค้าเลย
แต่พวกนั้นอาจจะไม่ยอมฟัง แล้วอาจมีเรื่องก็ได้ นี่ไง เป็นอย่างที่ยูอิจิคิดไม่มีผิด
ไม่มีแต่ ตกลงตามนี้ห้ามนายคัดค้าน ไอ้จินเข้าใจมั๊ย นี่สิ มันต้องมัดมือชกกันอย่างงี้ จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปตามที่ได้ตกลงกันว่าจะไปไหน ส่วนจินหลังจากทีแยกกับเพื่อนแล้วก็ขับรถมุ่งตรงไปยังบ้านของยามะพี ระหว่างที่ขับรถสายตาก็มองไปยังข้างหน้าพลางคอยก้มลงมองนาฬิกาข้อมือไปด้วยซึ่งตอนนี้บ่งบอกเวลา 20.00 น. ในใจก็คิดว่าคนตัวเล็กร่างบางของเค้าจะหลับไปนานหรือยังนะ แต่ไม่แน่อาจจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาคุยเจื้อยแจ่วกับยามะพีก็ได้เพื่อตื่นรอเค้าที่จะมารับ ในใจครุ่นคิดไปตลอดทางเมื่อต้องปล่อยให้คาเมะรออย่างนี้
.............................
....................................
..............................................
หน้าบ้านหลังใหญ่เสียงแตรรถดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว คนรับใช้ในบ้านวิ่งออกมาเปิดประตูรับแขกผู้มาเยือนในยามวิกาล รถเคลื่อนเข้ามาจอดอยู่ที่หน้าบ้านจินลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในบ้านทันที
ยามะพี คาเมะล่ะ จินถามขึ้นเดินเข้าเจอแต่ยามะพีนั่งอ่านหนังสือบนโซฟา
คาเมะยังหลับอยู่เลย นอนอยู่บนห้องชั้น ตามมาซิ จินเดินตามยามะพีขึ้นไปชั้น 2 และเข้าไปในห้องของยามะพีที่ต้องเป็นห้องของยามะพีอย่างแน่นอน (มันก็ต้องใช่ซิเพราะเค้านำทางมาหนิ) เข้ามาก็สะดุดตากับร่างเล็กที่คุ้นเคยนอนหลับอยู่ใต้ผ้าห่ม คงกำลังหลับสนิทเลยล่ะซิจินคิด ขนาดเค้าเข้าไปอุ้มร่างบางยังไม่รู้สึกตัวเลย
คงจะเหนื่อยกับการสอบมากหนะ หลับสนิทเลย เห็นดังนั้นก็พูดขึ้นมองใบหน้าคาเมะยามหลับแล้วรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนและเอ็นดูก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้าของยามะพี และก็ละสายตาจากคาเมะหันมายิ้มให้จินก่อนจะเดินนำทั้งคู่ออกมาจากห้อง ลงบันไดและเดินเรื่อยมาจนถึงรถของจินที่จอดอยู่ เปิดประตูด้านข้างคนขับให้ จินค่อยๆวางคาเมะลงเบาะนั่งในรถและปิดประตูรถ
กลับบ้านโดยสวัสดิภาพนะ ขับรถดีๆล่ะ จินพยักหน้ารับ
ไปล่ะนะ เอ่ยคำลาจบก็เดินขึ้นรถและขับออกไปจากบริเวณบ้าน จุดหมายปลายทางคงจะเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจากคอนโดของจิน
................................
.........................................
..................................................
บริเวณหน้าคอนโดหรูใจกลางมหานครโตเกียว เฟอร์รารี่สีแดงขับมาจอดเทียบท่าที่หน้าประตูทางเข้า จินหันมาเขย่าแขนคาเมะเบาๆ คนร่างเล็กที่ถูกปลุกให้ตื่น งัวเงียขึ้นมาจากการหลับ
ตื่นคาเมะ ถึงบ้านเราแล้วคนดี เสียงกระซิบที่คุ้นเคยบอกอยู่ข้างใบหูสวย
อื้ออออ...อ้าวจิน คาเมะบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะหันไปทางเสียงที่ได้ยิน แปลกใจเล็กน้อยที่ตัวเองหลับสนิทแบบนี้ แม้กระทั่งจินไปรับ มาอยู่บนรถ มาถึงที่หน้าคอนโดเพิ่งจะรู้สึกตัวตอนตื่นนี่แหละ
สงสัยจะเพลียมากนะเนี่ย...ลงรถแล้วไปนอนต่อที่ห้องดีกว่านะ รอยยิ้มขี้เล่นของจินส่งมาให้ร่างเล็ก และทั้งคู่ก็ลงมาจากรถ ร่างใหญ่ส่งกุญแจรถให้กับพนักงานที่อยู่หน้าประตูทางเข้าเพื่อให้พนักงานเอารถไปเก็บเข้าที่ จินเดินโอบไหล่คาเมะที่เอนหัวมาซบที่ต้นแขนของเค้าจนมาถึงหน้าลิฟต์ รอลิฟต์มาสักพัก และเข้าไปกดชั้นบนสุด ( ไม่ใช่ดาดฟ้านะ ) เมื่อลิฟต์มาถึงก็เดินเข้าห้อง 2304 ไปซึ่งเป็นห้องของทั้งคู่
คาเมะมาอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลย เดี๋ยวจะนอนไม่สบายตัว คาเมะที่กำลังจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงต้องชะงักตามเสียงสั่งที่ติดจะดุด้วยความเป็นห่วง แล้วหันหลังเดินออกจากห้องนอนเข้าห้องน้ำไป
.................................
