INSATIABLE LOVE PART 19
3 พฤศจิกายน 2550
INSATIABLE LOVE PART 19 [Jin*Me]
เพียงชั่วอึดใจมือเล็กสองคู่พร้อมใจกันปัดมือคนรักของตน มัจจุราชสีดำสองกระบอกกระเด็นตกบนพื้นหญ้า เสียงเล็กแผดขึ้นพร้อมกัน ทำบ้าอะไรกัน!!!!............
คิดว่าไอ้นี่มันจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น? ปลายนิ้วชึ้ปืนบนพื้น ........คาเมะจังจะรู้สึกยังไงถ้าฟื้นขึ้นมาแล้วไม่เจอจิน ยามะพีตะคอกใส่หน้าคนรักด้วยเสียงอันหนักแน่นและเข้มแข็งผิดกับใจที่กำลังสั่นสะท้านเพราะความกลัว.............ไม่เคยเห็นยูเป็นแบบนี้มาก่อน
ยูอิจิก้มเก็บปืนพกแล้วยืดตัวตรงสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดเพื่อสงบอารมณ์พุ่งพล่านก่อนจะพูดเสียงเฉียบ
จากนี้ไป ใครก็ตามในที่นี้เฉียดเข้าใกล้ คาซึยะ แม้แต่นิดเดียว..............ชั้นไม่ปล่อยไว้แน่ สายตาเหี้ยมเกรียมกวาดมองทุกคนอย่างอาฆาตแค้น แม้แต่ทักกี้ประธาน ทาคิซาว่า กรู๊ป เองยังรู้สึกหวาดหวั่น เขารู้ดีถึงความน่ากลัวของพวกคาวาเสะ เพราะฉะนั้นคราวนี้เขาควรจะดึงน้องชายของตัวเองให้ถอยห่างออกมาก่อน รอเวลาให้ทุกอย่างดีขึ้นแล้วค่อยช่วยกันคิดแก้ปัญหา
จิน.....กลับ.... กำลังฉุดมือน้องชายขึ้นจากพื้น แต่จินกลับลุกพรวดออกวิ่งกลับไปยังอาคาร ทันทีที่เขามองตามหลังจินไปก็เห็นนางพยาบาลเข็นเตียงคาเมะออกจากห้องไอซียู
ฝีเท้าหลายคู่ก้าวฉับตามเตียงคาเมะที่กำลังเข็นเข้าห้องพักฟื้น ยูอิจิเตรียมห้ามจินแต่เสียงของหมอรั้งเขาไว้ซะก่อน
หมอขอคุยกับญาติคนไข้ด้วยครับ
ยูไปเถอะฮะ ทางนี้ผมจัดการเอง ยามะพีกระตุกชายเสื้อคนรักเบาๆเป็นเชิงอ้อนวอน............อย่างน้อยขอให้จินได้อยู่กับคาเมะจังซักนิดเพราะบางทีหลังจากนี้อาจไม่มีโอกาสได้พบกันอีก
พ่อบ้านตระกูลคาวาเสะส่งสายตาไม่พอใจแต่เขายังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องจัดการไหนจะเรื่องอาการป่วยของคุณหนู อีกทั้งเรื่องไฟล์ที่ตอนนี้น่าจะเปิดออกดูได้แล้วอีก นึกได้ดังนั้นจึงจำยอมเดินตามหมอไป.............ต่อจากนี้ทุกเรื่องเกี่ยวกับคุณหนูเขาจะเป็นคนจัดการเอง ไม่มีทางที่ใครจะมาทำให้คุณหนูต้องเจ็บได้อีก
***********************************
ทักกี้ ซึบาสะ และ ยามะพี ยืนรอหน้าห้องพักฟื้น หลังจากได้ฟังว่าคาเมะปลอดภัย ทั้งสามคนปล่อยให้จินอยู่กับคนป่วยตามลำพังแต่ที่ยังไม่กลับเพราะกลัวว่าจินจะมีเรื่องกับยูอิจิ
ทักกี้ เราจะทำยังกันต่อไปดี? ซึบาสะข้องใจไม่น้อยกับคำที่ยูอิจิพูดเมื่อครู่ ประเมินจากสีหน้าคนพูดไอ้ประโยคที่ว่าไม่ปล่อยไว้แน่เนี่ยคนพูดหมายความอย่างนั้นจริงๆ และสาเหตุที่ทำให้คาเมะต้องนอนอยู่ข้างในห้องพักฟื้นนี่ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเขาด้วย
ทักกี้สังเกตเห็นความกังวลใจฉายออกมาจากแววตาคนรัก มันไม่ใช่ความผิดของนาย บางทีคาซียะคงคาดไว้แล้วก็ได้ว่าเหตุการณ์อาจจบลงแบบนี้ เพราะฉะนั้นอย่าคิดมากเลย พูดออกไปทั้งที่ความจริงเขาเองก็เครียดไปไม่น้อยกว่าคนรัก ที่สำคัญตอนนี้จะทำยังไงกับน้องชายตัวเองดี เจ้าจินคงฝังใจแน่ๆ ว่าป็นเพราะตัวเอง คาซียะถึงเป็นแบบนี้ จะห้ามไม่ให้พบคาซึยะซักระยะก็คงทำไม่ได้ แต่ถ้าจินยังดื้อดึงยูอิจิไม่ปล่อยไว้แน่ๆ อันนี้แหละเรื่องใหญ่
ทักกี้ฮะ พาซึบาสะไปพักผ่อนเถอะฮะ ตากลมโตเสมองผ้าพันแผลที่ข้อเท้าซึบาสะ เรื่องนี้ผมจะพูดกับยูให้เอง ไม่ต้องเป็นห่วงนะฮะ
ทักกี้พยักหน้ารับ ก่อนจะพยุงคนรักกลับบ้าน ถ้ายามะพีอยู่ข้างๆจิน ยูอิจิคงไม่กล้าทำอะไรรุนแรง ยิ่งไปกว่านั้นความรักของเด็กคนนี้อาจช่วยให้ยูอิจิใจอ่อนลงก็เป็นได้
ลับหลังสองคน ยามะพีมองจินผ่านช่องกระจกใสหน้าห้องพักฟื้นพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาให้กำลังใจทักกี้กับซึบะสะทั้งที่ตัวเองยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะพูดยังไงกับยูอิจิดี
ภายในห้อง บรรยากาศรอบๆดูช่างสงบเงียบงัน จินนั่งกุมมือคนรักแน่นราวกับจะบอกคนบนเตียงว่าเขาจะไม่หนีไปไหนอีก.......... จะอยู่ข้างๆ..........จะรอเพื่อจะพูดสิ่งที่คาเมะต้องการฟังมาตลอด...........อยากจะกอดคนรักเพื่อขอโทษกับสิ่งเลวร้ายต่างๆที่เขาได้ทำ..........แม้จะไม่ได้รับการให้อภัยก็ตาม
คาซียะ..........ชั้นขอโทษ หยดน้ำเอ่อล้นขอบตา มือใหญ่สั่นสะท้านเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตัวเองกระทำต่อร่างบอบบางที่กำลังนอนไม่ได้สติ.........
