Counter 570
Blogroll: how many adidas stella mccartney | purchase home storage solutions | buy aerosoles flat | picture Acorn Women Slipper
Diary

! @ m S h Y l ! s M


     
วันสบาย

นานแสนนานที่ไม่ได้อัพ นั่นเป็นเพราะสอบ  ความจริงน่าจะเป็นเม่อวานที่ได้อัพเพราะสอบเส็จ  แต่เม่อสอบเส็จ ใครล่ะจะรีบตรงดิ่งกลับบ้าน ก้อเถลไถลต่อด้วยการไปเล่นเกมวินนิ่งกับเพื่อน 2 ชม.กว่า  เล่นเอาปวดตากันไปตามๆกัน  กลับมาบ้านยังไม่วายติดเกมสามก๊กที่เล่นค้างเอาไว้ ก้อเลยไม่ได้อัพซะที

ก้อเช้าวันรุ่งขึ้นนี่ละ เป็นฤกษ์ดี อากาศปลอดโปร่งและไร้ซึ่งความกังวลใดๆ  อีกทั้งยังเป็นวันปิดเทอมวันแรก (หรือใครจะเถียงว่าไม่ดี!?)

ตอนนี้ค่อนข้างสับสนตัวเองอยู่พอสมควร  แต่ก้อไม่ได้ซีเรียสมากนักหรอกนะ  เรื่องที่สับสนนั้นก้อเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นสุภาพบุรุษโดยเฉพาะบนรถเมล์หรือรถโดยสารประจำทางต่างๆ(อาจรวมถึงรถไฟฟ้าด้วย)  สมัยก่อนผู้ชายจะเสียสละที่นั่งให้ผู้หญิง เด็กและคนชราทุกเมื่อที่มีโอกาส   แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไป สังคมก้อเปลี่ยน ทีนี้ไม่เสียสละอะไรอีกแล้ว (เห็นได้ชัดเจนในกทม.)  ถึงกระนั้นก้อยังมีส่วนน้อยที่อาจจะเสียสละให้คนชรา หรือเด็ก ส่วนผู้หญิงจะเป็นกรณีที่ยืนอยู่แล้วมีที่ว่าง  ส่วนตัวเองก้ำกึ่งระหว่างสองพวกนี้  บางครั้งทำบางครั้งก้อไม่กล้าไม่รู้เพราะอะไร  สาเหตุที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ คนอื่นเค้าไม่ทำกัน  เพราะคนเรานั้นประเพณีการยึดถือปฏิบัติหรือค่านิยมเป็นสิ่งที่สำคัญที่คนส่วนมากจะทำตามๆกัน หากทำผิดแผกแปลกแยกแล้วจะถูกเพ่งเล็ง  ซึ่งผมก้อไม่รู้เหมือนกันนะว่าคิดไปเองรึเปล่า  สิ่งที่คิดว่าทำแล้วน่าจะเกิดแรงกระตุ้นให้ทำได้ไม่ลังเลคือ พยายามนึกภาพผู้ชายที่นั่งอยู่อย่างหน้าตาเฉยแล้วมีผู้หญิงยืนค้ำหัวอยู่  แล้วต้องรู้สึกให้ได้ว่า มันช่างเห็นแก่ตัวซะนี่กระไร   ตอนเรียนวรรณคดีมรดก อ.ถามว่า "เคยรึเปล่าที่ว่า เวลาเราจะทำความดีนั้น ก่อนทำเราจะรู้สึกลังเลและอึกอัก แต่พอทำไปแล้ว จะรู้สึกโล่งใจอย่างมาก"  "เหมือนตอนที่เราให้ของรักของหวงแก่เพื่อนรัก เพียงแค่เค้าเอ่ยปากบอกว่าชอบมากเท่านั้น เคยมั้ยและรู้สึกอย่างไร"  คำตอบในใจคือ "เคย" แต่สำหรับในตอนนี้มันนานจนลืมไปแล้วล่ะ..

หลังๆมาไม่ค่อยได้ดูละครเท่าไหร่ เพราะออกจะเบื่อๆไป แล้วมันก้อซ้ำซากสุดๆ  แต่มาติดใจเอาละครเรื่องนึงทางช่องสาม  เป็นละครที่เอามาจากนิยายซึ่งผู้เขียนได้เขียนโดยเล่าเรื่องผ่านไดอารี่ของคนสองคน  ส่วนตัวคิดว่าแปลกดีจึงติดตาม ประกอบกับชื่อเรื่องที่น่าสนใจ  บางครั้งดูๆไปก้อมีน้ำเน่าบ้าง  แต่มีสิ่งอื่นที่กลบความรู้สึกนั้นลงไปได้  ทำให้อยากจะติดตามไปเรื่อยๆจนถึงตอนอวสาน  ความรู้สึกหรืออารมณ์ที่ได้จากเรื่องนี้แตกต่างจากละครทั่วๆไป  ความจริงละครทุกเรื่องเราก้อรู้อยู่แล้วละ ใช่มะว่าพระเอกนางเอกต้องhappy ending แต่เค้าจะไม่บอกก่อนหรอก ให้เราได้ลุ้นอยู่บ้าง ยิ่งอีตอนที่นางเอกถูกนางร้ายรังแกหรือไปยั่วยวนพระเอก คงกระตุ้นความรู้สึกเราให้ลุ้นไปว่า "ไม่นะ อย่านะ!"   ส่วนเรื่องนี้แตกต่างออกไปคือนางเอกและพระเอกต่างมาเล่าเรื่องราวของตน เพราะนั้นเรารู้อยู่แล้วว่าทั้งสองลงเอยกันด้วยดี  เพราะนั้นตัวความรู้สึกนั้นออกไปได้เลย เมื่ออารมณ์ลุ้นหายไป เราจะดูหนังเรื่องนี้ได้อย่างที่ว่ารู้สึกสบาย เรื่อยๆ แต่ได้มองภาพชีวิตที่ดำเนินไปของคนสองคน กว่าจะมาเป็นอย่างที่กำลังเขียนเล่าเรื่องราวอยู่  นอกจากนั้นได้รู้ว่าอีตอนที่กระทำอยู่ในตอนนั้น  จริงๆแล้วคิดอะไรอยู่

