วันสบาย
|
นานแสนนานที่ไม่ได้อัพ นั่นเป็นเพราะสอบ ความจริงน่าจะเป็นเม่อวานที่ได้อัพเพราะสอบเส็จ แต่เม่อสอบเส็จ ใครล่ะจะรีบตรงดิ่งกลับบ้าน ก้อเถลไถลต่อด้วยการไปเล่นเกมวินนิ่งกับเพื่อน 2 ชม.กว่า เล่นเอาปวดตากันไปตามๆกัน กลับมาบ้านยังไม่วายติดเกมสามก๊กที่เล่นค้างเอาไว้ ก้อเลยไม่ได้อัพซะที
ก้อเช้าวันรุ่งขึ้นนี่ละ เป็นฤกษ์ดี อากาศปลอดโปร่งและไร้ซึ่งความกังวลใดๆ อีกทั้งยังเป็นวันปิดเทอมวันแรก (หรือใครจะเถียงว่าไม่ดี!?)
ตอนนี้ค่อนข้างสับสนตัวเองอยู่พอสมควร แต่ก้อไม่ได้ซีเรียสมากนักหรอกนะ เรื่องที่สับสนนั้นก้อเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นสุภาพบุรุษโดยเฉพาะบนรถเมล์หรือรถโดยสารประจำทางต่างๆ(อาจรวมถึงรถไฟฟ้าด้วย) สมัยก่อนผู้ชายจะเสียสละที่นั่งให้ผู้หญิง เด็กและคนชราทุกเมื่อที่มีโอกาส แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไป สังคมก้อเปลี่ยน ทีนี้ไม่เสียสละอะไรอีกแล้ว (เห็นได้ชัดเจนในกทม.) ถึงกระนั้นก้อยังมีส่วนน้อยที่อาจจะเสียสละให้คนชรา หรือเด็ก ส่วนผู้หญิงจะเป็นกรณีที่ยืนอยู่แล้วมีที่ว่าง ส่วนตัวเองก้ำกึ่งระหว่างสองพวกนี้ บางครั้งทำบางครั้งก้อไม่กล้าไม่รู้เพราะอะไร สาเหตุที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ คนอื่นเค้าไม่ทำกัน เพราะคนเรานั้นประเพณีการยึดถือปฏิบัติหรือค่านิยมเป็นสิ่งที่สำคัญที่คนส่วนมากจะทำตามๆกัน หากทำผิดแผกแปลกแยกแล้วจะถูกเพ่งเล็ง ซึ่งผมก้อไม่รู้เหมือนกันนะว่าคิดไปเองรึเปล่า สิ่งที่คิดว่าทำแล้วน่าจะเกิดแรงกระตุ้นให้ทำได้ไม่ลังเลคือ พยายามนึกภาพผู้ชายที่นั่งอยู่อย่างหน้าตาเฉยแล้วมีผู้หญิงยืนค้ำหัวอยู่ แล้วต้องรู้สึกให้ได้ว่า มันช่างเห็นแก่ตัวซะนี่กระไร ตอนเรียนวรรณคดีมรดก อ.ถามว่า "เคยรึเปล่าที่ว่า เวลาเราจะทำความดีนั้น ก่อนทำเราจะรู้สึกลังเลและอึกอัก แต่พอทำไปแล้ว จะรู้สึกโล่งใจอย่างมาก" "เหมือนตอนที่เราให้ของรักของหวงแก่เพื่อนรัก เพียงแค่เค้าเอ่ยปากบอกว่าชอบมากเท่านั้น เคยมั้ยและรู้สึกอย่างไร" คำตอบในใจคือ "เคย" แต่สำหรับในตอนนี้มันนานจนลืมไปแล้วล่ะ..