*****ชั้นรักจิน..........ชั้นเกลียดนาย..........ชั้นรักจิน..........ชั้นเกลียดนาย***** คำรักที่คาซึยะพร่ำบอก กับคำว่าเกลียดที่เขายัดเยียดกลับไปให้ดังก้องในหัว บัดนี้เขาเข้าใจแล้วว่าความทรมานเจียนตายเป็นอย่างไร
ยังไม่สายใช่มั้ย ถ้าชั้นจะบอกว่า............ชั้นรักนาย คาซึยะ
*****************************
ยามะพีเห็นยูอิจิเดินมาจึงรีบเข้าไปบอกจิน ยังไงก็อย่าเพิ่งเผชิญหน้ากันตอนนี้ดีกว่า ไว้ยูใจเย็นลงแล้วค่อยเกลี้ยกล่อม
จิน....จะ.....จิน กลับเถอะ ยามะพีเขย่าแขนเรียกแต่จินยังนิ่งเหมือนไม่สนใจ
จิน......จินนนน!!!!!
ประตูห้องเปิดออก ยูอิจิสาวเท้ายาวเข้าหา กระชากคอเสื้อคนที่นั่งข้างเตียงคุณหนูตน
ผลั่กกกก.......หมัดหนักๆลอยกระทบหน้า จินเซถลาล้มลงบนพื้นทันที ยามะพีรีบกระโจนเข้าไปยืนกางแขนปกป้อง
พอเถอะฮะยู ผมขอร้อง ยามะพีอ้อนวอนคนรัก
ฮึ... เสียงคำรามในลำคอ แววตาเกรี้ยวกราดเหมือนไม่ใช่ยูอิจิคนเดิม รู้มั้ยว่าเธอกำลังขอร้องเพื่อผู้ชายที่ทำร้ายเพื่อนรักของเธอ โทโมะ!!!!
ตะ...แต่ ความจริงเป็นอย่างไรเรายังไม่รู้เลยนะฮะ ยามะพีอึกอักนิดหน่อยก่อนพูดต่อ รอคาเมะจังฟื้นแล้วค่อยคุยกันไม่ดีกว่าเหรอฮะ ยามะพีค่อนข้างแน่ใจ ไม่ว่าจินจะทำเรื่องร้ายแรงยังไง คาเมะก็อภัยให้แน่ๆ
มันจะไม่มีวันนั้นอีกแล้ว โทโมะ
มะ....หมายความว่า... ตากลมโตหันไปมองหน้าเพื่อนรักที่นอนนิ่งไม่ไหวติง
ยูอิจิเบี่ยงหลบยามะพีที่กำลังตะลึงกับสิ่งที่ได้ฟังเข้าหาจินที่นิ่งเหมือนถูกสาปก่อนพูดด้วยน้ำเสียงชิงชัง ชั้นเคยเชื่อมั่นในความรักของนาย...เคยมั่นใจว่าท้ายที่สุดไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไงนายก็จะไม่มีวันทำให้คาซึยะต้องเจ็บปวดแล้วนี่อะไร!!!....ดวงตาคมหันไปมองใบหน้าขาวซีดบนเตียง
ดูซะให้เต็มตา อาคานิชิ!!!...รอยแผลพวกนี้ล้วนทำเพื่อคนอื่นทั้งนั้น มือใหญ่ชูข้อมือผอมบางขึ้นให้คนตรงหน้าเห็นชัดๆ ครั้งแรกเพื่อแม่ที่ไม่เคยสนใจใยดี ครั้งที่สองเพื่อพี่ชายที่ไม่เคยรู้จัก น้ำเสียงสั่นเครืออย่างห้ามไม่อยู่ มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่ยังคงแข็งกร้าว
ร่างกายที่ชาชินกับความเจ็บปวดกลับยืนหยัดขึ้นมาได้ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง...แต่ครั้งนี้ร่องรอยแห่งความเสียใจมันไม่ได้หลงเหลือไว้บนร่างกาย ยูอิจิบรรจงวางแขนบางไว้ที่เดิม หันไปกระชากตัวจินเข้ามาใกล้จนลมหายใจรดต้นคอ
แต่เป็นที่หัวใจ....คำสัญญาที่นายเคยให้ไว้ว่าจะไม่ทำให้คาซึยะเสียใจ มันไม่มีความหมายอะไรอีกแล้วเพราะนายเพิ่งฆ่าคนที่นายรักให้ตายทั้งเป็นด้วยคำว่าเกลียด!!!
หยดน้ำใสเอ่อล้นขอบตา จินไม่สนใจจะปัดมันทิ้ง คำพูดของยูอิจิเสียดแทงหัวใจเขาราวกับมีมีดปักอยู่กลางอก น้ำเสียงขาดหายลงไปในลำคอ...เขาเป็นคนทำลายทุกอย่าง...คนถูกทำร้ายเจ็บปวดขนาดไหน คนลงมือทำเช่นเขาเจ็บปวดยิ่งกว่า...และความจริงที่โหดร้ายกำลังย้อนกลับมาทิ่มแทงคนเลวอย่างเขาให้ทรมาน...ให้เจ็บเสียยิ่งกว่าตาย
ไปซะ อาคานิชิ......
ชะ....ชั้น..
มันสายเกินไปแล้วสำหรับคำขอโทษ สิ้นคำยูอิจิเหวี่ยงจินออกนอกห้องปิดประตูใส่หน้าดังปัง
มันจะมีประโยชน์อะไรที่จะแก้ตัวหรือหาเหตุผลให้กับการกระทำเลวๆของตัวเองหากคำว่าเสียใจ...ขอโทษ...หรือแม้กระทั่งคำว่ารักของนายไม่มีทางส่งผ่านเข้าไปในหัวใจที่เต็มไปด้วยบาดแผลนี้ได้อีกแล้ว...
