Counter 13
Blogroll: Low price Adidas Polo | Discount Adidas Shoes | Best buy Air hockey
Power of Darkness (chapter 1)
Power of Darkness (chapter 1)
17 พฤศจิกายน 2549
Power   of   darkness

>>>  Power  of  darkness
>>>  vol. 1 … การตัดสินใจ
>>>  Akanishi Jin +Kamenashi Kazuya
>>>  By  TaKiJiN

      เมื่อการประชุมได้จบลงแล้ว จิน  ยูอิจิ  และคณะกรรมการนักเรียนคนอื่นๆรวมทั้งอาจารย์ที่เข้าร่วมการประชุมก็กลับบ้านด้วยความเครียดจากการประชุมที่ผ่านมา  สังเกตุจากสีหน้าทุกคนที่มีความวิตกกังวล  

           -- ที่หน้าประตูโรงเรียน --
           
          มีนักเรียนอยู่บริเวณนั้นประมาณ 4 คน  ซึ่งกำลังยืนคุยกับเพื่อนเพื่อฆ่าเวลาที่จะรอเพื่อนอีก 2  คนที่กำลังจะตามมาที่หลัง  และการรอคอยที่เนิ่นนานก็สิ้นสุดลงเพราะเพื่อนทั้ง 2 ที่คอยกำลังจะเดินมาหาหลังจากเสร็จการประชุมที่ยุ่งยาก  น่าปวดหัวกับปัญหาที่คิดไม่ตกและน่าเบื่อหน่าย
     
         “เฮ้ย ! นั่นไงไอ้จินกับไอ้ยูเดินมาโน่นแล้ว”  เสียงของโคกิซึ่งกำลังฟังเพื่อนคุยอยู่หันไปเห็นเพื่อนทั้ง 2 คนพอดีและเพื่อนทั้งหมดก็หันหน้าไปตามทางที่โคกิชี้ไป  จินและยูอิจิเดินมาถึง  เพื่อนทุกคนเห็นสีหน้าของทั้งคู่แล้วก็พอจะเดาออกว่าเรื่องที่ประชุมคงไม่จบลงแค่นี้แน่

    “เฮ้อ...อย่าคิดมากเพื่อน  ปัญหาวันนี้แก้ไม่ได้เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องแก้ได้น่า  ไม่ต้องเครียดมาก  เอางี้ไปดื่มกันดีกว่า”  เสียงของเพื่อนตัวสูงคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้น เขาก็คือ ทางุจิ  จุนโนะสุเกะ  ลูกชายทายาทเจ้าของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ที่มียอดขายสูงสุดในญี่ปุ่น

        “นั่นสิ  เครียดกันอยู่อย่างงี้ยังไงก็คิดไม่ออกหรอก”  เคอิจิโร่  โคยาม่าก็พูดต่อเพื่อหวังให้เพื่อนได้คลายกังวล  เขาเป็นลูกชายคนเล็กของเคอิจิโร่กรุ๊ป  บริษัทจิวเวอร์รี่สาขาที่ใหญ่ที่สุดในเกาะญี่ปุ่น

        “ก็จริงของโคยาม่านะ  ไปดื่มกันดีกว่าเพื่อน เรารู้ว่าเพื่อนเครียด”  เพื่อนหน้าหวานอีกคนพูดขึ้นสนับสนุนความคิดเห็นของเพื่อนๆ  และทุกคนในกลุ่มก็พยักหน้าเห็นด้วย
        “งั้นไปคลับของนายนั่นแหละทัตสึยะ”  โคกิเสนอความเห็นและชี้ไปทางเพื่อนคนเมื่อกี้ที่เพิ่งพูดจบไป  ซึ่งก็คืออุเอดะ  ทัตสึยะ  ลูกชายคนเดียวของเจ้าของคลับที่ใหญ่และมีระดับจัดได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งในย่านชินจุกุ

    Turrrrrr…   Turrrrrrr…
     เสียงโทรศัพท์ของจินดังขึ้นจึงหยิบขึ้นมาดูว่าเป็นใครที่โทรมา  และหน้าจอก็บอกว่าเป็นคนรักที่โทรมา
    “ครับ  ว่าไงครับที่รัก”  กรอกเสียงลงไปอย่างเช่นทุกทีที่รับโทรศัพท์จากคาเมะ

        “เอ่อ..นี่ยามะพีนะจิน”  เอ๋ ? แล้วทำไมใช้เบอร์ของคาเมะโทรมาล่ะ  จินเริ่มขมวดคิ้วสงสัย