หลังๆมาไม่ค่อยได้ดูละครเท่าไหร่ เพราะออกจะเบื่อๆไป แล้วมันก้อซ้ำซากสุดๆ แต่มาติดใจเอาละครเรื่องนึงทางช่องสาม เป็นละครที่เอามาจากนิยายซึ่งผู้เขียนได้เขียนโดยเล่าเรื่องผ่านไดอารี่ของคนสองคน ส่วนตัวคิดว่าแปลกดีจึงติดตาม ประกอบกับชื่อเรื่องที่น่าสนใจ บางครั้งดูๆไปก้อมีน้ำเน่าบ้าง แต่มีสิ่งอื่นที่กลบความรู้สึกนั้นลงไปได้ ทำให้อยากจะติดตามไปเรื่อยๆจนถึงตอนอวสาน ความรู้สึกหรืออารมณ์ที่ได้จากเรื่องนี้แตกต่างจากละครทั่วๆไป ความจริงละครทุกเรื่องเราก้อรู้อยู่แล้วละ ใช่มะว่าพระเอกนางเอกต้องhappy ending แต่เค้าจะไม่บอกก่อนหรอก ให้เราได้ลุ้นอยู่บ้าง ยิ่งอีตอนที่นางเอกถูกนางร้ายรังแกหรือไปยั่วยวนพระเอก คงกระตุ้นความรู้สึกเราให้ลุ้นไปว่า "ไม่นะ อย่านะ!" ส่วนเรื่องนี้แตกต่างออกไปคือนางเอกและพระเอกต่างมาเล่าเรื่องราวของตน เพราะนั้นเรารู้อยู่แล้วว่าทั้งสองลงเอยกันด้วยดี เพราะนั้นตัวความรู้สึกนั้นออกไปได้เลย เมื่ออารมณ์ลุ้นหายไป เราจะดูหนังเรื่องนี้ได้อย่างที่ว่ารู้สึกสบาย เรื่อยๆ แต่ได้มองภาพชีวิตที่ดำเนินไปของคนสองคน กว่าจะมาเป็นอย่างที่กำลังเขียนเล่าเรื่องราวอยู่ นอกจากนั้นได้รู้ว่าอีตอนที่กระทำอยู่ในตอนนั้น จริงๆแล้วคิดอะไรอยู่
สิ่งที่ได้จากเรื่องนี้ไปเต็มๆเลย คือ คู่แท้มักไม่ใช่คนพูดเก่ง พูดมาก และไม่จริงใจ ทำไมน่ะหรอ เพราะคนเราถ้าพูดเก่งจะเรียกร้องเก่ง จะทะเลาะเก่ง มีอะไรก้อจะพูดไปทันที และได้อะไรมาง่ายด้วยปาก เมื่อมาง่ายย่อมไม่เห็นความสำคัญ ตรงข้ามกัน คนพูดไม่เก่งมักเน้นที่การกระทำ เพราะตัวเองจะไปพูดแข่งกับใครได้ และเมื่อพูดโน้มน้าวไม่เก่ง จีบสาวก้อไม่เก่ง โอกาสก้อน้อยลงไป จึงเห็นความสำคัญขึ้นมาและพร้อมจะรักษาไว้ให้ดีที่สุด ส่วนอันที่สองพูดมาก คนพูดมากก้อมากเรื่อง มีอะไรก้อพูดๆๆไม่รู้จักเก็บเอาไว้มั่ง แล้วยิ่งพูดมากก้อยิ่งชวนให้ทะเลาะง่ายขึ้น เป็นต้นเหตุของปมปัญหา ส่วนในทางตรงกันข้าม คนพูดน้อย บางครั้งสิ่งที่อยากจะพูด ก้อไม่ได้พูด ซึ่งอาจเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหา จะพยายามข่มใจไว้แทน สิ่งเหล่านี้เป็นบ่อเกิดของความอดทน และความอดทนนี้เองที่ทำให้เกิดรักที่ยั่งยืนขึ้นได้ สุดท้ายความจริงใจ ก้อน่าจะรู้ข้อนี้กันดี แต่บางคนอาจเห็นว่าพูดเก่งมันก้อไม่ได้เสียหายอะไรนี่ มันก้อเป็นไปได้นะ ถ้าสองสิ่งที่เหลือไม่มีเลย
อีกอย่างคนสองคนที่มีรักแท้ให้กันและกัน มักเป็นคนธรรมดาไม่มีหน้ามีตาในสังคม ไม่รวยพอที่จะมานั่งแย่งสมบัติกัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้แตกแยกได้ทั้งนั้น คนเรามักจะปฏิเสธว่าเรารักกันซะอย่าง แต่เชื่อเถอะพอเอาเข้าจริงๆน้อยคนนักที่จะฝ่าตรงนี้ไปได้ ขนาดคนธรรมดาเค้ายังมีปัญหาเลย กะอีแค่เข้ากะพ่อแม่ไม่ได้เนี่ย
สรุปว่าคงไม่ได้ไปทะเลคนเดียวแล้ว เพราะหลายคนทักท้วงให้เอาเพื่อนไปคนนึง เพราะว่ามันอันตรายจริงๆ ก้อตอนนี้มีชวนๆอยู่ แต่มันคงดูราคาก่อน ถ้าไม่ไหวหรือแพงไป เราคงต้องไปกับทัวร์ล่ะนะ ตัดปัญหาไปเลย จบ!!! |
| |
เขียนเมื่อวันที่ 24/02/2004 08:54:41 น. « เอื้อนเอ่ย
สีเบจ »
2 Comment
|
|
|
July 2004
|
| Sun |
Mon |
Tue |
Wed |
Thu |
Fri |
Sat |
| |
|
|
|
1 |
2 |
3 |
| 4 |
5 |
6 |
7 |
8 |
9 |
10 |
| 11 |
12 |
13 |
14 |
15 |
16 |
17 |
| 18 |
19 |
20 |
21 |
22 |
23 |
24 |
| 25 |
26 |
27 |
28 |
29 |
30 |
31 |
| |
|
|
|
|
|
|
|
|