บันทึกความทรงจำ
|
เพิ่งกลับมาสดๆร้อนๆเม่อวานนี้เอง กลับมาได้วันเดียวก้อเวียนหัวไข้ขึ้นทันที สาเหตุสงสัยว่าเปนเพราะเม่อวานตากแอร์ตอนบ่ายนานไปหน่อยผนวกกับอาการมึนๆที่เปนมาตั้งแต่อยู่ที่เกาะแล้ว ถึงตอนนี้ได้นอน นอนและนอน ก้อเลยค่อยยังชั่วแล้วล่ะ
จากบ้านไปไกลนานเปนสัปดาห์ขนาดนี้ จะไม่มีเรื่องเล่าเลยก้อกระไรอยู่ ก้อเลยจะอยากจะพิมพ์เก็บไว้ลงในไดแห่งนี้ในรูปของ " บันทึกความทรงจำ " ละกัน ว่าแล้วไม่รอช้าเล่าเลยละกัน
วันนั้นคือตอนเย็นของวันศูกร์ที่ 5 มีนาที่แล้วนี่เอง หลังจากเตรียมกระเป๋าอะไรเส็จก้อได้ฤกษ์ออกจากบ้านโดยมีพ่อไปส่งที่ป้ายรถเมล์ ก่อนจะถึงแวะซื้อมาม่า 8 ห่อเอาไว้ไปกินบนเกาะ (ที่เคยกล่าวไว้ในไดที่แล้วมั้ง) แต่ด้วยสัมภาระที่รุงรังเต็มมือก้อเลยลืมหยิบ นั่งรถ511ไปลงสายใต้ใหม่ ถึงที่นู่นก้อประมาณสองทุ่มได้ กว่ารถจะออกก้ออีกตั้ง 1ชม.40นาทีแน่ะ ก้อไม่รู้จะทำไร จะนั่งรอที่นั่งก้อดันเต็ม จะยืนอยู่ก้อใช่เรื่องเพราะมันตั้งเกือบสองชม.น่ะ ทีนี้เลยไปนั่งสั่งข้าวมันไก่มากิน เพื่ออาศัยที่นั่งเค้ารอไปพลางๆ กินไปเรื่อยๆจนเรียกเค้าเก็บตังแล้วก้อขอเค้านั่งรอรถ เค้าก้อว่าตามบาย ก้อรอไป รอจนเราคิดว่านานไปแล้วล่ะ คงไม่หน้าด้านอยู่ ตอนนั้นปามาน3ทุ่มได้ ก้อเลยไปยืนรอแถวๆที่รถจะจอด แต่ยังไม่เหนรถที่จะไปชุมพรสักคัน สักพักรถก้อมาถึงแต่เปนคันที่1 ตามมาด้วยคันที่2 ของเราเปนคันที่3ซึ่งยังไม่มา ต้องรอไปถึง3ทุ่ม10นู่นกว่าจะมา
พอรถมาก้อเอาสัมภาระไปให้พี่พนักงานเค้าเขียนเลขตามตั๋วของเราบนกระดาษอีกแผ่นเพื่อไปคล้องไว้กับกระเป๋าเราเพื่อกันหาย หลังจากนั้นเราก้อขึ้นรถไปนั่งรอ บนรถสังเกตได้ว่าเปิดละครเรื่อง " รักเกินพิกัดแค้น " คนดูตรึม นั่งๆดูๆได้สักพักมีตาลุงคนนึงขึ้นมานั่งข้างๆเรา เราก้อคุยๆตามประสาเพื่อนร่วมทางที่ดี ได้ความว่าแกเปนคนชุมพร แล้วที่รถมีหลายคันในเวลาเดียวเพราะคนเดินทางไปชุมพรเยอะ อีกอย่างได้รู้ว่ารถVIP24ที่นั่ง นี่มันราคาสูงถึงสองเท่าของรถป.1