       “ชั้นจะโทรมาบอกว่าตอนนี้คาเมะอยู่ที่บ้านชั้น……”

    “แล้วทำไมคาเมะถึงไปอยู่บ้านนาย”  ยังไม่ทันที่ยามะพีจะพูดจบจินก็แทรกขึ้นมาก่อนเมื่อรู้ว่าคาเมะไม่ได้อยู่ที่คอนโด ด้วยความรู้สึกเป็นห่วงทำให้จินต้องเสียมารยาทในการคุยโทรศัพท์  เป็นห่วงว่านี่ก็เริ่มมืดค่ำมากแล้วคนตัวเล็กของเค้าจะกลับคอนโดยังไง ถ้าหากยามะพีไม่โทรมาบอกเค้าคงต้องลนลานเป็นแน่ที่กลับไปเจอห้องที่มีแต่ความว่างเปล่า

       “คือว่าคาเมะมาเล่นอยู่ที่บ้านชั้นเพื่อรอนายประชุมเสร็จแล้วค่อยกลับ แต่คาเมะก็เผลอหลับไปก่อน  ชั้นเห็นว่าเวลานี้นายคงประชุมเสร็จแล้วเลยโทรมาบอก”  ยามะพีรู้นิสัยของเพื่อนรักคนนี้ดีว่าเป็นคนขี้เหงาขนาดไหนยามต้องอยู่คนเดียว  คาเมะไม่ชอบการรอคอยและความรู้สึกอ้างว้าง

       “อืม  ขอบใจนายมากนะที่โทรมาบอก  เดี๋ยวชั้นจะไปรับคาเมะเดี๋ยวนี้แหละ แค่นี้นะ” จินจบการสนทนาเพียงเท่านี้เพื่อที่จะรีบไปรับคนรัก  การสนทนาทางโทรศัพท์ของจินได้จบลงยูอิจิจึงหันมามองหน้าจินเป็นเชิงถามว่าตกลงจะไปดื่มกับพวกเราไหม  และคำถามทางสีหน้าของเพื่อนทุกคนก็หันมาเพื่อรอคำตอบ

      “โทษทีนะชั้นขอตัวล่ะวันนี้...เดี๋ยวจะต้องไปรับคาเมะที่บ้านยามะพี”
   “โอเค..แล้วพรุ่งนี้นายจะเอายังไงจิน”  ยูอิจิคิดมาตลอดตั้งแต่ที่เห็นสีหน้าของจิน  รู้อยู่แล้วว่าจินคงไม่รอการตัดสินใจของอาจารย์แน่  เหตุผลที่รีบตัดสินใจเช่นนี้เพราะโรงเรียนนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งทางธุรกิจที่ไม่ใช่ด้านมืดของตระกูลอาคานิชิด้วย ไม่อยากให้มีข่าวในทางที่ไม่ดีกับที่นี่

      “ชั้นจะไปเจรจากับพวกมันก่อนพรุ่งนี้หลังเลิกเรียน”  จินตัดสินใจอย่างแน่วแน่

      “อืม..งั้นเลิกเรียนเราไปกันเลย  ชั้นไม่ให้นายไปคนเดียวแน่”  พูดไว้ก่อน นิสัยจินถึงจะเป็นคนใจร้อน  วู่วามแต่ไม่ชอบให้ใครมาเดือดร้อนด้วยถ้าเกิดปัญหา  แต่ก็สายไปเสียแล้วมีหรือที่ยูอิจิจะยอมให้จินไปเสี่ยงคนเดียว ความคิดที่ว่าเพื่อนจะทิ้งเพื่อนไม่ได้อยู่ในหัวของเค้าเลย

      “แต่พวกนั้นอาจจะไม่ยอมฟัง แล้วอาจมีเรื่องก็ได้” นี่ไง เป็นอย่างที่ยูอิจิคิดไม่มีผิด

      “ไม่มีแต่ ตกลงตามนี้ห้ามนายคัดค้าน  ไอ้จินเข้าใจมั๊ย”  นี่สิ มันต้องมัดมือชกกันอย่างงี้  จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปตามที่ได้ตกลงกันว่าจะไปไหน  ส่วนจินหลังจากทีแยกกับเพื่อนแล้วก็ขับรถมุ่งตรงไปยังบ้านของยามะพี  ระหว่างที่ขับรถสายตาก็มองไปยังข้างหน้าพลางคอยก้มลงมองนาฬิกาข้อมือไปด้วยซึ่งตอนนี้บ่งบอกเวลา 20.00 น. ในใจก็คิดว่าคนตัวเล็กร่างบางของเค้าจะหลับไปนานหรือยังนะ  แต่ไม่แน่อาจจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาคุยเจื้อยแจ่วกับยามะพีก็ได้เพื่อตื่นรอเค้าที่จะมารับ  ในใจครุ่นคิดไปตลอดทางเมื่อต้องปล่อยให้คาเมะรออย่างนี้
.............................
....................................
..............................................
       
