Counter 1,259
Blogroll: Discount new balance running | Cheap basketball shoes | Cheap classic shoes new bala | Best buy suede new balance | Cheap new balance shoes | Cheap new balance 606
คั่น(ขั้น)กลาง
:) StoryThai.com
คั่น(ขั้น)กลาง
18 มกราคม 2551

 



อืม ... ก็เป็นเวลานานเลยที่ผมไม่ได้มานั่งอัพ ไดอารี่ของผมเลย เนื่องจากสาเหตุ หลาย ๆ ประการ หนึ่งละก็คือ ... ผลัดวันประกันพรุ่ง
ไม่อยากบอกว่า (แล้วกูจะบอกทำไมว่ะ) ไอ่การ "ผลัดวันประกันพรุ่ง" เนี่ย
มันทำให้ชีวิตผมซวย และ พลาด สิ่ง ต่าง ๆ ไปอย่างน่าเสียดายเลยทีเดียวเชียวชะเองเอย ... อย่างล่าสุดเลยก็คือลืมเอาหนังสือไปคืนที่สำนักหอสมุดของ มช. ทั้งที่จดไว้ไนปฏิทินแล้ว ... คือวันนั้น่ะ รู้ล่ะ ต้องเอาไปคืน แต่ ดัน ... "อ่ะ ... เดี๋ยวเย็น ๆ ก็ค่อยเอาไปคืนก็ได้" พอเย็นมา ก็ลืม ... สรุปวันนั้นไม่ได้เอาคืน ... ก็ต้องโดนปรับค่ายืมเกิน อีก ๕ บาท ...

พูดถึงราคาค่าปรับมันไม่เท่าไรหรอก แต่รู้สึกเจ็บใจตัวเองที่น่าจะเอาคืนให้มันแล้ว ๆ กันไป

ไอ่ไดอารี่นี้ก็เหมือนกัน ... ตอนแรกคิดไว้เลยว่า ถ้าปิดเทอม ๑ แล้ว กูจะแต่งเรื่อง science the series ให้จบจนได้ ... อุตสาห์ นั่งนึกนั่งเขียน พอร์ต เรื่อง เป็นเดือน ว่าจะต้องดำเนินยังไง ... ผ่านหัวข้อนี้ไป แล้วจะต้องต่อด้วย อะไร ... คิดไว้หมดแต่ ก็ไม่ได้ทำ ... ผมรู้ว่าคนหลาย ๆ คนก็คงเคยเป็นแบบนี้อยู่เหมือนกัน

ตอนที่น้องหลับ
เพื่อนกำลังตื่น ...
ต้อนที่น้องตื่น
เพื่อนกำลังอ่านหนังสือ
ต้อนที่น้องอ่านหนังสือ
เพื่อนก็กำลังอ่านหนังสือมากกว่า ...
การผลัดวันประกันพรุ่ง


เปรียบเสมือนโจรขโมยเวลา ...

กลอน(ไม่แน่ใจว่าเป็นกลอนไหมเหมือนกัน) ข้างบนนี้ ผมได้หยิบมากจาก โรงเรียนกวดวิชาที่มีหน้าของไอสไตน์เป็นโลโก

ตอนแรกที่ผมได้อ่านข้อความนี้ ... ผมก็นึกฮึดสู้อยู่สักพัก ... แต่ไฟอย่างว่าในตัวผม มันช่างเหมือนกับไม้ขีด ที่วูบเดียว ก็ดับ ... ไม่เหมือนกับคนที่ผมนับถือเขาเป็นแบบอย่างเอาเสียเลย ... ปากก็บ่นอยากทำให้ได้อย่างเขา .. แต่ตัวเองดันไม่ยอมทำ แล้วมันจะได้เหรอ ( อืม ... กำลังรู้สึกว่า กำลังประจานตัวเองให้ชาวบ้านได้รับรู้)