*********************************
บรรยากาศในรถเงียบชวนอึดอัด ยามะพีลอบมองหน้าคนขับเป็นระยะๆด้วยความกังวล ความจริงยูจะไปส่งเขาที่บ้านแต่เขาขอตามไปที่ทำงานด้วยเพราะเป็นห่วง ขนาดตัวเขาเองยังรู้สึกแย่มากกับเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ ยูที่เป็นคนดูแลคาเมะมาตั้งแต่เด็กคงจะรู้สึกมากกว่าเขาเป็นสิบเท่า
ทันทีที่รถจอดเทียบหน้าตึกสำนักงานใหญ่ ยูอิจิเดินลิ่วเข้าตึกไม่สนยามะพีที่เดินจ้ำตามหลังแม้แต่น้อย ตากลมโตมองแผ่นหลังคนรักเดินลับไปด้วยจิตใจที่ว้าวุ่น รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมาไม่ว่าเหตุการณ์จะเลวร้ายขนาดไหน เขาก็ยังอุ่นใจเพราะมือใหญ่ของยูคอยคุ้มครองโอบอุ้มเขาอยู่เสมอ แต่ครั้งนี้มันต่างกัน หรือว่า...เพราะเขาเป็นญาติจิน...หรือจะเข้าใจผิดคิดว่าเขาปกป้องจินเพราะยังเหลือเยื่อใย
ยามะพีสลัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน.....ไม่มีทางเป็นอย่างนั้นแน่ ยูอาจกำลังคิดมากเรื่องคาเมะเลยเย็นชากับเขา ที่สำคัญตอนนี้ไม่ใช่เวลาหมกมุ่นกับเรื่องของตัวเอง เอาเวลาไปคิดหาวิธีทำให้ยูยอมให้อภัยจินดีกว่า
***********************************
ยูอิจิรีบเปิดคอมพิวเตอร์ทันทีที่มาถึงห้องทำงาน เขาเอนหลังพิงเก้าอี้หนังตัวใหญ่เพื่อผ่อนคลายพลางเคาะนิ้วกับโต๊ะเล่นฆ่าเวลา ถึงแม้ภายนอกจะดูสงบนิ่งแต่ใครจะรู้ว่าตอนนี้หัวเขาแทบจะระเบิดอยู่แล้ว เวลาที่คุณหนูกำลังมีปัญหาคนที่สมควรอยู่เคียงข้างคอยช่วยเหลืออย่างเขากลับมัวแต่มีความสุขจนลืมหน้าที่.......คนที่ไม่สมควรจะได้รับการให้อภัยมากที่สุดน่าจะเป็นเขา.......
เสียงปี๊บบจากคอมพิวเตอร์ดังขึ้นเรียกคนที่อยู่ในภวังค์ให้หันกลับมามองหน้าจอ สิ่งที่คุณหนูส่งมาไม่ต่างจากที่เขาคิด.....ไฟล์ซอฟแวร์ทั้งหมดที่อยู่ระหว่างการพัฒนาลิสต์ยาวเหยียด มันมากพอที่จะปฏิวัติระบบสื่อสารโทรคมนาคมของญี่ปุ่นได้เลย........ยังมีเอกสารหนังสือมอบอำนาจลงดิจิตอลซิกเนเจอร์เรียบร้อย ยูอิจิสังเกตเห็นวันที่อัพเดตเอกสารแล้วยิ่งแน่ใจว่าคุณหนูคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าตอนจบของเรื่องจะเป็นอย่างไรจึงได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมเช่นนี้..........นิ้วเรียวเลื่อนสกอลบาร์ลงมาเรื่อยๆ จนถึงไฟล์สุดท้าย
.........ไฟล์รูป?...........
ยูอิจิพอจะเดาออกว่าภาพที่คุณหนูส่งมาให้เป็นภาพอะไร แต่ที่ไม่เข้าใจกืคือเหตุผลที่ส่งมันให้เขาต่างหาก ขณะที่กำลังใช้ความคิดก็มีจดหมายอิเล็กทรอนิคส่งเข้ามาที่เครื่องเขา ไม่น่าจะมีใครรู้เมล์แอดเดรสของเขายกเว้น......ประธาน คาวาเสะ กรุ๊ปตัวจริง.......คาวาเสะ คาซึยะ
หลังจากอ่านจบ เขาบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกับข้อความใจจดหมาย จะยิ้ม.....หัวเราะ.....หรือร้องไห้ดีนะ แต่ที่แน่ๆ ถ้าเป็นเรื่องที่คุณหนูขอร้อง ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งเสียหรือสั่งลาเ ขาจะจัดการมันให้เรียบร้อย.....
เสียงแกรกๆจากการพลิกหน้าหนังสือพิมพ์ขัดจังหวะสมาธิทำให้เขาต้องหันไปมอง
อะ....เอ่อ...ขอโทษฮะ ยามะพีเอ่ยปากเพราะคิดว่าตัวเองกำลังรบกวนคนรัก มือเล็กง่วนกับการพับหนังสือพิมพ์ต้นเหตุ กลัวว่ายูจะไม่พอใจ
ไม่เป็นไร...ชั้นเสร็จธุระพอดี ยูอิจิตอบ เขาเองก็เพิ่งนึกได้ว่าโทโมะตามเขามาด้วย นี่นั่งรอเขานานขนาดไหนแล้วนะ
หิวมั้ย ไปหาอะไรกินกัน
แต่...ยูฮะ แล้วเรื่องไฟล์ที่คาเมะส่งมา... ยังพูดไม่ทันจบก็ถูกคนรักรวบตัวแนบอกแกร่ง วงแขนโอบเอวแน่น
ไม่มีอะไรต้องกังวลหรอก.....ทุกอย่างจะเรียบร้อย ตอบไปทั้งที่รู้ว่าเรื่องทุกอย่างมันไม่มีทางจบแบบเรียบร้อยแน่
ตะ....แต่.... ยามะพีรีบปิดปากไม่กล้าทักท้วงเมื่อเห็นแววตาขมึงทึงของคนรัก......จะไม่มียูอิจิคนที่เคยอ่อนโยนและแสนดีคนนั้นอีกแล้วเหรอ?
ไปกันเถอะ ยูอิจิคลายอ้อมกอด พยายามเสมองไปทางอื่นกลบเกลื่อนสีหน้ากร้าวร้าว ไม่อยากให้คนที่ตนรักเห็นธาตุแท้ เขาไม่มีทางยอมให้ผ้าขาวที่แสนบริสุทธ์เช่นโทโมะต้องมาแปดเปื้อนเพราะเรื่องเลวๆที่เขากำลังทำถึงแม้ว่าคนพวกนั้นสมควรที่จะได้รับการลงโทษอย่างสาสมก็ตาม
********************************************
จินไปไหนของเขานะ ที่บ้านก็ไม่อยู่ โทรไปก็ไม่รับ ทั้งที่เขากำลังมีแผนใหม่สำหรับแก้แค้นคาเมนาชิ อีกอย่างรูปพวกนั้นต้องรีบแย่งคืนมาซะด้วยสิ ฮิโรกิชายตามองโน้ตบุกที่ตั้งอยู่บนโต๊ะมุมห้องอย่างลังเล เขาไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปเช็คเว็บไซต์ที่คู่อริเคยส่งมาให้ ภาพที่เคยแปะหลาบนหน้าเว็บยังคงหลอกหลอนเขาให้หวาดหวั่นทุกครั้งที่คิดถึงมันแต่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็มีจินเป็นพวก คาเมนาชิไม่กล้าทำอะไรผลีผลามแน่
เรียว ออกไปข้างนอกกับชั้นหน่อย เสียงใสส่งไปตามสายโทรศัทพ์ไม่เอะใจว่าเรื่องที่ตนพูดกำลังถูกดักฟังจากบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่
ไม่ต้องถามมากหน่า รีบมานะ วางสายปุ๊ปรีบเปลื่ยนเสื้อผ้ารอ ความจริงเขาอยากไปคนเดียวแต่พอนึกเรื่องที่เคยโดนถ่ายรูปแบล็กเมล์แล้วเอาเรียวไปเป็นเพื่อนดีกว่า ที่สำคัญตอนนี้ไฟกำลังคุต้องรีบเติมเชื้อ โอกาสดีๆแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้ว
......ตั้งแต่จุนโนะตายไป เขาสัญญากับตัวเองว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้จินรักเขาให้ได้ แล้ววันนี้สิ่งที่หวังกำลังจะเป็นจริง
...ใบหน้าคม....ริมฝีปากอิ่ม...เสียงทุ้มนุ่ม....อ้อมกอดแกร่ง...
...ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะเป็นของเขา ไม่ใช่...****คาเมนาชิ คาซึยะ****
**********************************************
ชั้นกลับก่อนนะ พรุ่งนี้จะแวะมารับ ทักกี้ขยี้หัวน้องชายเบาๆเป็นเชิงปลอบ นี่ถ้าเขาไม่กลับไปรับที่โรงพยาบาล เจ้านี่คงนั่งอมทุกข์อยู่หน้าห้องพักของคาซึยะทั้งคืนแน่ เข้มแข็งไว้นะจิน อย่างน้อยพี่ชายคนนี้จะคอยเป็นกำลังใจให้
จินทิ้งตัวบนโซฟานุ่มเพื่อผ่อนคลาย ร่างกายเขากำลังประท้วงให้สมองหยุดพัก บรรยากาศในห้องช่างเงียบงัน ดวงตาหมองคล้ำมองไปรอบๆ อย่างไร้จุดหมายจนไปหยุดที่ห้องคาเมะที่ประตูเปิดอ้าอยู่ จินไม่รู้ว่าเขาคาดหวังว่าจะได้เห็นอะไร เห็นห้องที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันแสนหวานหรือกระทั่งเห็นร่างคาซึยะหันมายิ้มให้เขาอย่างมีความสุข เขาสับสนกับสิ่งที่ได้รับรู้.........มันเกิดขึ้นจริงๆเหรอ? หรือว่ามันเป็นเพียงฝันร้าย พอตื่นขึ้นมาอีกทีทุกอย่างก็กลับคืนสู่สภาพเดิม........แต่ชั่วขณะที่หางตาชำเลืองไปเห็นสวิสอาร์มมี่เล่มเล็กที่ตกอยู่ข้างเตียง เขาก็ตระหนักได้ว่าคนที่เคยมอบมันให้กับเขาไม่อยู่แล้วและบางทีอาจจะไม่มีโอกาสกลับมาอยู่ด้วยกันอีก.......ความจริงอันแสนโหดร้ายถาโถมเข้ามาหาเขา มันเจ็บปวดและทรมานเสียยิ่งกว่าครั้งไหนๆเพราะเขาไม่มีทางย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก สี่งเดียวที่ยังค้ำจุนให้เขายังหายใจอยู่มีเพียงความหวังอันริบหรี่เท่านั้น....ความหวังที่จะได้เห็นดวงตาคู่สวยที่มักจะมองมาที่เขาเสมอ.....หวังที่จะได้ยินคำรักออกมาจากริมฝีปากบาง.....หวังให้น้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตไหลชโลมผ่านหัวใจคนที่หยาบกระด้างอีกสักครั้ง...
จินเดินเข้าห้องคาเมะเพื่อหยิบสวิสอาร์มี่เล่มเล็กแต่หางตาเขาเหลือบเห็นกล่องใส่นาฬิกาบนพื้นเปิดอ้าอยู่.....ของขวัญชิ้นแรกที่จุนโนะให้ แต่หลังจากจุนโนะจากไปเขาก็ไม่ได้ใส่มันอีก เพียงเพราะเขาต้องการที่จะลืมและหยุดความรักของเขาไว้ที่จุนโนะเพียงคนเดียว แต่แล้ว คาซึยะก็เดินเข้ามาในชีวิตเขา เติมเต็มช่วงเวลาที่ขาดหายไป...มาไขลานนาฬิกาเรือนเก่าที่ใกล้จะผุพังให้กลับมาเดินอีกครั้ง...แต่ เอ๊ะ!! นี่มัน
จินหยิบนาฬิกาหนังขึ้นมาดู ตาคมหรี่ลงเพื่อพิจารณาหน้าปัดที่แตกร้าวให้ชัดๆ....ไม่ใช่ของจุนโนะ? คล้ายมากถึงแม้หน้าปัดจะร้าว หมุดที่มีไว้สำหรับไขลานด้านข้างตัวเรือนก็ไม่มี คงหลุดกระเด็นตอนคาซึยะเขวี้ยงทิ้งเมื่อวันก่อน แต่ก็ไม่ใช่ของจุนโนะแน่ๆ จินหยิบกล่องสำหรับใส่ตัวเรือนขึ้นมา มีกระดาษแผ่นเล็กๆพับอยู่ด้านใน
Happy Birthday Jin
เวลาที่เหลือในชีวิตของชั้น...ทุกวินาทีขอมอบให้จิน...
...รัก....คาซึยะ...
ข้อความสั้นๆ กับ คำว่ารัก มันก็มากพอที่จะทำให้น้ำใสๆเอ่อล้นขอบตาออกมาได้ จินไม่ใส่ใจที่จะปาดมันทิ้ง เขาได้แต่กำนาฬิกาในมือแน่นราวกลับเป็นสิ่งเตือนใจชิ้นสุดท้ายที่ทำให้เขาตระหนักถึงความผิดพลาดของตัวเอง ความโง่เขลาที่ทำให้เขาต้องสูญเสียสิ่งสำคัญไป
จิน ทำอะไรอยู่เหรอ?
จินหันไปมองเสียงทักจากด้านหลัง ฮิโรกิ?...
***************************************
TBC PART 20
TALK....
ตั้งแต่ part หน้า จะฝากให้รุ่นน้องโพสที่ไดอื่นนะ (http://multisync.exteen.com)เพราะไดนี้เข้ายากมาก กว่าจะเข้าได้เป็นชม.
ที่สำคัญไม่ค่อยมีเวลาอ่ะ งานเยอะมาก
ขอโทษด้วยที่หายไปนาน และ ขอบคุณทุกคนที่เม้นให้ถึงจะออกแนวทวงๆก็เหอะ อิ ฮิ
ถ้าคนเม้นเยอะจะรีบมาต่อละกัน ละอายใจ
เพียงชั่วอึดใจมือเล็กสองคู่พร้อมใจกันปัดมือคนรักของตน มัจจุราชสีดำสองกระบอกกระเด็นตกบนพื้นหญ้า เสียงเล็กแผดขึ้นพร้อมกัน ทำบ้าอะไรกัน!!!!............