         หน้าบ้านหลังใหญ่เสียงแตรรถดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว   คนรับใช้ในบ้านวิ่งออกมาเปิดประตูรับแขกผู้มาเยือนในยามวิกาล  รถเคลื่อนเข้ามาจอดอยู่ที่หน้าบ้านจินลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในบ้านทันที
        “ยามะพี   คาเมะล่ะ”  จินถามขึ้นเดินเข้าเจอแต่ยามะพีนั่งอ่านหนังสือบนโซฟา

        “คาเมะยังหลับอยู่เลย   นอนอยู่บนห้องชั้น ตามมาซิ”  จินเดินตามยามะพีขึ้นไปชั้น 2 และเข้าไปในห้องของยามะพีที่ต้องเป็นห้องของยามะพีอย่างแน่นอน (มันก็ต้องใช่ซิเพราะเค้านำทางมาหนิ) เข้ามาก็สะดุดตากับร่างเล็กที่คุ้นเคยนอนหลับอยู่ใต้ผ้าห่ม  คงกำลังหลับสนิทเลยล่ะซิจินคิด ขนาดเค้าเข้าไปอุ้มร่างบางยังไม่รู้สึกตัวเลย
     “คงจะเหนื่อยกับการสอบมากหนะ  หลับสนิทเลย”  เห็นดังนั้นก็พูดขึ้นมองใบหน้าคาเมะยามหลับแล้วรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนและเอ็นดูก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้าของยามะพี  และก็ละสายตาจากคาเมะหันมายิ้มให้จินก่อนจะเดินนำทั้งคู่ออกมาจากห้อง ลงบันไดและเดินเรื่อยมาจนถึงรถของจินที่จอดอยู่ เปิดประตูด้านข้างคนขับให้  จินค่อยๆวางคาเมะลงเบาะนั่งในรถและปิดประตูรถ

     “กลับบ้านโดยสวัสดิภาพนะ  ขับรถดีๆล่ะ”  จินพยักหน้ารับ

     “ไปล่ะนะ”  เอ่ยคำลาจบก็เดินขึ้นรถและขับออกไปจากบริเวณบ้าน  จุดหมายปลายทางคงจะเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจากคอนโดของจิน
................................
.........................................
..................................................
   
        บริเวณหน้าคอนโดหรูใจกลางมหานครโตเกียว  เฟอร์รารี่สีแดงขับมาจอดเทียบท่าที่หน้าประตูทางเข้า  จินหันมาเขย่าแขนคาเมะเบาๆ  คนร่างเล็กที่ถูกปลุกให้ตื่น งัวเงียขึ้นมาจากการหลับ
    “ตื่นคาเมะ  ถึงบ้านเราแล้วคนดี”  เสียงกระซิบที่คุ้นเคยบอกอยู่ข้างใบหูสวย

        “อื้ออออ...อ้าวจิน”  คาเมะบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะหันไปทางเสียงที่ได้ยิน แปลกใจเล็กน้อยที่ตัวเองหลับสนิทแบบนี้ แม้กระทั่งจินไปรับ  มาอยู่บนรถ มาถึงที่หน้าคอนโดเพิ่งจะรู้สึกตัวตอนตื่นนี่แหละ
   
       “สงสัยจะเพลียมากนะเนี่ย...ลงรถแล้วไปนอนต่อที่ห้องดีกว่านะ” รอยยิ้มขี้เล่นของจินส่งมาให้ร่างเล็ก  และทั้งคู่ก็ลงมาจากรถ  ร่างใหญ่ส่งกุญแจรถให้กับพนักงานที่อยู่หน้าประตูทางเข้าเพื่อให้พนักงานเอารถไปเก็บเข้าที่ จินเดินโอบไหล่คาเมะที่เอนหัวมาซบที่ต้นแขนของเค้าจนมาถึงหน้าลิฟต์  รอลิฟต์มาสักพัก และเข้าไปกดชั้นบนสุด ( ไม่ใช่ดาดฟ้านะ ) เมื่อลิฟต์มาถึงก็เดินเข้าห้อง 2304  ไปซึ่งเป็นห้องของทั้งคู่

