ในที่สุด--
post date :
06/09/2004 13:18:25
ไดเราเป็นไดรายเดือนแล้วล่ะ (มั้ง) ถ้าขยันก้อจะอัพ แต่รู้สึกว่าหลัง..หลัง ขนตามตัวจะเยอะล่ะ มัวแต่ไปซึ้งอยู่ในบอร์ดฟิก เลยขี้เกียจอัพเลย เอาเป็นว่าหน้านี้เราอัพรายเดือนแล้วกัน รอขนหายก่อน (มันจะหายเหรอ) แล้วเราจะเป็นคนเดิม
ซึบาสะนัมเบอร์ทู
วันนั้น..วันไหนก้อไม่รู้อ่ะ แต่เมื่อเดือนที่แล้วเนี่ยแหละ ไปเดินข้าวสารกับอีแนน เนื่องจากเราว้อนท์มาก ไปทำไมก้อไม่รู้ รู้แต่เราชอบถนนข้าวสาร..ไร้ซึ่งเหตุผล เดินดูของกับอีแนน ซักพักอีแนน-- เฮ้ย เอ็มเสื้อกล้ามร้านเหล้า
อีเอ็มก้อเอาเลย สัญชาตญาณไปไวมาก หันหน้าตรงตรงเลย กลัวเค้าไม่รู้มั้ง ว่ากรุหามึงอยู่ มองเท่าไหร่เราก้อไม่เห็นว่ะ แต่เพื่อนมันเห็นเรา เสื้อกล้ามอ่ะ สรุปอีฝรั่งบ้ามันบังเราอยู่
เราก้อลงทุนเดินย้อนนะ พอเดินย้อนกลับไปดูเท่านั้นแหละ กรุเป็นลมดีกว่า--
คนเชี่ยไรวะ เฮ้ย!!!น่ารัก น่ารักมากมาก ที่สำคัญ ใส่เสื้อกล้ามสีขาวขลิบเขียวอ่ะ มันเหมือนกับซัมตัวที่ใส่วันแรกกับวันสุดท้ายว่ะ ผมอ่ะผม ทรงเดียวกับซึบาสะเลย เราเลยเรียกเค้าว่า--ซึบะนัมเบอร์ทู
โทรค่ะ โทรศัพท์หาอีอี๊ฟกับอีส้ม มาด่วนเลย เพื่อนทุกคนก้อโคดจะดี ไม่มีค้านซักคำ ทุกคนตรงรี่มาข้าวสารไม่มีการบิดพลิ้วเลยว่ะ เราอยากเห็นหน้ามันชัดชัดอ่ะ แต่ไม่กล้าเดินไปหน้าร้านเหล้า
เพราะเพื่อนแม่งจะแดกกูแล้ว พอมองปุ๊บสัญชาตญาณอีบ้านี่ไวมาก มองกูกลับเลย อะไรวะ แค่มองเฉยเฉยเองนะ ไม่จับไปขายหรอก อีแนนไปเซอร์เวย์เส้นทาง แล้วมันก้อบอกเราบอกว่าให้เข้าไปเซเว่น (เซเว่นอยู่ตรงข้ามกับร้านที่ซึบาสะนั่งกินอยู่อ่ะ) นึกแล้วอนาถตัวเองว่ะ เรากับอีแนนไปแอบดูมันตรงระหว่างช่องน้ำอัดลมกับช่องกะหรี่ปั๊บอ่ะ โคตรจะน่าอนาถ เซเว่นข้าวสารก้อเล็กเล็ก ช่องที่เราไปแอบดูก้อเล็ก ได้ข่าวว่าตัวใหญ่ยังจะมุดเข้าไปดูอีก แต่ชัดว่ะ ดูแล้วไม่ไหวแม่งน่ารัก เดินออกมาเฝ้าต่อ ได้ข่าวมันไม่ใช่ดารา แต่เราทำตัวเหมือนใช่ หลบ.. แอบ.. สารพัด จนมันลุก เดินออกมาก้อเดินตามอีก มันไปซื้อหมี่ผัด กรุก้อรอมันซื้อ รอมันกินเสร็จ แอบจนพี่ที่ขายของเค้ารู้แล้วล่ะ ว่าเราสองคนทำอะไรกันอยู่ แล้วอีแนนเดิน (รึเปล่า) เดินไปแล้วมันก้อวิ่งมา