ชีวิตต่อชีวิต
11 มิถุนายน 2547
เบื้องหน้า-อาหารอันโอชะกำลังรอคุณอยู่ในจานขาวเกลี้ยงใบใหญ่
แล้วคุณก็มองเห็น คุณสัมผัสได้ถึงกลิ่นและรูปลักษณ์ของมัน
และถ้าคุณหยิบช้อนส้อมคู่นั้นขึ้นและตักมันเข้าสู่ปากของคุณ
ในทันทีที่ริมฝีปากและลิ้นโลมเพียงเท่านั้นคุณก็จะสัมผัสได้ถึงรสชาติอันโอชะของมัน
คุณยิ้ม คุณมีความสุข กับการที่ได้ลิ้มรสของอาหารที่อยู่ในจาน
คุณสาบานกับตนเองว่าคุณจะต้องกินมันอีกเป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอน
คุณพยายามจดจำชื่ออาหารที่อยู่ในจานนี้ ถึงแม้มันจะมีความยาวเกินสิบพยางค์
และเมื่อนำมารวมกันก็แทบจะแบ่งได้เป็นหลายประโยค
แต่คุณก็มุ่งมั่นที่จะจำ จดจำชื่อและรสชาด
แต่คุณกลับละทิ้ง ความเจ็บปวด และการต่อสู้ก่อนที่จะเป็นอาหารจานนี้
มีกี่ชีวิต? ที่ต้องพลีกายและชีวิต เพื่อต่อชีวิตให้คุณ
เมนูพิศดารทั้งหลายที่คิดขึ้นมาเพื่อสนองความอยากและความลุ่มหลงหาใช่ความหิวโหยไม่
เมนูที่เน้นความสดโดยการจับสัตว์เป็น-เป็นมาฆ่าโดยวิธีพิศดารอันเลือดเย็น
เราได้แต่นั่งมองและปลาบปลื้มไปพร้อมกับการรอคอยที่จะได้ลิ้มรสอาหารอันโอชะ
จนทำให้เราขาดความเมตตาต่อเพื่อนร่วมโลก
ทำให้เราลืมความเจ็บปวดของศพที่อยู่ในจาน ก่อนที่จะมานอนแน่นิ่งให้เราได้เสพสมอย่างถึงใจ
มนุษย์ที่เรียกตนเองว่าสัตว์ประเสริฐ(มันกล้าอวดอ้างอย่างเย่อหยิ่งโดยไม่ต้องรอให้ไอ้สัตว์พันธุ์ไหนมาสรรเสริญ)
แต่กลับมีพฤติกรรมต่อเพื่อนร่วมโลกอย่างเลือดเย็น ทุกวันนี้เวลาที่เรากินอาหาร เราคิดแต่ว่าวันนี้จะกินอะไรดี?
จนทำให้เราลืมบางสิ่งบางอย่างที่เป็นรื่องใหญ่กว่านั้น เรื่องราวก่อนที่จะมาเป็นอาหารจานที่อยู่ตรงหน้าคุณ
กี่วันที่ชีวิตเหล่านั้นเติบโตขึ้นมา พวกเขามีวิถีชีวิตอย่างไร เราไปจับและฆ่าเขาโดยวิธีไหน
เขาจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดสักเท่าไร และชีวิตที่เกิดมาของพวกเขาเคยได้รับความสุขบ้างไหม?
ธุรกิจอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ที่เลี้ยงขึ้นมาเพื่อเป็นอาหารโดยเฉพาะ
โดยวิธีการเลี้ยงที่เหมือนปฏิบัติต่อสิ่งไม่มีชีวิต เพื่อเพิ่มผลผลิตและมาตรฐาน
เพื่อสนองวัฒนธรรมการกินอย่างตะกละตะกรามของมนุษย์
แต่เพิกเฉยต่อเสียงวิงวอนต่อการร้องขอของชีวิตเหล่านั้น
เราปฏิเสธไม่ได้กับการที่เราจำเป็นต้องบริโภคเนื้อสัตว์
เพราะในเนื้อสัตว์มีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายที่ไหนอาหารชนิดอื่นไม่มี
จึงทำให้เราต้องมาคิดกันว่าเราจะทำอย่างไรถึงจะทำให้กรรมวิธีในการเลี้ยงและผลิตเป็นไปอย่างความมีเมตตา
เราเคยเห็นภาพจากหนังสือพิมพ์ ทีวี หรือสื่ออะไรก็แล้วแต่
ภาพของผู้คนเดินขบวนประท้วง เรียกร้องสิทธิที่มนุษย์ควรจะได้รับ หรือเรียกกันว่า สิทธิมนุษยชน
เราตระหนักในสิทธิที่เราควรจะได้รับ และต่อสู้อย่างสุดชีวิตเพื่อที่จะได้มา
ในขณะที่เรามัวพะวงต่อสิทธิของตัวเอง ทำให้เราลืมที่จะนึกถึงสิทธิของชีวิตอื่นที่ควรจะได้รับ
เราตั้งตนเป็นใหญ่อยู่เหนือสัตว์ทั้งปวง ไม่ต่างกับสัตว์ใหญ่ที่ข่มเหงและรังแกพร้อมทั้งกินสัตว์เล็ก
ในขณะที่เรามีสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดกว่ามีความสามารถหลาย-หลายด้านเหนือกว่าสัตว์ทั่วไป
แต่เรากลับใช้ความสามารถเหล่านั้นต่อสัตว์โลกในทางด้านการข่มเหงเสียมากกว่า
แม้แต่นักโทษที่ทำความผิดจนถึงขั้นโทษประหารชีวิตเรายังมีเมตตาธรรมต่อพวกเขา
โดยเราพยายามหาวิธีให้พวกเขาตายอย่างสงบ ถึงแม้เขาจะมีความผิดแต่เขาก็ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์คนนึงเหมือนกัน
แล้วทำไมกับสัตว์โลกเรากลับเมินเฉย
เรากลับเข่นฆ่าพวกเขาจนเหมือนเรื่องสามัญธรรมดาทั่วไป
ทั้ง-ทั้งที่พวกเขาเหล่านั้นมีพระคุณต่อเรา พวกเขาสละชีวิตของะพวกเขาเพื่อต่อชีวิตของพวกเรา
ผมคิดว่าการเลี้ยงดูสัตว์ก็ควรเลี้ยงดูให้พวกเขาเติบโตอย่างธรรมชาติ ได้เติบโตดังที่พวกเขาควรจะเป็น
ไม่ต้องไปต่อเติมยีน หรือยัดเยียดกรรมวิธีที่ทำให้ชีวิตของพวกเขาผิดแปลกไปอย่างที่ควรจะเป็น
และเมื่อถึงเวลาที่ควรจะฆ่าจริง-จริงก็ควรจะเป็นไปโโยวิธีการที่มีเมตตาธรรม
กรรมวิธีที่ไม่โหดร้าย แต่ทำให้พวกเขาได้จากไปอย่างสงบ
จากไปโดยไร้ความเจ็บปวด ไม่กินทิ้งกินขว้าง ฆ่าแต่เพื่อบริโภคเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
และทุกครั้งที่เรากิน เราจงตระหนักและนึกถึงคุณค่าของชีวิตที่พวกเขาสละเพื่อเรา
