สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รับอนุญาตเป็นทางราชการให้ก่อตั้งได้เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2497 ในระยะแรกได้รับความอนุเคราะห์จากท่านเจ้าคุณญาณวโรดม และ ม.จ.ชัชชวลิต เกษมสันต์ ต่อมาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้ในพระราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2519 มีที่ทำการอยู่ที่ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นอาคารเช่ามีกำหนด 30 ปี ปัจจุบันได้ย้ายสำนักงานมาอยู่ ณ อาคารเลขที่ 1346 ถ.อาคารสงเคราะห์ 5 คลองจั่น บางกะปิ กทม. 10240 เป็นอาคารขนาด 4 ชั้น มีพื้นที่ 99 ตารางวา ภายในอาคารมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 400 ตรม. ต่อมาในปี 2547 สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ ได้จัดซื้อบ้านพร้อมที่ดิน ขนาด 2 ชั้น มีพื้นที่ 87 ตารางวา ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย
การดำเนินงานของสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ โดยคณะกรรมการ 25 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกสมาคมห้องสมุดฯ ทั่วประเทศ มีวาระคราวละ 2 ปี มีการประชุมคณะกรรมการทุกเดือน เพื่อกำหนดกิจกรรมของสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ โดยนายกสมาคมฯ หรืออุปนายก เป็นประธานการประชุมทุกครั้ง นอกจากนี้ได้จัดตั้งชมรมต่าง ๆ เพื่อ สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างห้องสมุด และจัดให้มีการเยี่ยมชมห้องสมุดต่าง ๆ โดยหมุนเวียนสถานที่พบปะกัน หาลู่ทางในการยืมระหว่างห้องสมุด หาลู่ทางในการจัดกิจกรรมพิเศษ ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและช่วยกันแก้ปัญหา ประกอบด้วยชมรมต่างๆ
พันธกิจของสมาคม
สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ ได้ทำหน้าที่เพื่อส่งเสริมความสามัคคีและเพื่อสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในระหว่างสมาชิก ส่งเสริมการศึกษาและเผยแพร่วิทยาการ ส่งเสริมสถาบันห้องสมุดทั่วประเทศเพื่อให้เจริญวัฒนาถาวรยิ่งขึ้น การแลกเปลี่ยนความรู้ กับสมาคมห้องสมุดอื่น ๆ ทั้งในและนอกประเทศ รักษาผลประโยชน์ของบรรณารักษ์และส่งเสริมฐานะของบรรณารักษ์เป็นที่มั่นคงเป็นแหล่งกลาง สำหรับรับการสนับสนุนจากบุคคลหรือองค์การใดๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ส่วนใหญ่ของสมาคมฯ ให้ความคิดเห็นในการจัดห้องสมุดแก่บุคคลหรือนิติบุคคล หรือองค์การใด ๆ ซึ่งประสงค์จะดำเนินการจัดตั้งห้องสมุด รวมทั้งรายได้จากการจำหน่ายวัสดุ ครุภัณฑ์ห้องสมุด
โครงการสำคัญ ๆ ที่สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ ได้ดำเนินการ
1. โครงการสำรวจความสนใจในการอ่านของไทยมุสลิมใน 4 จังหวัดภาคใต้
ที่มาของโครงการเกิดขึ้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จเยี่ยมพสกนิกรภาคใต้ โดยเฉพาะ 4 จังหวัด คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสตูล ปรากฎว่าราษฎรส่วนใหญ่ไม่เข้าใจภาษาไทย และไม่สามารถทำการติดต่อได้เท่าที่ควร และในวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2502 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานพระราชดำรัส ณ คุรุสัมมนาคาร จังหวัดยะลา มีใจความว่า "การศึกษาที่มีสำคัญมาก ให้พยายามจัดให้ดี ให้พลเมมืองสามารถพูดภาษาไทยได้ แม้จะพูดได้ไม่มากนัก เพียงแต่พอรู้เรื่องก็ยังดี เพราะเท่าที่ผ่านมาคราวนี้มีผู้ไม่รู้ภาษาไทย ต้องใช้ล่ามแปล ควรพูดให้เข้าใจกันได้ เพื่อสะดวกในการติดต่อซึ่งกันและกัน" สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ รับสนองพระราชดำริ จึงได้ทำโครงการเพื่อส่งเสริมการศึกษาภาษาไทย เมื่อปีพ.ศ. 2504 โดยมูลนิธิเอเชีย ผู้สนับสนุนด้านการเงิน