เดินทางหลับๆตื่นๆเรื่อยมาจนรถมาจอดที่ร้านอาหารข้างทางแห่งหนึ่ง ตอนนั้นราวๆสักเที่ยงคืนได้ ส่วนเรื่องถึงไหนแล้วนั้นคิดว่าน่าจะอยู่ในจ.เพชรบุรีไม่ก้อประจวบนี่ละ ทางบริษัททัวร์เค้าเลี้ยงแต่เราไม่กินหรอก ขอคอยอยู่บนรถดีกว่า ที่ไม่กินไม่ใช่ว่ารังเกียจอาหารถูกๆหรอกนะ แต่กลัวกินไม่ทันแล้วรถออกจะซวยยิ่งกว่าเก่า เนื่องจากเปนคนกินช้ามาก (เคี้ยวเอื้อง) และที่คิดก้อเปนจิง จากที่เค้าให้เวลา20นาที แม่ง10นาทีปุ๊ปออกปั๊ป ขืนเรากินนะโดนทิ้งไว้กลางทางแหงม
เกือบตี5ถึงชุมพร บรรยากาศคึกคักแม้จะยังค่อนข้างเช้าอยู่มาก ที่ว่าคึกคักนี่ก้อมาจากคนลงก้อรีบลงมาเอาของ ไอคนรอก้อรีบหาคนที่ตัวเองรอกันขวักไขว่ไปหมด แถมยังมีพวกมอไซค์มาร่วมแจมหาลูกค้าอีกแน่ะ นึกสภาพเองละกันว่าแออัดแค่ไหน หลังจากคว้ากระเป๋าตัวเองได้ก้อรีบเดินออกจากฝูงชนมาที่คนรอรถ แล้วก้อมองหาเพื่อนซึ่งนัดว่าจะมารับตี5 ก้อยังไม่เจอแม้เงา เลยโทร.ไปเรียกมันซะแล้วไปหามุมสงบตรงห้องซื้อตั๋วซึ่งมีที่นั่งรอและห้องน้ำด้วย ก้อเข้าห้องน้ำสักพัก ออกมามองหาเพื่อนซึ่งนัดให้มารับก้อยังไม่เจอ เลยนั่งรอพร้อมอ่านหนังสือ" Summer Sisters " ที่พึ่งซื้อมาสดๆร้อนๆเพื่อการนี้โดยเฉพาะ อ่านไม่ทันไรมันก้อมา หน้าบึ้งตึงเชียะ นั่นเพราะพ่อมันรออยู่พร้อมกับรถกระบะคู่ใจ นิสสันสุดเก่าสีม่วงที่ซีดจนไม่รู้ว่าจะเรียกว่าม่วงดีรึเปล่า ก่อนขึ้นก้อหวัดดีพ่อตามมารยาท ขับออกจากตลาดได้ไม่ไกลก้อไปจอดรถอยู่ พ่อมันไปซื้อของมาทำกินกันมื้อเช้านี้ ทิ้งให้เรากับเพื่อนอยู่กันสองคน ก้อคุยเรื่องมาม่า แล้วก้อรถที่จะไปพังงาด้วย
หลังจากพ่อมันกลับมา ก้อจัดเเจงขับกลับบ้านซึ่งไม่ไกลจากตลาดนัก สภาพซอยบ้านเพื่อนนี้เปนลักษณะทางธรรมชาตินั่นก้อคือลูกรังนั่งเอง ข้างทางเปนสวนมีอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด ดูไปมาเพลินตา ก้อถึงบ้านมันซะแระ ภาพแรกที่เหนคือประตูรั้วขนาดใหญ่พอสมควรแต่เก่ากึ๊กขึ้นสนิมสีหลุดลอกไม่ทิ้งคราบไว้เลย โดยหลังประตูกรงเหล็กนั้นมีหมาพันธุ์อัลเซเชี่ยนอยู่ตัวหนึ่งรอคอยพวกเราด้วยความดีใจ เพื่อนลงไปเปิดประตูบ้านโดยกันไม่ให้หมาออกมา หลังจากลงรถก้อเข้าบ้านกัน ไปหวัดดีแม่เพื่อนซึ่งกำลังทำงานคร่ำเคร่งเพื่อเสนอผลงานเลื่อนเปนอ.