เราก้อตกใจดิ มันบอกซึบะลุกแล้วแล้วมันก้อดึงกรุแอบ เดินออกมาอีกที --กรี๊ดดดดดด ซึบะหายไป หายไปไหนวะ หายไปไวมาก เดินไล่ตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอย แงหาไม่เจออ่ะ อีอี๊ฟกับอีส้มมา เดินหากันใหญ่ มีแบ่งเป็นฝั่งละสองด้วยนะเว้ย เดินแยกกันหา ไม่เจอว่ะ แต่แล้วอีแนนบอกน้ำเสียงตื่นเต้นมาก
--เฮ้ย สะพายเป้ สะพายเป้
อีสองตัวที่มาทีหลังเดินนำไปแล้วค่ะ เรายังนิ่งอยู่เนื่องจากขำอีแนนอ่ะ อีแนนประหนึ่งนางสาวไทยที่ประกวดแล้วได้รางวัลอ่ะ ถือผ้าเช็ดหน้าปิดปาก ประมาณว่าดีใจมากมาก เดินตรงรี่ไปหน้าร้านขายเทป เราเห็นแล้วล่ะ ว่าพี่ที่ร้านขายเทปมองอยู่ ปากจะพูดแต่พูดไม่ออกอ่ะ เพราะขำอยู่เลยเดินหนีมันไปเลย
แล้วอีแนนก้อเดินมาหาแล้วมันก้อบอกว่าพี่ที่ร้านขายเทปถามว่ามันเป็นอะไรมากรึเปล่า อีแนนบอกเปล่าค่ะพี่ แล้วมันก้อเดินออกมา แต่เราว่าอีแนนเป็นว่ะ ไม่ไหวอ่ะ ไอ้ที่ปิดปากอ่ะ เลิกด่วนนะ แล้วเรากับอีแนนรอดูปฏิกิริยาอีส้มกับอีอี๊ฟ แล้วผลตอบรับที่ได้กลับมาดีเกินคาดค่ะ หน้าอีสองคนนี่แบบไม่ไหวแล้วจริงจริง ถามความรู้สึกมัน มันสองตัวแบบหล่ออ่ะ น่ารัก ยิ่งหน้าอี๊ฟนะ บรรยายไม่ถูกเลยง่ะ เดินตามเว้ย จะไปถามชื่อแต่ไม่กล้าง่ะ เพื่อนมันน่ากลัว หลังหลังนี่ซึบาสะเริ่มฉลาดค่ะ มันเริ่มมอง แล้วมันก้อไปซื้อกำไล ตอนที่มือมันจับกำไล แล้วเงยหน้าขึ้นมานะ แม่จ๋าช่วยหนูด้วยอ่ะ ไม่ไหวแล้ว เป็นผู้หญิงบ้าสี่คนที่ถนนข้าวสารอ่ะ แล้วมันกับเพื่อนก้อเดินเข้าร้านอะไรก้อไม่รู้ เรารู้แต่ว่ามันแดกเก่งมากอ่ะ ตอนที่อีอี๊ฟกับอีส้มเดินผ่านข้างร้าน มีเหลือบด้วย เหลือบแล้วก้อยิ้มยิ้ม ฟังจากคำบรรยายแล้วเรารู้เลยว่าน่ารัก เฝ้าต่อค่ะ แล้วก้อตัดสินใจจะกลับ เพราะดูท่าแล้วมันจะแดกอีกนาน คุยกันไปไม่มีใครดูต้นทางเลย แม่งเดินผ่านหน้า เราเห็นเต็มเต็มตาเลยอ่ะ ว่ามันมองมองแบบไม่ใช่มองคนเดินผ่านไปธรรมดาอ่ะ คือซึบะเดินเข้ามาใกล้แล้วก้อยังไม่เลิกมอง มีเหลือบกลับด้วยนะ เราไม่ได้ตาฝาดนะ ถึงมันจะมืดแล้วก้อเหอะ โฮ ถอนตัวไม่ขึ้นค่ะ ตั้งแต่ตามมันมาเนี่ย ระยะเนี้ยชัดสุดสำหรับเราแล้วล่ะ กรุเผลอสบตากับมันแล้ว ถอนตัวไม่ขึ้นอย่างแรง เค้าก้อเดินไปเรื่อยเรื่อย สี่ชีวิตก้อเดินตามไปเรื่อยเรื่อยเหมือนกัน แล้วเค้าก้อเดินเข้าเซเว่น ไม่กล้าเข้ากันอีก รออยู่หน้าร้านอ่ะแหละ แล้วซึบะก้อเดินออกมา ออกมาคนเดียวด้วยเว้ย แล้วยืนรอเพื่อน มันเห็นพวกเราแล้วแหล่ะ ท่ายืนให้ท่ามาก