..........................................
สักพักประตูห้องน้ำก็เปิดออกร่างออกมาพร้อมชุดคลุมและเดินไปยังห้องแต่งตัว จินที่นั่งดูทีวีอยู่เมื่อเห็นคาเมะออกมาก็เข้าห้องน้ำไปอาบน้ำต่อ
......................................
.............................................
ร่างสูงที่อาบน้ำ แต่งตัวเสร็จแล้ว ก็เดินเข้าห้องนอนไปเจอกับร่างบางที่หลับปุ๋ยอยู่บนเตียง ร่างสูงก็เดินมาและค่อยๆเอนตัวลงนอนข้างๆคาเมะ มองใบหน้ายามหลับของคนรักช่างสวยงามโดยที่ไม่ต้องแต่งแต้ม ใบหน้าขาวผ่อง ริมฝีปากบางนุ่ม เห็นแล้วก็ห้ามใจไม่ได้ที่จะก้มลงไปจูบชิมรสหวานจากริมฝีปากนั้น คาเมะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมามองหน้าจินแล้วยิ้มให้ จินเห็นดังนั้นก็ก้มลงไปจูบอีกครั้งแต่ครั้งนี้ร่างบางเปิดโอกาสให้ลิ้นของจินเข้าไปพัวพันลิ้มรสความหวานที่ไม่มีวันจาง จูบที่อ่อนหวานจากคนรักช่างเต็มไปด้วยความสุข
อื้ออออ..... คาเมะเริ่มสะกิดจินเพื่อให้รู้ว่านานเกินไปจนลมหายใจติดขัดกับจูบนี้ จินละริมฝีปากออกมาจากปากของคาเมะ จดจ้องใบหน้าของกันและกัน จินเสยผมที่ลงมาปรกหน้าผากของคาเมะให้อย่างนุ่มนวล แล้วเอนตัวนอนลงข้างๆ
จิน...อย่าซนซิ คาเมะจับมือจินเอาไว้ เพราะมือของจินกำลังลูบไล้บนหน้าท้องของร่างบางอย่างแผ่วเบา และมือหนาของร่างสูงอาจจะต่ำลงเรื่อยๆ ถ้าร่างบางไม่ร้องห้ามซะก่อน
นอนนะ หลับได้แล้ว Good Night ที่รัก ร่างบางพลิกตัวมาบอกกับร่างสูงแล้วก้มลงหอมแก้มคนรัก ปรากฎรอยยิ้มที่จริงใจส่งให้คนรักก่อนจะล้มตัวนอนซบกับอกที่แข็งแกร่งและอบอุ่นของร่างสูง ร่างสูงก็เอื้อมมือรั้งเอวคอดของร่างบางมากอดไว้สัมผัสไออุ่นของกันและกัน ~ เฮ้อปล่อยไปซักวันแล้วกัน เห็นว่านายรู้สึกเพลียนะเนี่ยคาเมะ~
...................................................
.........................................................
................................................................