      “คาเมะมาอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลย เดี๋ยวจะนอนไม่สบายตัว”  คาเมะที่กำลังจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงต้องชะงักตามเสียงสั่งที่ติดจะดุด้วยความเป็นห่วง แล้วหันหลังเดินออกจากห้องนอนเข้าห้องน้ำไป
.................................
..........................................
    สักพักประตูห้องน้ำก็เปิดออกร่างออกมาพร้อมชุดคลุมและเดินไปยังห้องแต่งตัว จินที่นั่งดูทีวีอยู่เมื่อเห็นคาเมะออกมาก็เข้าห้องน้ำไปอาบน้ำต่อ
......................................
.............................................
  ร่างสูงที่อาบน้ำ แต่งตัวเสร็จแล้ว ก็เดินเข้าห้องนอนไปเจอกับร่างบางที่หลับปุ๋ยอยู่บนเตียง  ร่างสูงก็เดินมาและค่อยๆเอนตัวลงนอนข้างๆคาเมะ มองใบหน้ายามหลับของคนรักช่างสวยงามโดยที่ไม่ต้องแต่งแต้ม  ใบหน้าขาวผ่อง  ริมฝีปากบางนุ่ม  เห็นแล้วก็ห้ามใจไม่ได้ที่จะก้มลงไปจูบชิมรสหวานจากริมฝีปากนั้น    คาเมะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมามองหน้าจินแล้วยิ้มให้   จินเห็นดังนั้นก็ก้มลงไปจูบอีกครั้งแต่ครั้งนี้ร่างบางเปิดโอกาสให้ลิ้นของจินเข้าไปพัวพันลิ้มรสความหวานที่ไม่มีวันจาง  จูบที่อ่อนหวานจากคนรักช่างเต็มไปด้วยความสุข

      “อื้ออออ.....”  คาเมะเริ่มสะกิดจินเพื่อให้รู้ว่านานเกินไปจนลมหายใจติดขัดกับจูบนี้  จินละริมฝีปากออกมาจากปากของคาเมะ จดจ้องใบหน้าของกันและกัน จินเสยผมที่ลงมาปรกหน้าผากของคาเมะให้อย่างนุ่มนวล  แล้วเอนตัวนอนลงข้างๆ

      “จิน...อย่าซนซิ”  คาเมะจับมือจินเอาไว้ เพราะมือของจินกำลังลูบไล้บนหน้าท้องของร่างบางอย่างแผ่วเบา  และมือหนาของร่างสูงอาจจะต่ำลงเรื่อยๆ ถ้าร่างบางไม่ร้องห้ามซะก่อน

      “นอนนะ หลับได้แล้ว  Good Night…ที่รัก” ร่างบางพลิกตัวมาบอกกับร่างสูงแล้วก้มลงหอมแก้มคนรัก  ปรากฎรอยยิ้มที่จริงใจส่งให้คนรักก่อนจะล้มตัวนอนซบกับอกที่แข็งแกร่งและอบอุ่นของร่างสูง  ร่างสูงก็เอื้อมมือรั้งเอวคอดของร่างบางมากอดไว้สัมผัสไออุ่นของกันและกัน ~ เฮ้อปล่อยไปซักวันแล้วกัน  เห็นว่านายรู้สึกเพลียนะเนี่ยคาเมะ~
...................................................
.........................................................
................................................................

        ยามเช้าที่สดใสมาเยือนเพื่อต้อนรับอากาศที่อบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิ   ดอกซากุระก็ยังคงแข่งกันเบ่งบานให้ผู้คนที่ผ่านมาได้ชื่นชมมัน  เช้าวันนี้ช่างสดใสเสียจริง ตรงข้ามกับในใจของจินโดยสิ้นเชิงกับความกังวลปัญหาที่ต้องตัดสินใจแก้ในวันนี้  คาเมะสังเกตเห็นสีหน้าของจินที่มีความเครียดก็ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

       “เครียดเรื่องที่ประชุมเมื่อวานหรือเปล่าจิน”  

   “อืม...ไม่ต้องห่วงหรอกนะ  ชั้นจะไม่ใจร้อน วู่วามจนเกินไปกับการเคลียร์ปัญหาวันนี้”  เพียงแค่คำพูดแค่นี้คาเมะก็พอจะเดาออกว่าการแก้ปัญหาของจินคงไม่จบด้วยการพูดคุยด้วยเหตุผลเป็นแน่  รู้จักคนรักของตัวเองดี เรื่องชกต่อย การทะเลาะวิวาทสำหรับจินแล้วคงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  และทุกครั้งที่มีเรื่องคาเมะก็มั่นใจในตัวของจินว่าจะไม่แพ้ใครเหมือนกัน  แต่ยังไงก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี แต่สิ่งสำคัญที่คาเมะยังไม่รู้คือ จินยากุซ่าเป็นทายาทของตระกูลอาคานิชิที่ยิ่งใหญ่  !