2. โครงการปรับปรงุห้องสมุดโรงเรียน เป็นโครงการ่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ
เพื่อปรับปรุงห้องสมุดโรงเรียนมัธยมในส่วนกลางให้ได้มาตรฐาน โรงเรียนที่จะปรับปรุงคือ โรงเรียนที่มีห้องสมุดอยู่แล้ว มีบรรณารักษ์ที่มีวุฒิขั้นปริญญา และทำหน้าที่บรรณารักษ์อย่างเดียว ทางโรงเรียนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือทางด้านการเงินเป็นบางส่วน โดยมีเงินอุดหนุนตามแนวที่จะดำเนินการปรับปรุง
3. โครงการอบรมนักเรียนช่วยงานห้องสมุด
เนื่องจากห้องสมุดโรงเรียนโดยทั่วไปจะมีบรรณารักษ์ทำงานเพียงคนเดียว ทำให้การทำงาน ไม่ได้ผลเท่าที่ควร ดังนั้นสมาคมฯ จึงจัดโครงการอบรมนักเรียนช่วยงานห้องสมุด เพ่อให้นักเรียนได้รับความรู้เพิ่มขึ้นในเรื่องการใช้หนังสือและวัสดุต่าง ๆ และให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับบรรณารักษ์ เพื่อให้บริการแก่ครู อาจารย์ และเพื่อนนักเรียนด้วยกัน และที่สำคัญก็เพื่อให้นักเรียนได้สำรวจความสนใจของตนเองเพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับศึกษาวิชาชีพต่อไปในอนาคต
4. โครงการจัดนิทรรศการหนังสือสำหรับเด็กและผู้เยาว์
โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อชักจูง สนับสนุนเด็กให้รู้จักหนังสือ สนใจหนังสือและใช้ให้เป็น ประโยชน์ ส่งเสริมให้รักการอ่าน และเพื่อเป็นการช่วยครูและผู้ปกครองได้รู้จักหนังสือ สมาคมฯ จึงได้จัดทำรายชื่อหนังสือพร้อมบรรณนิทัศน์ บทคัดย่อ เผยแพร่ให้ครู นักเรียน และผู้สนใจ โดยจะหมุนเวียนไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากองค์การยูเนสโกและมูลนิธิเอเชีย
5. โครงการจัดงานสัปดาห์ห้องสมุด
โครงการนี้จัดเป็นครั้งแรกเมื่อพ.ศ. 2519 โดยขอให้ทุกห้องสมุดจัดงานขึ้นพร้อมกันเป็นประ จำทุกปี เพื่อแนะนำให้ผู้ใช้และคนทั่วไป รู้จักห้องสมุด ตลอดจนวิธีใช้ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาตนเองและบ้านเมือง วัตถุประสงค์ของโครงการฯ เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนสนใจการอ่านหนังสือและการใช้ห้องสมุด และเพื่อให้โอกาสนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ และประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมในกิจการของสมาคมฯ ประการสุดท้ายก็เพื่อให้ผู้บริหารและผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานห้องสมุดพิจารณาปรับปรุงห้องสมุดให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพตามาตรฐานสากล โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์อุปถัมภ์ได้ทรงพระเมตตาประทาน "คำขวัญห้องสมุด" ให้กับสมาคมฯดังนี้
โลกคือมนทิรแผ้ว ไพศาล
ห้องหับสรรพโอฬาร เลิศแล้
หนังสือดุจประแจทวาร ไขสู่ ห้องนา
จักพบรัตนแท้ ก่องแก้ววิทยา
6. โครงการจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
เป็นโครงการฯ ที่จัดเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองปีหนังสือสากล เมื่อพ.ศ. 2515 องค์ การยูเนสโก ให้ความช่วยเหลือและเพื่อให้สมจริงกับการเป็นสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ สมาคมฯ จึงมีนโยบายให้ห้องสมุดทุกจังหวัด จัดงานขึ้นพร้อมกันโดยมอบเงินให้ทุกจังหวัดจำนวนหนึ่ง ในขณะเดียวกันทางจังหวัดก็ให้เงินสมทบด้วย ทำให้งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ พ.ศ. 2518 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และเพื่อให้โครงการนี้เป็นโครงการต่อเนื่อง สมาคมฯ จึงเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการ รับโครงการนี้ไปดำเนินการ ร่วมกับ โครงการศูนย์พัฒนาหนังสือแห่งชาติ ของกระทรวงศึกษาธิการ