คิดว่าไอ้นี่มันจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น? ปลายนิ้วชึ้ปืนบนพื้น ........คาเมะจังจะรู้สึกยังไงถ้าฟื้นขึ้นมาแล้วไม่เจอจิน ยามะพีตะคอกใส่หน้าคนรักด้วยเสียงอันหนักแน่นและเข้มแข็งผิดกับใจที่กำลังสั่นสะท้านเพราะความกลัว.............ไม่เคยเห็นยูเป็นแบบนี้มาก่อน
ยูอิจิก้มเก็บปืนพกแล้วยืดตัวตรงสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดเพื่อสงบอารมณ์พุ่งพล่านก่อนจะพูดเสียงเฉียบ
จากนี้ไป ใครก็ตามในที่นี้เฉียดเข้าใกล้ คาซึยะ แม้แต่นิดเดียว..............ชั้นไม่ปล่อยไว้แน่ สายตาเหี้ยมเกรียมกวาดมองทุกคนอย่างอาฆาตแค้น แม้แต่ทักกี้ประธาน ทาคิซาว่า กรู๊ป เองยังรู้สึกหวาดหวั่น เขารู้ดีถึงความน่ากลัวของพวกคาวาเสะ เพราะฉะนั้นคราวนี้เขาควรจะดึงน้องชายของตัวเองให้ถอยห่างออกมาก่อน รอเวลาให้ทุกอย่างดีขึ้นแล้วค่อยช่วยกันคิดแก้ปัญหา
จิน.....กลับ.... กำลังฉุดมือน้องชายขึ้นจากพื้น แต่จินกลับลุกพรวดออกวิ่งกลับไปยังอาคาร ทันทีที่เขามองตามหลังจินไปก็เห็นนางพยาบาลเข็นเตียงคาเมะออกจากห้องไอซียู
ฝีเท้าหลายคู่ก้าวฉับตามเตียงคาเมะที่กำลังเข็นเข้าห้องพักฟื้น ยูอิจิเตรียมห้ามจินแต่เสียงของหมอรั้งเขาไว้ซะก่อน
หมอขอคุยกับญาติคนไข้ด้วยครับ
ยูไปเถอะฮะ ทางนี้ผมจัดการเอง ยามะพีกระตุกชายเสื้อคนรักเบาๆเป็นเชิงอ้อนวอน............อย่างน้อยขอให้จินได้อยู่กับคาเมะจังซักนิดเพราะบางทีหลังจากนี้อาจไม่มีโอกาสได้พบกันอีก
พ่อบ้านตระกูลคาวาเสะส่งสายตาไม่พอใจแต่เขายังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องจัดการไหนจะเรื่องอาการป่วยของคุณหนู อีกทั้งเรื่องไฟล์ที่ตอนนี้น่าจะเปิดออกดูได้แล้วอีก นึกได้ดังนั้นจึงจำยอมเดินตามหมอไป.............ต่อจากนี้ทุกเรื่องเกี่ยวกับคุณหนูเขาจะเป็นคนจัดการเอง ไม่มีทางที่ใครจะมาทำให้คุณหนูต้องเจ็บได้อีก
***********************************
ทักกี้ ซึบาสะ และ ยามะพี ยืนรอหน้าห้องพักฟื้น หลังจากได้ฟังว่าคาเมะปลอดภัย ทั้งสามคนปล่อยให้จินอยู่กับคนป่วยตามลำพังแต่ที่ยังไม่กลับเพราะกลัวว่าจินจะมีเรื่องกับยูอิจิ
ทักกี้ เราจะทำยังกันต่อไปดี? ซึบาสะข้องใจไม่น้อยกับคำที่ยูอิจิพูดเมื่อครู่ ประเมินจากสีหน้าคนพูดไอ้ประโยคที่ว่าไม่ปล่อยไว้แน่เนี่ยคนพูดหมายความอย่างนั้นจริงๆ และสาเหตุที่ทำให้คาเมะต้องนอนอยู่ข้างในห้องพักฟื้นนี่ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเขาด้วย
ทักกี้สังเกตเห็นความกังวลใจฉายออกมาจากแววตาคนรัก มันไม่ใช่ความผิดของนาย บางทีคาซียะคงคาดไว้แล้วก็ได้ว่าเหตุการณ์อาจจบลงแบบนี้ เพราะฉะนั้นอย่าคิดมากเลย พูดออกไปทั้งที่ความจริงเขาเองก็เครียดไปไม่น้อยกว่าคนรัก ที่สำคัญตอนนี้จะทำยังไงกับน้องชายตัวเองดี เจ้าจินคงฝังใจแน่ๆ ว่าป็นเพราะตัวเอง คาซียะถึงเป็นแบบนี้ จะห้ามไม่ให้พบคาซึยะซักระยะก็คงทำไม่ได้ แต่ถ้าจินยังดื้อดึงยูอิจิไม่ปล่อยไว้แน่ๆ อันนี้แหละเรื่องใหญ่
ทักกี้ฮะ พาซึบาสะไปพักผ่อนเถอะฮะ ตากลมโตเสมองผ้าพันแผลที่ข้อเท้าซึบาสะ เรื่องนี้ผมจะพูดกับยูให้เอง ไม่ต้องเป็นห่วงนะฮะ
ทักกี้พยักหน้ารับ ก่อนจะพยุงคนรักกลับบ้าน ถ้ายามะพีอยู่ข้างๆจิน ยูอิจิคงไม่กล้าทำอะไรรุนแรง ยิ่งไปกว่านั้นความรักของเด็กคนนี้อาจช่วยให้ยูอิจิใจอ่อนลงก็เป็นได้
ลับหลังสองคน ยามะพีมองจินผ่านช่องกระจกใสหน้าห้องพักฟื้นพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาให้กำลังใจทักกี้กับซึบะสะทั้งที่ตัวเองยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะพูดยังไงกับยูอิจิดี
ภายในห้อง บรรยากาศรอบๆดูช่างสงบเงียบงัน จินนั่งกุมมือคนรักแน่นราวกับจะบอกคนบนเตียงว่าเขาจะไม่หนีไปไหนอีก.......... จะอยู่ข้างๆ..........จะรอเพื่อจะพูดสิ่งที่คาเมะต้องการฟังมาตลอด...........อยากจะกอดคนรักเพื่อขอโทษกับสิ่งเลวร้ายต่างๆที่เขาได้ทำ..........แม้จะไม่ได้รับการให้อภัยก็ตาม
คาซียะ..........ชั้นขอโทษ หยดน้ำเอ่อล้นขอบตา มือใหญ่สั่นสะท้านเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตัวเองกระทำต่อร่างบอบบางที่กำลังนอนไม่ได้สติ.........