     “เค้าจะรอจินอยู่ที่โรงเรียนนะ  ไม่ต้องห่วงยามะพีต้องรอเป็นเพื่อนอยู่แล้ว” ทุกครั้งยามะพีต้องรอให้จินมารับคาเมะกลับบ้านก่อนแล้วถึงจะกลับบ้าน  ไม่มีทางที่ยามะพีจะปล่อยให้คาเมะอยู่คนเดียวแน่

      “ก็ได้  ไม่ต้องห่วงนะ”
     …………….
   …………………………
       และเวลาเรียนก็ดำเนินไปจนถึงช่วงเวลาเย็นที่โรงเรียนเลิก  นักเรียนทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน  จินและเพื่อนในกลุ่มรีบออกมาก่อนเวลาเลิกเรียนครึ่งชั่วโมง  และเวลานี้พวกของจินก็เดินอยู่แถวย่านชินจุกุที่เป็นแหล่งรวมตัวของมาฟียและยากุซ่าสังกัดต่างๆ   สถานที่พวกของจินจะไปคือไนท์คลับ ของ ซากุระอิ   โช   ความจริงแล้วคลับเป็นเพียงธุรกิจบังหน้าด้านหลังนั้นเป็นบ่อนคาสิโน  ซึ่งโชเป็นผู้จัดการและยังเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลมาเฟียที่ใหญ่ในชินจุกุ   เมื่อมาถึงหน้าคลับจินก็เดินเข้าไปอย่างไม่กลัวเกรงว่าที่นี่จะเป็นถิ่นใคร

      “นายเป็นใคร  กล้ามากนะที่เข้ามาคลับของชั้นทั้งที่ยังไม่เปิด”  จินเดินเข้ามาเป็นจังหวะเดียวกับที่โชมาสำรวจและสั่งงานลูกน้องที่คุมคลับนี้อยู่  จึงถามขึ้นเพราะนี่ยังไม่ถึงเวลาที่เปิดคลับและพวกจินก็มาในชุกนักเรียนมัธยมปลายด้วย

     “ลูกพี่ครับ นี่มันชุด ม. ปลายของเด็กคุโรกินนี่ครับ”  ลูกน้องคนหนึ่งพูดขึ้นเพราะจำได้

    “อ๋อ  เด็กคุโรกินที่บังอาจมีเรื่องกับมาเฟียระดับอย่างชั้นเมื่อไม่นามมาเนี่ยน่ะหรอ”


  “ชั้น..ในฐานะประธานนักเรียนของคุโรกิน   ชั้นจะมาเคลียร์ปัญหาที่ว่านี้แหละ  เราจะยุติปัญหานี้ได้มั๊ย พูดกันด้วยเหตุผล  ความจริงแล้วนักเรียนโรงเรียนชั้นก็ผิดที่ไปทำลายข้าวของในคลับนายจนเสียหาย เอาเป็นว่าทางโรงเรียนจะชดใช้ค่าเสียหายให้ และก็พิจารณาโทษของนักเรียนแล้ว นายมีความคิดเห็นยังไง”

  “เดี๋ยวนี้โรงเรียนถึงกับต้องพึ่งนักเรียนในการเคลียร์ปัญหาแล้วเหรอ  น่าสมเพช”

  “มันไม่ใช่อย่างที่นายเข้าใจ  โรงเรียนนี้เป็นธุรกิจส่วนหนึ่งของตระกูลชั้น  ชั้นถึงต้องจัดการก็เหมือนนายที่ทำเพื่อธุรกิจของตระกูลนาย”  คำพูดที่น้ำเสียงหนักแน่นทุกประโยคทำเอาลูกน้องของโชหวาดเกรงอยู่เล็กน้อย

   “คำตอบของชั้นคือ ไม่ ! นี่ก็เป็นการปกป้องตระกูลของชั้นเหมือนกัน” โชก็พูดกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเช่นกัน  ทั้งจินและโชต่างฝ่ายก็จ้องตากันแบบไม่มีใครยอมใคร



…To  be  continue…


posted @ 15:12:19 น. | 0 Comments





YourName: (* Require)
www:
* กดครั้งเดียวพอนะครับ


Privacy policy | Terms | Disclaimer | Contact
Copyright © Story owner & StoryThai.com. All rights reserved.