ประมาณว่าเดินเข้ามาสิ เดินเข้ามาสิ --
แล้วใครวะจะเดินเข้าไปเราจำไม่ได้ แต่ไม่ใช่เราแน่นอน แล้วอีตัวมารก้อออกมา เพื่อนซึบาสะอ่ะ ออกมาทำไมวะ แล้วมันก้อเดินเข้าโรงแรมไปเลย คลาสสิคอินน์ใช่มั้ย อย่าคิดว่าพวกกูจะละความพยายามนะ--
ซึบาสะนัมเบอร์ทู ภาคต่อ
วันที่สอง ไปใหม่ ไปอีตรอกทางเดินตรงตรงเนี่ยแหละ คราวนี้มีอีแอ้มาเพิ่มอีกคน เดินไปไม่เห็นเจอเลยอ่ะ แล้วอีแอ้ก้อโพล่งขึ้นมาว่ะ ว่าใช่คนนั้นรึเปล่า กำลังซื้อหมี่ผัดอยู่ (หมี่ผัดอีกแล้ว)
ทุกคนตกใจอ่ะ ใช่ใช่ วันนี้มันใส่ขลิบน้ำเงินว่ะ น่ารักอีกแล้ว ต่อไปนี้เราจะไปข้าวสารทุกอาทิตย์ มีแต่ญี่ปุ่นหน้าตาดีว่ะ แต่ไม่ตามมันแล้วนะ เพราะคิดว่ายังไงกรุเจอมึงอีกแน่นอน แล้วเป็นไง อีห่า ไม่เจอ อารมณ์เสียอ่ะ แล้วทีนี้หน้าโรงแรมที่ซึบาสะนอนเนี่ย มันมีร้านเหล้าอยู่ ลงทุนมากจะนั่งร้านนี้ แต่พี่เค้าบอกว่าให้หาเสื้อคลุมมาใส่ เลยกลับบ้านไปเปลี่ยนชุด ลงทุนมาก มานั่งหน้าอีคลาสสิค อินน์น่ะแหละ ซื้อหมี่ผัดมากิน (เพิ่งรู้ว่าทำไมซึบะชอบกิน อร่อยว่ะ เดินมาตั้งนานแล้ว ไม่เคยซื้อหมี่ผัดกินเลย ขอบคุณซึบะที่ทำให้เรารู้จักหมี่ผัด) เรากับอี๊ฟเดินไปซื้ออีกรอบสอง เดินกลับมาอีส้มเอาบุหรี่มาจุดเป็นธูปแล้ว มันบอกว่าไหว้ให้เรากับอี๊ฟกลับมาเร็วเร็ว มันบอกว่าซึบะมองอยู่ข้างบน แล้วมันก้อเล่าเล่า ใส่มาซะกรุไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปมองเลย สรุปมันจำได้ใช่มะ เออดี จำไปจนวันตายเลยนะ แล้ววันหลังอย่ามาเมืองไทยอีก ไม่เป็นอันเรียนแล้วเนี่ย ผลพลอยได้ที่ได้จากซึบะวันนี้คือ พี่ร้านเหล้าจำเราได้
ตอนพวกเราลุกไปพี่บอกว่าน้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไวมาก --ขอบคุณมากค่ะพี่วันหลังไม่ต้องบอกนะว่าจำได้ ปล่อยให้มันผ่านไปเลยก้อได้ บอกอย่างงี้อายว่ะ (อายเป็นด้วยเหรอ)