*****ชั้นรักจิน..........ชั้นเกลียดนาย..........ชั้นรักจิน..........ชั้นเกลียดนาย***** คำรักที่คาซึยะพร่ำบอก กับคำว่าเกลียดที่เขายัดเยียดกลับไปให้ดังก้องในหัว บัดนี้เขาเข้าใจแล้วว่าความทรมานเจียนตายเป็นอย่างไร
ยังไม่สายใช่มั้ย ถ้าชั้นจะบอกว่า............ชั้นรักนาย คาซึยะ
*****************************
ยามะพีเห็นยูอิจิเดินมาจึงรีบเข้าไปบอกจิน ยังไงก็อย่าเพิ่งเผชิญหน้ากันตอนนี้ดีกว่า ไว้ยูใจเย็นลงแล้วค่อยเกลี้ยกล่อม
จิน....จะ.....จิน กลับเถอะ ยามะพีเขย่าแขนเรียกแต่จินยังนิ่งเหมือนไม่สนใจ
จิน......จินนนน!!!!!
ประตูห้องเปิดออก ยูอิจิสาวเท้ายาวเข้าหา กระชากคอเสื้อคนที่นั่งข้างเตียงคุณหนูตน
ผลั่กกกก.......หมัดหนักๆลอยกระทบหน้า จินเซถลาล้มลงบนพื้นทันที ยามะพีรีบกระโจนเข้าไปยืนกางแขนปกป้อง
พอเถอะฮะยู ผมขอร้อง ยามะพีอ้อนวอนคนรัก
ฮึ... เสียงคำรามในลำคอ แววตาเกรี้ยวกราดเหมือนไม่ใช่ยูอิจิคนเดิม รู้มั้ยว่าเธอกำลังขอร้องเพื่อผู้ชายที่ทำร้ายเพื่อนรักของเธอ โทโมะ!!!!
ตะ...แต่ ความจริงเป็นอย่างไรเรายังไม่รู้เลยนะฮะ ยามะพีอึกอักนิดหน่อยก่อนพูดต่อ รอคาเมะจังฟื้นแล้วค่อยคุยกันไม่ดีกว่าเหรอฮะ ยามะพีค่อนข้างแน่ใจ ไม่ว่าจินจะทำเรื่องร้ายแรงยังไง คาเมะก็อภัยให้แน่ๆ
มันจะไม่มีวันนั้นอีกแล้ว โทโมะ
มะ....หมายความว่า... ตากลมโตหันไปมองหน้าเพื่อนรักที่นอนนิ่งไม่ไหวติง
ยูอิจิเบี่ยงหลบยามะพีที่กำลังตะลึงกับสิ่งที่ได้ฟังเข้าหาจินที่นิ่งเหมือนถูกสาปก่อนพูดด้วยน้ำเสียงชิงชัง ชั้นเคยเชื่อมั่นในความรักของนาย...เคยมั่นใจว่าท้ายที่สุดไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไงนายก็จะไม่มีวันทำให้คาซึยะต้องเจ็บปวดแล้วนี่อะไร!!!....ดวงตาคมหันไปมองใบหน้าขาวซีดบนเตียง
ดูซะให้เต็มตา อาคานิชิ!!!...รอยแผลพวกนี้ล้วนทำเพื่อคนอื่นทั้งนั้น มือใหญ่ชูข้อมือผอมบางขึ้นให้คนตรงหน้าเห็นชัดๆ ครั้งแรกเพื่อแม่ที่ไม่เคยสนใจใยดี ครั้งที่สองเพื่อพี่ชายที่ไม่เคยรู้จัก น้ำเสียงสั่นเครืออย่างห้ามไม่อยู่ มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่ยังคงแข็งกร้าว
ร่างกายที่ชาชินกับความเจ็บปวดกลับยืนหยัดขึ้นมาได้ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง...แต่ครั้งนี้ร่องรอยแห่งความเสียใจมันไม่ได้หลงเหลือไว้บนร่างกาย ยูอิจิบรรจงวางแขนบางไว้ที่เดิม หันไปกระชากตัวจินเข้ามาใกล้จนลมหายใจรดต้นคอ
แต่เป็นที่หัวใจ....คำสัญญาที่นายเคยให้ไว้ว่าจะไม่ทำให้คาซึยะเสียใจ มันไม่มีความหมายอะไรอีกแล้วเพราะนายเพิ่งฆ่าคนที่นายรักให้ตายทั้งเป็นด้วยคำว่าเกลียด!!!
หยดน้ำใสเอ่อล้นขอบตา จินไม่สนใจจะปัดมันทิ้ง คำพูดของยูอิจิเสียดแทงหัวใจเขาราวกับมีมีดปักอยู่กลางอก น้ำเสียงขาดหายลงไปในลำคอ...เขาเป็นคนทำลายทุกอย่าง...คนถูกทำร้ายเจ็บปวดขนาดไหน คนลงมือทำเช่นเขาเจ็บปวดยิ่งกว่า...และความจริงที่โหดร้ายกำลังย้อนกลับมาทิ่มแทงคนเลวอย่างเขาให้ทรมาน...ให้เจ็บเสียยิ่งกว่าตาย
ไปซะ อาคานิชิ......
ชะ....ชั้น..
มันสายเกินไปแล้วสำหรับคำขอโทษ สิ้นคำยูอิจิเหวี่ยงจินออกนอกห้องปิดประตูใส่หน้าดังปัง
มันจะมีประโยชน์อะไรที่จะแก้ตัวหรือหาเหตุผลให้กับการกระทำเลวๆของตัวเองหากคำว่าเสียใจ...ขอโทษ...หรือแม้กระทั่งคำว่ารักของนายไม่มีทางส่งผ่านเข้าไปในหัวใจที่เต็มไปด้วยบาดแผลนี้ได้อีกแล้ว...