ทุกชีวิตย่อมรักชีวิตของตนเอง
แม้แต่ตัวเราที่ยังบริโภคเพื่อโอบอุ้มให้ชีวิตได้อยู่รอด
อยากให้เราได้เข้าใจถึงความรู้สึกของผู้ที่ถูกกระทำบ้าง
เอาใจเขามาใส่ใจเรา ว่าถ้าเป็นเราจะรู้สึกอย่างไร
วันนี้หลังจากที่เราได้เห็นใจเพื่อนมนุษย์แล้ว ขอจงให้ทุกท่านจงเห็นใจเพื่อนร่วมโลกอีกหลายล้านชีวิตของเราบ้าง
ชีวิต และเลือดเนื้อของพวกเขาทำให้เรายังมีชีวิตและลมหายใจอยู่ได้
ขอให้เราจงนึกถึงพระคุณของพวกเขาบ้าง
หากเรายังเมินเฉยต่อชีวิตทั้งหลายเหล่านี้
แล้วเรายังจะมีหน้าเรียกพวกเขาว่า-เพื่อนร่วมโลกได้อย่างเต็มปากเต็มคำได้อย่างไร
แล้วคุณก็มองเห็น คุณสัมผัสได้ถึงกลิ่นและรูปลักษณ์ของมัน
และถ้าคุณหยิบช้อนส้อมคู่นั้นขึ้นและตักมันเข้าสู่ปากของคุณ
ในทันทีที่ริมฝีปากและลิ้นโลมเพียงเท่านั้นคุณก็จะสัมผัสได้ถึงรสชาติอันโอชะของมัน
คุณยิ้ม คุณมีความสุข กับการที่ได้ลิ้มรสของอาหารที่อยู่ในจาน
คุณสาบานกับตนเองว่าคุณจะต้องกินมันอีกเป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอน
คุณพยายามจดจำชื่ออาหารที่อยู่ในจานนี้ ถึงแม้มันจะมีความยาวเกินสิบพยางค์
และเมื่อนำมารวมกันก็แทบจะแบ่งได้เป็นหลายประโยค
แต่คุณก็มุ่งมั่นที่จะจำ จดจำชื่อและรสชาด
แต่คุณกลับละทิ้ง ความเจ็บปวด และการต่อสู้ก่อนที่จะเป็นอาหารจานนี้
มีกี่ชีวิต? ที่ต้องพลีกายและชีวิต เพื่อต่อชีวิตให้คุณ
เมนูพิศดารทั้งหลายที่คิดขึ้นมาเพื่อสนองความอยากและความลุ่มหลงหาใช่ความหิวโหยไม่
เมนูที่เน้นความสดโดยการจับสัตว์เป็น-เป็นมาฆ่าโดยวิธีพิศดารอันเลือดเย็น
เราได้แต่นั่งมองและปลาบปลื้มไปพร้อมกับการรอคอยที่จะได้ลิ้มรสอาหารอันโอชะ
จนทำให้เราขาดความเมตตาต่อเพื่อนร่วมโลก
ทำให้เราลืมความเจ็บปวดของศพที่อยู่ในจาน ก่อนที่จะมานอนแน่นิ่งให้เราได้เสพสมอย่างถึงใจ
มนุษย์ที่เรียกตนเองว่าสัตว์ประเสริฐ(มันกล้าอวดอ้างอย่างเย่อหยิ่งโดยไม่ต้องรอให้ไอ้สัตว์พันธุ์ไหนมาสรรเสริญ)
แต่กลับมีพฤติกรรมต่อเพื่อนร่วมโลกอย่างเลือดเย็น ทุกวันนี้เวลาที่เรากินอาหาร เราคิดแต่ว่าวันนี้จะกินอะไรดี?
จนทำให้เราลืมบางสิ่งบางอย่างที่เป็นรื่องใหญ่กว่านั้น เรื่องราวก่อนที่จะมาเป็นอาหารจานที่อยู่ตรงหน้าคุณ
กี่วันที่ชีวิตเหล่านั้นเติบโตขึ้นมา พวกเขามีวิถีชีวิตอย่างไร เราไปจับและฆ่าเขาโดยวิธีไหน
เขาจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดสักเท่าไร และชีวิตที่เกิดมาของพวกเขาเคยได้รับความสุขบ้างไหม?
ธุรกิจอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ที่เลี้ยงขึ้นมาเพื่อเป็นอาหารโดยเฉพาะ
โดยวิธีการเลี้ยงที่เหมือนปฏิบัติต่อสิ่งไม่มีชีวิต เพื่อเพิ่มผลผลิตและมาตรฐาน
เพื่อสนองวัฒนธรรมการกินอย่างตะกละตะกรามของมนุษย์
แต่เพิกเฉยต่อเสียงวิงวอนต่อการร้องขอของชีวิตเหล่านั้น
เราปฏิเสธไม่ได้กับการที่เราจำเป็นต้องบริโภคเนื้อสัตว์
เพราะในเนื้อสัตว์มีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายที่ไหนอาหารชนิดอื่นไม่มี
จึงทำให้เราต้องมาคิดกันว่าเราจะทำอย่างไรถึงจะทำให้กรรมวิธีในการเลี้ยงและผลิตเป็นไปอย่างความมีเมตตา
เราเคยเห็นภาพจากหนังสือพิมพ์ ทีวี หรือสื่ออะไรก็แล้วแต่
ภาพของผู้คนเดินขบวนประท้วง เรียกร้องสิทธิที่มนุษย์ควรจะได้รับ หรือเรียกกันว่า สิทธิมนุษยชน
เราตระหนักในสิทธิที่เราควรจะได้รับ และต่อสู้อย่างสุดชีวิตเพื่อที่จะได้มา
ในขณะที่เรามัวพะวงต่อสิทธิของตัวเอง ทำให้เราลืมที่จะนึกถึงสิทธิของชีวิตอื่นที่ควรจะได้รับ
เราตั้งตนเป็นใหญ่อยู่เหนือสัตว์ทั้งปวง ไม่ต่างกับสัตว์ใหญ่ที่ข่มเหงและรังแกพร้อมทั้งกินสัตว์เล็ก
ในขณะที่เรามีสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดกว่ามีความสามารถหลาย-หลายด้านเหนือกว่าสัตว์ทั่วไป
แต่เรากลับใช้ความสามารถเหล่านั้นต่อสัตว์โลกในทางด้านการข่มเหงเสียมากกว่า
แม้แต่นักโทษที่ทำความผิดจนถึงขั้นโทษประหารชีวิตเรายังมีเมตตาธรรมต่อพวกเขา
โดยเราพยายามหาวิธีให้พวกเขาตายอย่างสงบ ถึงแม้เขาจะมีความผิดแต่เขาก็ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์คนนึงเหมือนกัน
แล้วทำไมกับสัตว์โลกเรากลับเมินเฉย
เรากลับเข่นฆ่าพวกเขาจนเหมือนเรื่องสามัญธรรมดาทั่วไป
ทั้ง-ทั้งที่พวกเขาเหล่านั้นมีพระคุณต่อเรา พวกเขาสละชีวิตของะพวกเขาเพื่อต่อชีวิตของพวกเรา
ผมคิดว่าการเลี้ยงดูสัตว์ก็ควรเลี้ยงดูให้พวกเขาเติบโตอย่างธรรมชาติ ได้เติบโตดังที่พวกเขาควรจะเป็น
ไม่ต้องไปต่อเติมยีน หรือยัดเยียดกรรมวิธีที่ทำให้ชีวิตของพวกเขาผิดแปลกไปอย่างที่ควรจะเป็น
และเมื่อถึงเวลาที่ควรจะฆ่าจริง-จริงก็ควรจะเป็นไปโโยวิธีการที่มีเมตตาธรรม
กรรมวิธีที่ไม่โหดร้าย แต่ทำให้พวกเขาได้จากไปอย่างสงบ
จากไปโดยไร้ความเจ็บปวด ไม่กินทิ้งกินขว้าง ฆ่าแต่เพื่อบริโภคเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
และทุกครั้งที่เรากิน เราจงตระหนักและนึกถึงคุณค่าของชีวิตที่พวกเขาสละเพื่อเรา
ทุกชีวิตย่อมรักชีวิตของตนเอง
แม้แต่ตัวเราที่ยังบริโภคเพื่อโอบอุ้มให้ชีวิตได้อยู่รอด
อยากให้เราได้เข้าใจถึงความรู้สึกของผู้ที่ถูกกระทำบ้าง
เอาใจเขามาใส่ใจเรา ว่าถ้าเป็นเราจะรู้สึกอย่างไร
วันนี้หลังจากที่เราได้เห็นใจเพื่อนมนุษย์แล้ว ขอจงให้ทุกท่านจงเห็นใจเพื่อนร่วมโลกอีกหลายล้านชีวิตของเราบ้าง
ชีวิต และเลือดเนื้อของพวกเขาทำให้เรายังมีชีวิตและลมหายใจอยู่ได้
ขอให้เราจงนึกถึงพระคุณของพวกเขาบ้าง
หากเรายังเมินเฉยต่อชีวิตทั้งหลายเหล่านี้
แล้วเรายังจะมีหน้าเรียกพวกเขาว่า-เพื่อนร่วมโลกได้อย่างเต็มปากเต็มคำได้อย่างไร
posted @ 10:53:14 น. | 7 Comments



comment: 889 :
ไดสีเทา ดูแล้ว ขมุกขมัว จิงเล๊ยย เก๋เคิ๊บบ ^^