7. โครงการประกาศเกียรติคุณแก่ผู้มีอุปการะคุณและสนับสนุนกิจการห้องสมุด
โครงการฯ นี้เริ่มเมื่อพ.ศ.2524 เพื่อเป็นการแสดงปฏิภาระตอบแทนกรรมการของสมาคมฯ และผู้สนับสนุนกิจการห้องสมุด โดยมอบ "โล่" แสดงความระลึกถึงและขอบคุณที่ได้มีส่วนร่วมในการก่อตั้ง หรือช่วยพัฒนากิจการของสมาคมฯ โดยสมเด็จพระเทพฯ องค์อุปถัมภ์ของสมาคมฯ จะพระราชทานโล่ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี
8. โครงการคัดเลือกห้องสมุดดีเด่น
โครงการฯ นี้ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีพ.ศ. 2524 ประเภทของห้องสมุดดีเด่นที่คัดเลือก และได้ รับรางวัลแล้ว คือ ห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดประชาชน และห้องสมุดเฉพาะ สำหรับห้องสมุดดีเด่นประเภทมหาวิทยาลัย หรือสถาบันอุดมศึกษา ยังไม่ปรากฎว่ามีสถาบันใดได้รับ
9. โครงการเผยแพร่วิชาบรรณารักษศาสตร์ทางวิทยุโทรทัศน์
เป็นโครงการแนะนำหนังสือและกิจการสำคัญ ๆ เพื่อให้บรรณารักษ์และประชาชนทั่วไป ได้รู้ จักหนังสือดี ตลอดจนกิจกรรมที่น่าสนใจของสมาคมฯ
10. โครงการวิจัยบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์
โครงการฯ นี้เกิดขึ้นเพราะการวิจัยมีความสำคัญต่อวิชาชีพบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศ ศาสตร์ เพราะนอกจากจะทำให้เกิดการพัฒนาทางวิชาการแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ในการพัฒนาวิชาชีพในการวางแผนและการตัดสินใจ แผนงานของแผนกวิจัยและพัฒนาที่สำคัญ ๆ คือ จัดทำข่าวสาร จัดทำฐานข้อมูลงานวิจัยฯ จัดการประชุม บรรยาย และอภิปราย จัดทำคอลัมน์ประจำในวารสารห้องสมุด จัดตั้งหน่วยประสานงานสนับสนุนทุนวิจัย เป็นต้น โดยสมาคมฯ สนับสนุนทุนอุดหนุนเพื่อการทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของสมาคมห้องสมุดฯ วิชาชีพบรรณารักษ์และสารนิเทศศาสตร์ จำนวน 1 ทุน วงเงิน 20,000 บาท
11. การจัดตั้งชมรม ในสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย
ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พ.ศ. 2523 ได้แก้ไขข้อบังคับของสมาคมฯ โดยดำเนินการตามข้อบังคับ หมวดที่ 3 ชมรมว่าด้วยการจัดตั้งชมรมในสังกัดสมาคมฯ ซึ่งส่งเสริมให้มีการจัดตั้งชมรมแยกประเภทห้องสมุด มีชมรมด้วยกัน คือ
1. ชมรมบรรณารักษ์สถาบันอุดมศึกษา (ชบอ)
2. ชมรมผู้สอนวิชาบรรณารักษ์ศาสตร์ (ชสบ)
3. ชมรมห้องสมุดเฉพาะ (ชพ)
4. ชมรมห้องสมุดโรงเรียน (ชบร)
5. ชมรมบรรณารักษ์ห้องสมุดประชาชน (ชบช)
6. ชมรมห้องสมุดเพื่อการอาชีวศึกษาและเทคโนโลยี (ชหอท)
7. ชมรมเพื่อหอสมุดแห่งชาติ (ชหช)
กล่าวโดยสรุป ตลอดระยะเวลา 52 ปีที่ผ่านมา สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ ได้ ทำหน้าที่เกื้อกูลสังคมอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ได้มีส่วนช่วยเสริมสร้างเยาวชนให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า โดยส่งเสริมการอ่าน ผลิตหนังสือทางวิชาบรรณารักษศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความรู้ใหม่ ๆ ในวิชาชีพและทั่วไป วางรากฐานวิชาชีพบรรณารักษศาสตร์ไว้อย่างมั่นคง ด้วยการพัฒนาบุคลากรทางด้านนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผู้ปฏิบัติงานรุ่นใหม่ให้สามารถดำเนินงานด้านนี้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา:
สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
[ออนไลน์]. เข้าถึงเมื่อ 13 กันยายน 2550 .เข้าถึงได้จาก http://tla.or.th/