*********************************
บรรยากาศในรถเงียบชวนอึดอัด ยามะพีลอบมองหน้าคนขับเป็นระยะๆด้วยความกังวล ความจริงยูจะไปส่งเขาที่บ้านแต่เขาขอตามไปที่ทำงานด้วยเพราะเป็นห่วง ขนาดตัวเขาเองยังรู้สึกแย่มากกับเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ ยูที่เป็นคนดูแลคาเมะมาตั้งแต่เด็กคงจะรู้สึกมากกว่าเขาเป็นสิบเท่า
ทันทีที่รถจอดเทียบหน้าตึกสำนักงานใหญ่ ยูอิจิเดินลิ่วเข้าตึกไม่สนยามะพีที่เดินจ้ำตามหลังแม้แต่น้อย ตากลมโตมองแผ่นหลังคนรักเดินลับไปด้วยจิตใจที่ว้าวุ่น รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมาไม่ว่าเหตุการณ์จะเลวร้ายขนาดไหน เขาก็ยังอุ่นใจเพราะมือใหญ่ของยูคอยคุ้มครองโอบอุ้มเขาอยู่เสมอ แต่ครั้งนี้มันต่างกัน หรือว่า...เพราะเขาเป็นญาติจิน...หรือจะเข้าใจผิดคิดว่าเขาปกป้องจินเพราะยังเหลือเยื่อใย
ยามะพีสลัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน.....ไม่มีทางเป็นอย่างนั้นแน่ ยูอาจกำลังคิดมากเรื่องคาเมะเลยเย็นชากับเขา ที่สำคัญตอนนี้ไม่ใช่เวลาหมกมุ่นกับเรื่องของตัวเอง เอาเวลาไปคิดหาวิธีทำให้ยูยอมให้อภัยจินดีกว่า
***********************************
ยูอิจิรีบเปิดคอมพิวเตอร์ทันทีที่มาถึงห้องทำงาน เขาเอนหลังพิงเก้าอี้หนังตัวใหญ่เพื่อผ่อนคลายพลางเคาะนิ้วกับโต๊ะเล่นฆ่าเวลา ถึงแม้ภายนอกจะดูสงบนิ่งแต่ใครจะรู้ว่าตอนนี้หัวเขาแทบจะระเบิดอยู่แล้ว เวลาที่คุณหนูกำลังมีปัญหาคนที่สมควรอยู่เคียงข้างคอยช่วยเหลืออย่างเขากลับมัวแต่มีความสุขจนลืมหน้าที่.......คนที่ไม่สมควรจะได้รับการให้อภัยมากที่สุดน่าจะเป็นเขา.......
เสียงปี๊บบจากคอมพิวเตอร์ดังขึ้นเรียกคนที่อยู่ในภวังค์ให้หันกลับมามองหน้าจอ สิ่งที่คุณหนูส่งมาไม่ต่างจากที่เขาคิด.....ไฟล์ซอฟแวร์ทั้งหมดที่อยู่ระหว่างการพัฒนาลิสต์ยาวเหยียด มันมากพอที่จะปฏิวัติระบบสื่อสารโทรคมนาคมของญี่ปุ่นได้เลย........ยังมีเอกสารหนังสือมอบอำนาจลงดิจิตอลซิกเนเจอร์เรียบร้อย ยูอิจิสังเกตเห็นวันที่อัพเดตเอกสารแล้วยิ่งแน่ใจว่าคุณหนูคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าตอนจบของเรื่องจะเป็นอย่างไรจึงได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมเช่นนี้..........นิ้วเรียวเลื่อนสกอลบาร์ลงมาเรื่อยๆ จนถึงไฟล์สุดท้าย
.........ไฟล์รูป?...........
ยูอิจิพอจะเดาออกว่าภาพที่คุณหนูส่งมาให้เป็นภาพอะไร แต่ที่ไม่เข้าใจกืคือเหตุผลที่ส่งมันให้เขาต่างหาก ขณะที่กำลังใช้ความคิดก็มีจดหมายอิเล็กทรอนิคส่งเข้ามาที่เครื่องเขา ไม่น่าจะมีใครรู้เมล์แอดเดรสของเขายกเว้น......ประธาน คาวาเสะ กรุ๊ปตัวจริง.......คาวาเสะ คาซึยะ
หลังจากอ่านจบ เขาบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกับข้อความใจจดหมาย จะยิ้ม.....หัวเราะ.....หรือร้องไห้ดีนะ แต่ที่แน่ๆ ถ้าเป็นเรื่องที่คุณหนูขอร้อง ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งเสียหรือสั่งลาเ ขาจะจัดการมันให้เรียบร้อย.....
เสียงแกรกๆจากการพลิกหน้าหนังสือพิมพ์ขัดจังหวะสมาธิทำให้เขาต้องหันไปมอง
อะ....เอ่อ...ขอโทษฮะ ยามะพีเอ่ยปากเพราะคิดว่าตัวเองกำลังรบกวนคนรัก มือเล็กง่วนกับการพับหนังสือพิมพ์ต้นเหตุ กลัวว่ายูจะไม่พอใจ
ไม่เป็นไร...ชั้นเสร็จธุระพอดี ยูอิจิตอบ เขาเองก็เพิ่งนึกได้ว่าโทโมะตามเขามาด้วย นี่นั่งรอเขานานขนาดไหนแล้วนะ
หิวมั้ย ไปหาอะไรกินกัน
แต่...ยูฮะ แล้วเรื่องไฟล์ที่คาเมะส่งมา... ยังพูดไม่ทันจบก็ถูกคนรักรวบตัวแนบอกแกร่ง วงแขนโอบเอวแน่น
ไม่มีอะไรต้องกังวลหรอก.....ทุกอย่างจะเรียบร้อย ตอบไปทั้งที่รู้ว่าเรื่องทุกอย่างมันไม่มีทางจบแบบเรียบร้อยแน่
ตะ....แต่.... ยามะพีรีบปิดปากไม่กล้าทักท้วงเมื่อเห็นแววตาขมึงทึงของคนรัก......จะไม่มียูอิจิคนที่เคยอ่อนโยนและแสนดีคนนั้นอีกแล้วเหรอ?
ไปกันเถอะ ยูอิจิคลายอ้อมกอด พยายามเสมองไปทางอื่นกลบเกลื่อนสีหน้ากร้าวร้าว ไม่อยากให้คนที่ตนรักเห็นธาตุแท้ เขาไม่มีทางยอมให้ผ้าขาวที่แสนบริสุทธ์เช่นโทโมะต้องมาแปดเปื้อนเพราะเรื่องเลวๆที่เขากำลังทำถึงแม้ว่าคนพวกนั้นสมควรที่จะได้รับการลงโทษอย่างสาสมก็ตาม
********************************************
จินไปไหนของเขานะ ที่บ้านก็ไม่อยู่ โทรไปก็ไม่รับ ทั้งที่เขากำลังมีแผนใหม่สำหรับแก้แค้นคาเมนาชิ อีกอย่างรูปพวกนั้นต้องรีบแย่งคืนมาซะด้วยสิ ฮิโรกิชายตามองโน้ตบุกที่ตั้งอยู่บนโต๊ะมุมห้องอย่างลังเล เขาไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปเช็คเว็บไซต์ที่คู่อริเคยส่งมาให้ ภาพที่เคยแปะหลาบนหน้าเว็บยังคงหลอกหลอนเขาให้หวาดหวั่นทุกครั้งที่คิดถึงมันแต่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็มีจินเป็นพวก คาเมนาชิไม่กล้าทำอะไรผลีผลามแน่
เรียว ออกไปข้างนอกกับชั้นหน่อย เสียงใสส่งไปตามสายโทรศัทพ์ไม่เอะใจว่าเรื่องที่ตนพูดกำลังถูกดักฟังจากบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่
ไม่ต้องถามมากหน่า รีบมานะ วางสายปุ๊ปรีบเปลื่ยนเสื้อผ้ารอ ความจริงเขาอยากไปคนเดียวแต่พอนึกเรื่องที่เคยโดนถ่ายรูปแบล็กเมล์แล้วเอาเรียวไปเป็นเพื่อนดีกว่า ที่สำคัญตอนนี้ไฟกำลังคุต้องรีบเติมเชื้อ โอกาสดีๆแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้ว
......ตั้งแต่จุนโนะตายไป เขาสัญญากับตัวเองว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้จินรักเขาให้ได้ แล้ววันนี้สิ่งที่หวังกำลังจะเป็นจริง
...ใบหน้าคม....ริมฝีปากอิ่ม...เสียงทุ้มนุ่ม....อ้อมกอดแกร่ง...
...ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะเป็นของเขา ไม่ใช่...****คาเมนาชิ คาซึยะ****
**********************************************
ชั้นกลับก่อนนะ พรุ่งนี้จะแวะมารับ ทักกี้ขยี้หัวน้องชายเบาๆเป็นเชิงปลอบ นี่ถ้าเขาไม่กลับไปรับที่โรงพยาบาล เจ้านี่คงนั่งอมทุกข์อยู่หน้าห้องพักของคาซึยะทั้งคืนแน่ เข้มแข็งไว้นะจิน อย่างน้อยพี่ชายคนนี้จะคอยเป็นกำลังใจให้
จินทิ้งตัวบนโซฟานุ่มเพื่อผ่อนคลาย ร่างกายเขากำลังประท้วงให้สมองหยุดพัก บรรยากาศในห้องช่างเงียบงัน ดวงตาหมองคล้ำมองไปรอบๆ อย่างไร้จุดหมายจนไปหยุดที่ห้องคาเมะที่ประตูเปิดอ้าอยู่ จินไม่รู้ว่าเขาคาดหวังว่าจะได้เห็นอะไร เห็นห้องที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันแสนหวานหรือกระทั่งเห็นร่างคาซึยะหันมายิ้มให้เขาอย่างมีความสุข เขาสับสนกับสิ่งที่ได้รับรู้.........มันเกิดขึ้นจริงๆเหรอ? หรือว่ามันเป็นเพียงฝันร้าย พอตื่นขึ้นมาอีกทีทุกอย่างก็กลับคืนสู่สภาพเดิม........แต่ชั่วขณะที่หางตาชำเลืองไปเห็นสวิสอาร์มมี่เล่มเล็กที่ตกอยู่ข้างเตียง เขาก็ตระหนักได้ว่าคนที่เคยมอบมันให้กับเขาไม่อยู่แล้วและบางทีอาจจะไม่มีโอกาสกลับมาอยู่ด้วยกันอีก.......ความจริงอันแสนโหดร้ายถาโถมเข้ามาหาเขา มันเจ็บปวดและทรมานเสียยิ่งกว่าครั้งไหนๆเพราะเขาไม่มีทางย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก สี่งเดียวที่ยังค้ำจุนให้เขายังหายใจอยู่มีเพียงความหวังอันริบหรี่เท่านั้น....ความหวังที่จะได้เห็นดวงตาคู่สวยที่มักจะมองมาที่เขาเสมอ.....หวังที่จะได้ยินคำรักออกมาจากริมฝีปากบาง.....หวังให้น้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตไหลชโลมผ่านหัวใจคนที่หยาบกระด้างอีกสักครั้ง...
จินเดินเข้าห้องคาเมะเพื่อหยิบสวิสอาร์มี่เล่มเล็กแต่หางตาเขาเหลือบเห็นกล่องใส่นาฬิกาบนพื้นเปิดอ้าอยู่.....ของขวัญชิ้นแรกที่จุนโนะให้ แต่หลังจากจุนโนะจากไปเขาก็ไม่ได้ใส่มันอีก เพียงเพราะเขาต้องการที่จะลืมและหยุดความรักของเขาไว้ที่จุนโนะเพียงคนเดียว แต่แล้ว คาซึยะก็เดินเข้ามาในชีวิตเขา เติมเต็มช่วงเวลาที่ขาดหายไป...มาไขลานนาฬิกาเรือนเก่าที่ใกล้จะผุพังให้กลับมาเดินอีกครั้ง...แต่ เอ๊ะ!! นี่มัน
จินหยิบนาฬิกาหนังขึ้นมาดู ตาคมหรี่ลงเพื่อพิจารณาหน้าปัดที่แตกร้าวให้ชัดๆ....ไม่ใช่ของจุนโนะ? คล้ายมากถึงแม้หน้าปัดจะร้าว หมุดที่มีไว้สำหรับไขลานด้านข้างตัวเรือนก็ไม่มี คงหลุดกระเด็นตอนคาซึยะเขวี้ยงทิ้งเมื่อวันก่อน แต่ก็ไม่ใช่ของจุนโนะแน่ๆ จินหยิบกล่องสำหรับใส่ตัวเรือนขึ้นมา มีกระดาษแผ่นเล็กๆพับอยู่ด้านใน
Happy Birthday Jin
เวลาที่เหลือในชีวิตของชั้น...ทุกวินาทีขอมอบให้จิน...
...รัก....คาซึยะ...
ข้อความสั้นๆ กับ คำว่ารัก มันก็มากพอที่จะทำให้น้ำใสๆเอ่อล้นขอบตาออกมาได้ จินไม่ใส่ใจที่จะปาดมันทิ้ง เขาได้แต่กำนาฬิกาในมือแน่นราวกลับเป็นสิ่งเตือนใจชิ้นสุดท้ายที่ทำให้เขาตระหนักถึงความผิดพลาดของตัวเอง ความโง่เขลาที่ทำให้เขาต้องสูญเสียสิ่งสำคัญไป
จิน ทำอะไรอยู่เหรอ?
จินหันไปมองเสียงทักจากด้านหลัง ฮิโรกิ?...
***************************************
TBC PART 20
TALK....
ตั้งแต่ part หน้า จะฝากให้รุ่นน้องโพสที่ไดอื่นนะ (http://multisync.exteen.com)เพราะไดนี้เข้ายากมาก กว่าจะเข้าได้เป็นชม.
ที่สำคัญไม่ค่อยมีเวลาอ่ะ งานเยอะมาก
ขอโทษด้วยที่หายไปนาน และ ขอบคุณทุกคนที่เม้นให้ถึงจะออกแนวทวงๆก็เหอะ อิ ฮิ
ถ้าคนเม้นเยอะจะรีบมาต่อละกัน ละอายใจ
posted @ 11:13:32 น. | 16 Comments
comment: 170 :
รออยู่เสมอ