บางทีผมมีความคิดดี ๆ ที่อยากจะบอกให้คนอื่น อย่างเช่น เพื่อนผมมันอ่านหนังสือไม่ทัน ... มันบอกว่า ทำอะไรไม่ถูกแล้วตอนนี้ ... ลนมาก ... ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนแล้ว ... ผมก็อยากจะบอกว่า " คิง(มึง) ก็ค่อย ๆ อ่านไปเหอะ ... ก็ไม่ต้องอ่านละเอียดมาก ... พอผ่านตาไป ... ก็ลองไปถามเพื่อนดูว่า บทไหน ที่ออกเยอะ ... แล้ว คิงก็ค่อยมาอ่านที่บทนั้นดี ๆ "

มันพูดง่ายน่ะ แต่ ก็ทำยาก เพราะตัวผมเองยังเอาไม่รอดเลย แล้วจะไปแนะนำคนอื่นได้อย่างไร

ผมมีความคิดอย่างนี้น่ะ ไม่รู้ว่า คนอื่นจะมีอย่างผมหรือเปล่า ... คือ พ่อ กับแม่ ผมเนี่ย อยากให้ผมกับสนิทกับอาจารย์ที่คณะเอาไว้ให้มาก ๆ เกิดถ้ามีปัญหาอะไร หรือ ตอนทำโปรเจ็ค ตอนปีสี่ จะได้มีเหล่า อาจารย์ รศ.,ผศ.,ดร. และ ศ. ค่อยให้คำปรึกษา 

ตัวผมเองนั่น ก็อยากที่จะสนิทสนมอยู่หรอก ... สำหรับผมแล้ว การสนิทกับอาจารย์สักคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องยาก(หมายถึงในตอนมัธยม) ... แต่ในตอนนี้ ผมกลับคิดว่า ... ถ้าผมจะสนิทกับอาจารย์ที่สอนในภาควิชาชีววิทยานั้น ... ผมต้องทำตัวเองให้เก่งเสียก่อน ... ก่อนที่จะไปทำความสนิทสนม นมยาน กับ อาจารย์เหล่านั้น ... อย่างเพื่อนผมคนหนึ่ง เขาเก่งมาก ... เขาไม่จำเป็นเลยที่จะต้องเข้าหาอาจารย์ ... อาจารย์แทบจะเข้าหา เขา เองมากกว่า ... เวลาสงสัยอะไร อาจารย์ก็จะตอบให้อย่างทันทีทันใด คล้าย ๆ ว่าเขามารุมตอบ(ม) ... (หรือว่ากูอคติว่ะ) ... มันช่างเยี่ยมจริง ๆ พระเจ้าเห่า

เพราะครั้งหนึ่งมันก็เคยเกิดขึ้นกับตัวผมเองเหมือนกัน ... ในตอนที่ผมยังอยู่ในโครงการ english gifted ซึ่ง ในตอนนั้นผมก็สอบย่อย สอบกลางภาค สอบปลายภาค ได้ที่หนึ่งในโครงการ เกือบทุกครั้ง แถมตอนนั้นผมยังเป็นหัวหน้าโครงการอีกด้วย ... ซึ่งตัวผมในตอนนั้นเองแทบจะสนิทกับอาจารย์ทุกคนในหมวดวิชาภาษาต่างประเทศเลยล่ะ ... พอมีอะไรให้ทำ อาจารย์ก็จะเรียกแต่ "กฤษดา กฤษดา" (ข้อความหลัง ๆ ผมเอามาจากเพื่อนเคยสนิทคนหนึ่งที่มา สารภาพตอนหลังว่า ... มันโครตจะหมั่นไส้ผม) ... คือ ... ไม่ต้องดิ้นรนอะไร ... อาจารย์ เขาก็มาหาเอง

ตอนนั้นผมก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าเพื่อน ๆ จะรู้สึกอย่างไร ...