ระดับ3อยู่ เค้าถามผมว่า " ง่วงมั้ย " ผมว่า " ก้อไม่เท่าไหร่หรอกครับ เพราะนอนบนรถแล้ว " แต่พอขึ้นไปชั้นบนเก็บของแล้วเอนหลังเท่านั้นละ หลับเปนตายตื่นมาก้อแปดโมงเช้าพอดี ลงมาพ่อเค้าจัดเตรียมอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว มีต้มยำกุ้ง ปลาอะไรไม่รู้ตัวเล็กๆเสียบไม้ทอด แล้วก้อต้มส้มมั้ง มีไข่ปลาด้วย อย่างสุดท้ายก้อแกงจืดฟักสับปะรดกระดูกหมู ก้อกินแค่จานเดียวตามปกติของเราซึ่งกินน้อยอยู่แล้ว ทั้งๆที่ก้ออร่อยเหมือนกันนะ
ในวันนั้นวันที่ 6 มีนาที่แล้ว ทุกคนดูจะยุ่งอยู่กับงานของตน รวมทั้งเพื่อนที่ต้องช่วยงานพ่อแม่ด้วย ดังนั้นก้อเลยดูจะไม่มีอะไรทำซักเท่าไหร่ เหมือนอยู่บ้านคนเดียวซะมากกว่า ช่วงนี้ว่างนั้นก้อถือโอกาสอ่านหนังสือที่ซื้อมาใหม่ก้อแล้วกัน จะได้ฆ่าเวลาก่อนที่จะไปพังงาในตัว อ่านไปถึงเที่ยงละมั้งลงมากะจะหาไรกินก้อเจอเด็กคนนึงชื่อ "ไอ้เหนียว" ไอเหนียวนี้เปนเด็กที่มีรูปร่างอวบๆเกือบจะอ้วนอยู่แล้วผิวคล้ำขี้โม้ ตอนแรกมันชี้หน้าผมแล้วเรียกว่า "คางคก" เหมือนที่มันเรียกเพื่อนผม ที่มาก้อไม่มีอะไรมาก ก้อมีสิวเยอะแล้วมันเหมือนคางคกเท่านั้นเอง แต่ก้อไม่ได้คิดอะไรหรอกเพราะจะไปเอาอะไรกับเด็ก ตอนนั้นก้อพยายามพูดคุยสร้างไมตรีกับมัน แต่กลับโดนด่าว่าพูดช้าเหมือน "ผี" เลย ก้อเพราะเราไม่รู้จะพูดอะไรตะหากเลยคิดนาน พอคิดนาน กว่าจะออกมาแต่ละคำก้อนะ พูดไปคิดไปก้อเลยดูเอื่อยๆไปจนเด็กว่านะแหละ คุยกันนิดหน่อยก้อออกไปดูรอบๆบ้าน ตอนนั้นสว่างแล้วเลยเหนอะไรชัดเจนเต็มตาอยู่ สภาพรอบๆบ้านเปนสวนกว้างเชียวละ วิ่งเล่นได้สบาย มีต้นไม้หลายประเภทเลย ทั้งชมพู่มะเหมี่ยวและไม่มะเหมี่ยว ขนุน หมาก มะพร้าว และอื่นๆที่ไม่รู้จัก ดูสักแปปไอ้เหนียวก้อตามมา ก้อคุยสัพเพเหระ แต่ส่วนใหญ่ผมจะเปนคนถามคำถามแบบที่ให้เค้าตอบได้เยอะมากกว่า ก้อเหมือนคุยกะเด็กอะ ชื่ออะไร เรียนชั้นอะไร ชอบวิชาอะไร ปิดเทอมรึยัง ทำนองนี้ จนในที่สุดเราสองคนก้อสนิทกัน ผมกับเหนียวเหมือนแม่กับลูกแพนด้าที่ลูกจะตามติดแม่ไปต้อยๆ เรียกว่าถ้าเกาะขาเดินไปได้ก้อคงจะทำแล้วล่ะ