ยามเช้าที่สดใสมาเยือนเพื่อต้อนรับอากาศที่อบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระก็ยังคงแข่งกันเบ่งบานให้ผู้คนที่ผ่านมาได้ชื่นชมมัน เช้าวันนี้ช่างสดใสเสียจริง ตรงข้ามกับในใจของจินโดยสิ้นเชิงกับความกังวลปัญหาที่ต้องตัดสินใจแก้ในวันนี้ คาเมะสังเกตเห็นสีหน้าของจินที่มีความเครียดก็ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
เครียดเรื่องที่ประชุมเมื่อวานหรือเปล่าจิน
อืม...ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ชั้นจะไม่ใจร้อน วู่วามจนเกินไปกับการเคลียร์ปัญหาวันนี้ เพียงแค่คำพูดแค่นี้คาเมะก็พอจะเดาออกว่าการแก้ปัญหาของจินคงไม่จบด้วยการพูดคุยด้วยเหตุผลเป็นแน่ รู้จักคนรักของตัวเองดี เรื่องชกต่อย การทะเลาะวิวาทสำหรับจินแล้วคงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และทุกครั้งที่มีเรื่องคาเมะก็มั่นใจในตัวของจินว่าจะไม่แพ้ใครเหมือนกัน แต่ยังไงก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี แต่สิ่งสำคัญที่คาเมะยังไม่รู้คือ จินยากุซ่าเป็นทายาทของตระกูลอาคานิชิที่ยิ่งใหญ่ !
เค้าจะรอจินอยู่ที่โรงเรียนนะ ไม่ต้องห่วงยามะพีต้องรอเป็นเพื่อนอยู่แล้ว ทุกครั้งยามะพีต้องรอให้จินมารับคาเมะกลับบ้านก่อนแล้วถึงจะกลับบ้าน ไม่มีทางที่ยามะพีจะปล่อยให้คาเมะอยู่คนเดียวแน่
ก็ได้ ไม่ต้องห่วงนะ
.
และเวลาเรียนก็ดำเนินไปจนถึงช่วงเวลาเย็นที่โรงเรียนเลิก นักเรียนทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน จินและเพื่อนในกลุ่มรีบออกมาก่อนเวลาเลิกเรียนครึ่งชั่วโมง และเวลานี้พวกของจินก็เดินอยู่แถวย่านชินจุกุที่เป็นแหล่งรวมตัวของมาฟียและยากุซ่าสังกัดต่างๆ สถานที่พวกของจินจะไปคือไนท์คลับ ของ ซากุระอิ โช ความจริงแล้วคลับเป็นเพียงธุรกิจบังหน้าด้านหลังนั้นเป็นบ่อนคาสิโน ซึ่งโชเป็นผู้จัดการและยังเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลมาเฟียที่ใหญ่ในชินจุกุ เมื่อมาถึงหน้าคลับจินก็เดินเข้าไปอย่างไม่กลัวเกรงว่าที่นี่จะเป็นถิ่นใคร
นายเป็นใคร กล้ามากนะที่เข้ามาคลับของชั้นทั้งที่ยังไม่เปิด จินเดินเข้ามาเป็นจังหวะเดียวกับที่โชมาสำรวจและสั่งงานลูกน้องที่คุมคลับนี้อยู่ จึงถามขึ้นเพราะนี่ยังไม่ถึงเวลาที่เปิดคลับและพวกจินก็มาในชุกนักเรียนมัธยมปลายด้วย
ลูกพี่ครับ นี่มันชุด ม. ปลายของเด็กคุโรกินนี่ครับ ลูกน้องคนหนึ่งพูดขึ้นเพราะจำได้
อ๋อ เด็กคุโรกินที่บังอาจมีเรื่องกับมาเฟียระดับอย่างชั้นเมื่อไม่นามมาเนี่ยน่ะหรอ
ชั้น..ในฐานะประธานนักเรียนของคุโรกิน ชั้นจะมาเคลียร์ปัญหาที่ว่านี้แหละ เราจะยุติปัญหานี้ได้มั๊ย พูดกันด้วยเหตุผล ความจริงแล้วนักเรียนโรงเรียนชั้นก็ผิดที่ไปทำลายข้าวของในคลับนายจนเสียหาย เอาเป็นว่าทางโรงเรียนจะชดใช้ค่าเสียหายให้ และก็พิจารณาโทษของนักเรียนแล้ว นายมีความคิดเห็นยังไง
เดี๋ยวนี้โรงเรียนถึงกับต้องพึ่งนักเรียนในการเคลียร์ปัญหาแล้วเหรอ น่าสมเพช
มันไม่ใช่อย่างที่นายเข้าใจ โรงเรียนนี้เป็นธุรกิจส่วนหนึ่งของตระกูลชั้น ชั้นถึงต้องจัดการก็เหมือนนายที่ทำเพื่อธุรกิจของตระกูลนาย คำพูดที่น้ำเสียงหนักแน่นทุกประโยคทำเอาลูกน้องของโชหวาดเกรงอยู่เล็กน้อย
คำตอบของชั้นคือ ไม่ ! นี่ก็เป็นการปกป้องตระกูลของชั้นเหมือนกัน โชก็พูดกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเช่นกัน ทั้งจินและโชต่างฝ่ายก็จ้องตากันแบบไม่มีใครยอมใคร
To be continue
posted @ 15:12:19 น. | 0 Comments