พอมาตอนนี้ ... ผมก็รู้สึกได้ถึงอารมณ์นั้น

ว่าไปมันก็อาจจะเป็นสัจธรรมของโลก (หรือของประเทศไทย ก็ไม่รู้เหมือนกัน ) ที่ว่า คนเก่งมักจะมีโอกาสกว่าเสมอ โอกาสในที่นี้หมายถึง ... การที่ได้รับมากกว่าคนอื่นเขา ... ได้ก่อนคนอื่นเขา ... ทั้ง ๆ ที่คนอื่นก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับเหมือนกัน แต่ได้รับน้อยกว่า ...

ถ้าคนเก่งแล้วมาอ่านไดอารี่ของผมอาจจะคิดว่า " อ้าว ... คิง (มึง) ดัน (เสือก) ไม่ขยันเองนี่หว่า ... จะให้พวกฮา (กู) ทำไงว่ะ ..."

มันก็จริงอยู่ เหมือนเนื้อเพลง มหา'ลัย ของวง คาราบาว ที่ว่า " สอบเท่าไร ก็สอบไม่ผ่าน เราหัวปานกลาง เขาเอาแต่หัวดี ๆ ... มีความรู้สู้เขาไม่ได้ ... เส้นเล็กเส้นใหญ่ เส้นก๋วยจั๊บ ไม่มี " ... เพลงนี้ แอ๊ด คาราบาวได้แต่งไว้เมื่อตั้งแต่อัลบัม made in Thailand แล้ว ตอนนี้ก็ล่วงมาเกือบยี่สิบเห็นจะได้ ... เพลงนี้ก็ยังทำหน้าที่ของมันได้ดี ไม่ขาดตกบกพร่อง ... ว่าไหม

เรื่องอย่างนี้มันก็พูดยากน่ะ ... การที่จะให้คนมันเก่งกันหมดก็คงเป็นไปไม่ได้ ... ถ้าโลกนี้ไม่มีคนโง่เลย ... แล้วเราจะรู้ถึง "คนเก่ง" ได้ยังไงล่ะ" เหมือนกับเพลงของบอย์ด โกสิยพงษ์ เพลงหนึ่งที่ว่า " ชนะนั้นคงไม่ยิ่งใหญ่หากคำว่าแพ้ นั้นยังไม่เข้าใน" ... ก่อนอื่นเราต้อง เข้าใจคำว่าแพ้ก่อนใช่ไหม ??

แต่ก็มีคำถามต่อมาอีกล่ะครับว่า ... " อ้าว ... ก็ฮา(กู)แพ้มาตลอด ... ก็ไม่ไหวนะเว้ย ... แล้วเมื่อไรก็จะได้ลิ้มรสของชัยชนะว่ะ " ต่อมามันก็เลยมีเพลงประกอบหนังเรื่องหนึ่งที่ร้องว่า " แพ้เขาว่าเป็นพระ ชนะเขาว่าเป็นมาร ... เบื่อแล้วน่ะ เป็นแต่พระมานาน ก็อยากเป็น "มาร" สักวันได้ไหม "

มันช่างเหมือนคำถามยีสต์แตกซะจริง ๆ

และอีกความคิดหนึ่งถัดจากความคิดที่ว่า "เก่งก่อน จึงจะเข้าหาครูได้" ... คือ " คนสอนต้องเก่งก่อน จึงจะสอนได้"

ผมสมมติ ถ้าผมไปเป็นครูสอนชีววิทยาให้นักเรียนเนี่ย ... ถ้าหากผมไม่ได้เก่งมาก่อน ... สอบกลางภาค ก็เกือบตก มีน (ค่าเฉลี่ยกลาง) บาง ... อะไรแบบเนี่ย ... ถ้าเกิดวันหนึ่งมีเด็กมาถามว่า " พี่บอลครับ ผมจะอ่านวิชาชีววิทยาอย่างไร ให้ได้คะแนนดี ๆ กับเกรดดีๆ " ... ผมรู้ผมควรแนะนำเขาอย่างไร ... แต่ติดที่ว่า ... ตอนที่ผมยังเด็กนั้น ... ผมยังทำไม่ได้เลย ... แล้วผมจะไปบอกไปสอนเขาได้อย่างไรเหล่า