ตอนนั้นเที่ยงกว่าๆผมขึ้นไปทำไรไม่รู้แต่ไม่นาน แล้วลงมาถามว่ากินข้าวกันรึยัง แม่เค้าก้อว่า "กินเลยไม่ต้องเกรงใจ ที่นี่ใครจะกินก้อกิน ไม่มีการรอกัน" ตอนแรกก้อเก้งๆกังๆอยู่ แต่ก้อกินละวะ สมองมันบอกอย่างนั้น ในระหว่างที่ทุกคนกำลังยุ่งอยู่ ผมก้อจัดการมื้อเที่ยงชุดเดิมเปนคนแรกเรียบร้อย ผมถามไอเหนียวว่า "ไม่กินหรอ อร่อยนะ" "ไม่เอา เด๋วอ้วน" นั่นคือคำตอบของมัน แต่ผมแอบเห็นนะตอนที่ผมกินอย่างเอร็ดอร่อยนั้น มันลังเลอยู่เหมือนกัน เหอๆ
กินเส็จก้อขึ้นไปนอนพักซะหน่อย ทีนี้ไอเหนียวคงตามมาไม่ได้แล้วล่ะ อย่างน้อยมันก้อรู้ว่าไม่ควรกวนผม นอนไปกว่าจะตื่นก้อบ่าย4โมงนู่นแน่ะ ลงมาเหนทั้งเพื่อนและเหนียวหลับปุ๋ยไม่กระดิกเชียะ ก้อเลยถึงเวลาหนังสือของเราละ ออกมาอ่านข้างนอกตรงม้าหินในสวน "ช่างสงบรมรื่นดีจริงๆ" ผมคิด แต่ไม่วายมีเรื่องต้องขัดใจ อะไรน่ะหรอ ก้ออีเหนียวตื่นนะสิ ตอนนี้ผมเริ่มจะรำคาญมันแล้วนะ เพราะมันโม้จริงๆ ถึงยังไงเราเปนแขกเค้าเราก้อควรทำดีกับเค้า อีกอย่างเค้าเปนเด็ก คนที่โตกว่าควรรับฟังเด็กและให้โอกาสเค้า ไม่ควรทำรุนแรงเหมือนอย่างที่ใจอยากจะทำตอนนี้ ก้อเลยปิดหนังสือฟังมันพล่ามต่อไป
ฟังมันพล่ามไป เล่นกะหมาสองตัวไป เวลาก้อเลยล่วงเลยไป ในตอนนี้เลย 5 โมงมาแล้ว คุณพ่อเริ่มเอาสายยางมาต่อเพื่อจะเติมน้ำในบ่อปลา เออ! ผมก้อเพิ่งรู้นะว่าเลี้ยงปลาคาร์ฟไว้ด้วย ผมพยายามจะช่วยพ่อต่อสายยางแต่ด้วยแรงอันน้อยนิดเลยไม่สามารถขอรับ คุณพ่อเลยต้องมาต่อเอง ดูเหมือนท่านจะส่งเสริมความคิดที่ว่าเดะในเมืองทำไรไม่เปนเข้าไปใหญ่ ระหว่างรดน้ำก้อคุยกะเหนียวต่อไป เพื่อนยังไม่ตื่นตามประสาของมัน ไอเหนียวบอกว่าถ้าเพื่อนผมไม่ตื่นก่อน 5 โมง พ่อจะไม่พาไปหาดทรายรี ซึ่งนี่ก้อเลยมาแล้วและไม่น่าจะได้ไป เวลาล่วงเลยไปถึง 6 โมงเย็น ไอเหนียวไปปลุกพี่มัน(เพื่อนผม) แม่เลิกงานของตัวเองปิดประตูเตียมออกไปกินข้าวนอกบ้าน แต่ก่อนอื่นเราได้ไปไหว้กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ซึ่งเค้าว่าว่าศักดิ์สิทธิ์มาก เพื่อนผมเคยบนตอนจับสลากเข้ารร.ที่ผมและเค้าอยู่กันตอนนี้ด้วยการยิงปืนขึ้นฟ้า เพื่อนผมว่า "ท่านจะชอบมากถ้าบนด้วยการยิงปืน" คือบนด้วยการยิงปืนจะได้ผลสุดนั่นละ ก่อนจะไปสักการะผมเห็นป้ายรับจุดประทัด 1000ลูก 250 ประมาณนั้น ก้อคิดว่าเออตูจะบนกะเค้าดีมั้ยนะ ในใจนั้นคิดว่ามีไรต้องให้บนมั่ง ก้อมีอยู่3เรื่อง คือ