หลังจากวันนั้น ไปทีไรพี่ที่ร้านเหล้าก้อจะยิ้มแล้วก้อจะขำทุกที ขนาดไม่ได้กินนะ แล้ววันนี้นพวกเราก้อกลับบ้านกันเกือบตีสอง เพิ่อไรวะ เพื่อสายตาซึบะใช่ป่ะ วันรุ่งขึ้นไม่ได้ไปเรียนอีก แต่ไปสยามแทน
เดินสยามอยู่ รู้สึกเมื่อยขามากมาก เพราะสองวันที่ผ่านมาเนี่ย เจ้าแม่ข้าวสารนะคะ เดินกันเกือบห้าสิบรอบได้มั้ง
จบแล้วซึบะ สองวันที่ตามเนี่ย เหนื่อยกว่าตามจูเนียร์อีกนะ
แต่ตามจูเนียร์เราได้เยอะกว่าตามซึบะอีกว่ะ อีกอย่าง ตามซึบะตามยากกว่าตามจูเนียร์
อีบ้าไม่หล่อ แต่โจ๊กอร่อย
ไปข้าวสาร เราไปอีกแล้วไปกับก๊กเดิมอ่ะแหละ เพิ่มปูกับเตยไปด้วย ไปกินโจ๊ก ซักพักมีญี่ปุ่นเดินมานั่งสองคน คนนึงน่ารักว่ะ แต่อีกคนเราโนคอมเมนต์ คนที่น่ารักอ่ะ ตาเหมือนเคจังเลย มันนั่งโต๊ะตรงข้ามกับเรา แต่จากมุมมองของเราแล้วเนี่ย เห็นอีไม่หล่อชัดอ่ะ ซักพักอีไม่หล่อนั่งกินข้าวแบบหันตัวออกอ่ะ คือปกติต้องกินข้าวหันหน้าเข้าโต๊ะ แต่อีนี่ไม่เอียงตัวออกมาแล้วนั่งแดกข้าว มันกินถนัดเหรอวะ ไม่เข้าใจมันเหมือนกัน แล้วพอมันกินเสร็จก้อลุกออกไป เลยถึงคราวนินทาค่ะ ปูนั่งข้างเรา คือฝั่งที่เห็นโต๊ะมันชัดอ่ะ ปูบอกว่าอีไม่หล่ออ่ะมอง เออรู้แล้วล่ะว่ามอง แม่งมองเหมือนคนนั้นเลยว่ะ มองกันให้รู้ไปเลยอ่ะว่ากูมอง แล้วก้อพูดกับคนที่น่ารักน่ารัก แต่คนเนี้ยอ่ะน่ารักนะ แล้วอีที่น่ารักก้อเหล่สายตามา
ทุกคนก้อแบบจริงเหรอ อีปูนี่สังเกตเนอะ แล้วอีญี่ปุ่นสองคนนั้น ก้อคงจะนินทาพวกเราตลอดที่นั่งกินข้าวอ่ะแหละ อีไม่หล่อยังปากมากอีกนะ ถ้าหล่ออ่ะ พวกเราจะให้อภัย
พูดถึงโจ๊กที่กินดีกว่า
สีของห้าคนที่นั่งกินกันเนี่ย มันคนละสีกันเลย แนนไม่ได้กินโจ๊ก --
ของเราเป็นสีดำ เนื่องจากเป็นสีของพริกไทย
ของปูเป็นสีขาวเนื่องจากไม่ได้ใส่อะไรเลย
ของอีส้มเป็นสีแดง แต่รสน้ำปลามาก
ของอีอี๊ฟก้อเป็นสีแดง แต่อันนี้เป็นรสของพริก
ของเตยเป็นโจ๊กที่สมบูรณ์ที่สุด คือเป็นรสชาติของโจ๊กมากที่สุดแล้วล่ะ
แต่สรุปแล้วของเราอร่อยสุด+++555
คำปฏิญาณข้อที่ 1.. เราจะเดินข้าวสารอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งเป็นอย่างต่ำ
คำปฏิญาณข้อที่ 2.. ถ้าเป็นไปได้จะเดินอาทิตย์ละสองครั้ง มากกว่านั้นได้ก้อจะดี
คำปฏิญาณข้อที่ 3.. ด้านได้อายอดเว้ย
« Thai J-pop Concert
何が!_.. »
18 Comment
|