เรื่องราวหมายเลขสิบแปด : กับวัยเด็ก
7 กรกฎาคม 2547

ในตอนเด็กเมื่อผมเห็นแดดร่ม ผมคิดเป็นตุเป็นตะว่าดวงอาทิตย์น่ะมันหรี่แสงได้
คิดแล้วกลั้นยิ้มให้กับความไร้เดียงสาของตนเองในวัยเด็กไม่ไหว (แหะ-แหะ)
ในวัยเด็กมีหลายเรื่องที่ประทับใจ และยังอยากให้มันอยู่กับเราในตอนนี้
แต่บางสิ่งเมื่อเวลาล่วงเลย มันก็จากไปพร้อม-พร้อมกัน
ในตอนเด็กก่อนนอนจะมีการ์ตูนหลังข่าวให้ดู
ซึ่งตอนนั้นรู้สึกว่าจะเป็นเรื่องนกหัวขวาน
(ใครหลายคนคงเคยได้ยิน ในไตเติ้ลเรื่องจะมีเจ้านกหัวขวานหัวสีแดงแป๊ด
ออกมาจากโพรงไม้ และร้องว่า"กระเดิ๊กเดิก-กระเดิ๊กเดิก-เหอะ-เหอะ-เหอะ-เหอะ-เหอะ")
ซึ่งในตอนนั้นก็ดู-ดูไปไม่คิดอะไรมาก แต่พอมาตอนนี้กลับคิดถึงกลิ่นอายนั้นจัง
พอดูการ์ตูนหลังข่าวจบ ผมก็รีบนอนเพื่อตื่นขึ้นมาดูการ์ตูนรอบเช้า ก็ประมาณตี5ครึ่งจะมีละครจัก-จัก-วงศ์-วงศ์
ซึ่งก็สนุกดีเหมือนกันแล้วก็รอเวลาของการ์ตูนรอบเช้า แต่ก่อนการ์ตูนรอบเช้าจะมีทั้งช่อง 3 7 9 เลย
ทำให้เลือกแทบไม่ถูก แต่การ์ตูนเรื่องที่สุดโปรดก็คือสามเหมียวยอดนินจา ,St.เซย์ยา, earth worm jim
พอการ์ตูนรอบเช้าจบก็ลงไปล้างหน้าแปรงฟัน รอดูช่อง9การ์ตูนพอดูจนจบก็ค่อยลงไปกินข้าว
พอกินข้าวเสร็จก็ได้เวลาที่เพื่อ-เพื่อนแถวบ้านจะมาเล่นด้วยพอดี
ผมก็จะสร้างเกมส์ขึ้นมาให้เพื่อน-เพื่อนเล่น โดยเอาลังกระดาษมาต่อเป็นตัวเครื่องมีจอยสติคพร้อม
แล้วก็เอาหุ่นยนต์ของผมมาทำเป็นตัวละครแล้วก็แต่งเรื่องขึ้น เล่นกันไปจนเที่ยงก็แยกย้ายกันไปกินข้าว
พอคล้อยบ่ายก็ควบจักยานไปเที่ยวเตร่ทำกิจกรรม outdoor กัน
พอตกเย็นก็กลับบ้าบอาบน้ำอาบท่า กินข้าว เสร็จแล้วก็ลากสมุดของร.ร.มานั่งวาดการ์ตูน
ซึ่งในช่วงนั้นผมมีความตั้งใจในการวาดรุปมากบางวันก็ไม่ทำอะไรเลยเขียนการ์ตูนอยู่ทั้งวัน
เขียนได้5ปีได้หลายสิบเรื่อง แล้วพอโตขึ้นก็เลิกเขียนไป
หากพวกคุณรู้จักผมในตอนเด็ก มันก็คงไม่ต่างอะไรกับตอนนี้สักเท่าไหร่
ผมยังเป็นเด็กชายวยากรเหมือนเดิม แต่อาจเป็นน้องโอ๊ตคนนั้นที่สูงขึ้นโตขึ้นเท่านั้นเอง
บางทีทำให้รู้สึกเสียดายว่าในเมื่อเรายังเป็นคนเดิม
แต่สิ่งเหล่านั้นที่เราเคยมี ทำไม?เราถึงทอดทิ้งมันไปเสียล่ะ
แต่การที่ผมโตขึ้นได้พบเจออะไรหลาย-หลายอย่าง ได้ทดลอง และเรียนรู้
ก็ทำให้ผมรู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าตัวผมเหมาะกับอะไร
ช่วงประถมถึงมัธยมต้นผมรักงานเขียนการ์ตูน
พอเข้าช่วงมัธยมผมก็รักการเล่นดนตรี
จนถึงปัจจุบันนี้ผมก็รักงานเขียน
แต่สิ่งเหล่านั้นก็ยังคงอยู่กับผม
ทุกวันนี้ผมยังรักการ์ตูน ผมยังรักดนตรี และผมก็รักงานเขียน
เพราะสิ่งเหล่านี้คือตัวผม
เช้าวันนี้ผมตื่นเช้า แดดแรงมาก
ผมจึงรีบพลิกกะละมังที่คว่ำอยู่ โยนเสื้อผ้าลงไป
หมุนก๊อกน้ำ และเทแฟ๊บลงไป
ชีวิตในมหาวิทยาลัย การที่เราต้องช่วยตัวเอง
เมื่อมาอยู่หอก็ต้องรู้จักทำอะไรด้วยตัวเอง เสื้อผ้าที่เคยโดยนลงเครื่องแล้วก็ปั่นแห้ง
พอมาอยู่หอก็ต้องซักมือแล้วก็บิดตากเอง
ผมบิดผ้าเป็นเกลียว น้ำไหลซึมออกพร้อมแรงบีบ
ผมสอดไม่แขวนเข้าไปในเสื้อและเกี่ยวไม้แขวนไว้กับราวผ้า พลางมองท้องฟ้า...
แดดร่มอีกแล้ว...
ผมโบกมือให้ก้อนเมฆยามเช้า
ก้อนเมฆยิ้ม,พลันตะโกนมาจากบนฟ้า "พระอาทิตย์คงไม่หรี่แสงแล้วล่ะน๊าาาาาาาาาาาาาา"
posted @ 12:37:48 น. | 13 Comments



comment: 984 :