1.ขอเรื่องเข้าคณะที่เข้ากะตัวเองมากที่สุดได้และได้ทำงานดีๆ (ซึ่งยังไม่รู้ว่าเปนคณะอะไร)
2.ขอเรื่องเนื้อคู่เพราะเคยดูดวงทางเวบเค้าว่ามีเกณฑ์ช้ำเรื่องคู่ครอง
3.ขอเรื่องอาการป่วยส่วนตัว
สุดท้ายชั่งใจได้ว่าเปนเรื่องที่สองละกัน เพราะหากเราได้ข้อที่1 งานโดดเด่นแต่ไม่มีคนอยู่ด้วย ไม่มีคนคอยประคับประคองกันไป ชีวิตคงเหงาและว้าเหว่น่าดู แล้วมันจะมีค่าอะไรล่ะ แต่ในทางกลับกันหากแม้มีงานที่ไม่ได้โดดเด่นหรือเข้ากับตัวเองนัก ถึงยังไงก้อคิดว่าตนมีความสามารถพอที่จะไม่ลำบากได้ แล้วมีข้อสองก้อคงจะดีสุดๆไปเลยล่ะ ส่วนข้อสามนั้นถ้าเราพยายามคิดว่าคงทำได้โดยไม่ต้องพึ่งท่านล่ะนะ ก้อเลยบนไว้แบบนั้นด้วยประทัด1000ลูกละกัน บอกว่าถ้าได้แต่งงานแล้วรู้แน่ชัดว่าเปนจิงจะกลับมาแก้บน
คุณแม่เค้าไปเสี่ยงเซียมซีได้ข้อหนึ่งว่า จะได้ลาภจากคนไกล เลยลากเราไปซื้อหวยที่เค้าขายในศาล แต่ผมแก้ตัวเผื่อไม่ถูกปามานว่า ถ้าไม่ถูกอย่ามาว่าละกัน หลังจากจบจากการกราบไหว้กรมหลวงฯไป พวกเราก้อไปกินอาหารทะเลกันอย่างเอร็ดอร่อย โดยร้านนี้เปนร้านของลูกศิษย์พ่อแม่เพื่อนนี่เอง เลยได้เยอะและราคาถูกหน่อย ระหว่างกินพ่อยังคงพูดแย็บปามานว่าอย่าไปเลย ทะเลมันก้อเหมือนกันนั่นละ อันนี้ไม่รู้จุดประสงค์นะ ไม่เปนห่วงก้ออยากให้ช่วยงานนั่นละ
สุดท้ายของวันนี้กลับมานอนและรอเวลาที่จะตื่นไปขึ้นรถที่บขส.ชุมพรเมืองใหม่ประมาณ 5ทุ่มครึ่งต่อไป |
| |
เขียนเมื่อวันที่ 13/03/2004 20:31:32 น. « ออซ-พิซีส
บันทึกความทรงจำ 2 »
5 Comment
|
|
|
July 2004
|
| Sun |
Mon |
Tue |
Wed |
Thu |
Fri |
Sat |
| |
|
|
|
1 |
2 |
3 |
| 4 |
5 |
6 |
7 |
8 |
9 |
10 |
| 11 |
12 |
13 |
14 |
15 |
16 |
17 |
| 18 |
19 |
20 |
21 |
22 |
23 |
24 |
| 25 |
26 |
27 |
28 |
29 |
30 |
31 |
| |
|
|
|
|
|
|
|
|