คุณที่อ่านไดอารี่ของผมมาถึงตรงนี้ก็ขอขอบคุณมาก ... แต่มันยังไม่จบ ครับ ... เพียงแค่อยากให้คุณสังเกตว่า ในความคิดของผมจะนิยามคำว่าเก่ง หมายถึง "การสอบได้คะแนนดี ๆ เกรดดี"

อันที่จริงผมไม่ได้ต้องการให้นิยามมันเป็นแบบนั้นหรอกครับ ... แต่มันเป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ค่อยได้สักเท่าไร ... หากกล่าวแล้ว คะแนน มันเปรียบเสมือนรูปธรรม เช่น หน้าตาอันสวยงาม ส่วนความเก่ง เนี่ย ... เป็น นามธรรม เช่น ความดี

หน้าตาดีกว่า ก็ย่อมมีโอกาสมากกว่า

แต่พอผมไปถามคนที่เขาประสบผลสำเร็จแล้วเนี่ย เขามักจะบอกกับผมด้วยประโยค(ของคนที่ประสบผลสำเร็จแล้วว่า) " gentlemen will find his opputunity " - " ปัญญาชน ย่อมสร้างโอากาสด้วยตัวเขาเอง"

ในใจแล้วอยากจะเถี่ยงว่า ... แล้วไม่คิดบ้างเหรอว่า

"ตอนที่ไอสไตน์เป็นเด็กน่ะ ตกคณิตศาสตร์ ... หากไอสไตน์เกิดในประเทศไทย ก็คงจะขายกล้วยทอดไปนานแล้ว" หรือไม่ก็ " มิตเชียว ชูมาร์กเกอร์ นักแข่งรถสูตรหนึ่งระดับโลก ... บางที เขาชอบแข่งรถ แต่ทางบ้านไม่สนับสนุน ... ตอนนั้น เขาอาจจะกลายเป็น แซ้บ(เด็กแนวบ้านนอก) ขับรถมอเตอร์ไซต์แต่งท่อ เสียงดัง ๆ ไปวัน ๆ "

บางทีโอกาส มันก็สำคัญเหมือนกันน่ะ ใช่ว่าทุกคนจะประสบผลสำเร็จได้

นั่นก็ขึ้นอยู่กับบุคคล

ส่วนผมก็

ยัง

เป็นแบบนี้ไปก่อน

for a while

(มั้ง?)


เดี๋ยวขอตัวไปทำงานวิชา marriage and family relation ก่อนล่ะกัน
เอาไว้ ไม่เกิน 1.618 สัปดาห์ ผมจะมาอัพใหม่

ขอบคุณที่อ่านความงี่เง่าของผม ตั้งแต่ต้น จน ถึงตรงนี้ ครับ

โชคดีมีชัย





ป.ล เพิ่งนึกได้ตอนหลังว่า "ผิดเป็นครู" .... (น่ะ)

posted @ 14:08:12 น. | 1 Comments




narumol  :: posted @ 09/02/2008 21:43:48 น.
comment: 53 : 118.172.129.138 delete

พี่บอล ขอโทดนะค่ะที่วันที่26ไม่ได้ไป
ไม่รู้ว่าไม่ใช่โควต้าก็ไปได้ด้วย เพิ่งมาเปิดดูเวปบอร์ดวันนี้อ่ะค่ะ

YourName: (* Require)
www:
* กดครั้งเดียวพอนะครับ


Privacy policy | Terms | Disclaimer | Contact
Copyright © Story owner & StoryThai.com. All rights reserved.