สิ่งที่ได้จากเรื่องนี้ไปเต็มๆเลย คือ คู่แท้มักไม่ใช่คนพูดเก่ง พูดมาก และไม่จริงใจ  ทำไมน่ะหรอ  เพราะคนเราถ้าพูดเก่งจะเรียกร้องเก่ง จะทะเลาะเก่ง มีอะไรก้อจะพูดไปทันที  และได้อะไรมาง่ายด้วยปาก  เมื่อมาง่ายย่อมไม่เห็นความสำคัญ  ตรงข้ามกัน  คนพูดไม่เก่งมักเน้นที่การกระทำ เพราะตัวเองจะไปพูดแข่งกับใครได้  และเมื่อพูดโน้มน้าวไม่เก่ง จีบสาวก้อไม่เก่ง โอกาสก้อน้อยลงไป จึงเห็นความสำคัญขึ้นมาและพร้อมจะรักษาไว้ให้ดีที่สุด  ส่วนอันที่สองพูดมาก คนพูดมากก้อมากเรื่อง มีอะไรก้อพูดๆๆไม่รู้จักเก็บเอาไว้มั่ง แล้วยิ่งพูดมากก้อยิ่งชวนให้ทะเลาะง่ายขึ้น เป็นต้นเหตุของปมปัญหา ส่วนในทางตรงกันข้าม คนพูดน้อย บางครั้งสิ่งที่อยากจะพูด ก้อไม่ได้พูด ซึ่งอาจเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหา  จะพยายามข่มใจไว้แทน สิ่งเหล่านี้เป็นบ่อเกิดของความอดทน และความอดทนนี้เองที่ทำให้เกิดรักที่ยั่งยืนขึ้นได้  สุดท้ายความจริงใจ ก้อน่าจะรู้ข้อนี้กันดี  แต่บางคนอาจเห็นว่าพูดเก่งมันก้อไม่ได้เสียหายอะไรนี่  มันก้อเป็นไปได้นะ ถ้าสองสิ่งที่เหลือไม่มีเลย

อีกอย่างคนสองคนที่มีรักแท้ให้กันและกัน มักเป็นคนธรรมดาไม่มีหน้ามีตาในสังคม ไม่รวยพอที่จะมานั่งแย่งสมบัติกัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้แตกแยกได้ทั้งนั้น  คนเรามักจะปฏิเสธว่าเรารักกันซะอย่าง  แต่เชื่อเถอะพอเอาเข้าจริงๆน้อยคนนักที่จะฝ่าตรงนี้ไปได้  ขนาดคนธรรมดาเค้ายังมีปัญหาเลย กะอีแค่เข้ากะพ่อแม่ไม่ได้เนี่ย

สรุปว่าคงไม่ได้ไปทะเลคนเดียวแล้ว เพราะหลายคนทักท้วงให้เอาเพื่อนไปคนนึง เพราะว่ามันอันตรายจริงๆ ก้อตอนนี้มีชวนๆอยู่ แต่มันคงดูราคาก่อน ถ้าไม่ไหวหรือแพงไป เราคงต้องไปกับทัวร์ล่ะนะ ตัดปัญหาไปเลย จบ!!!  
 
เขียนเมื่อวันที่ 24/02/2004 08:54:41 น.
  « เอื้อนเอ่ย   สีเบจ »
  2 Comment




Comment message

โบว์ Post date : 28/02/2004 23:58:29 น.
Comment : 123 x

ช่ายๆ ไปต่างจังหวัดคนเดียวน่ากลัวจะตายไป หาเพื่อนไปซักคนนั่นแหละดีที่สุดนะจ๊ะ
Post date : 25/02/2004 17:40:55 น.
Comment : 121 x

ดูเหมือนไดจะยาว แต่กลับไม่ยาว เพราะอ่านจบ
..
ถูกค่ะ คนเราควรดูที่การกระทำมากกว่าคำพูด
..
พูดในเรื่องที่สมควรพูด เพื่อให้อีกฝ่ายได้รับรู้ถึงความรู้สึกของเรา ว่าคิดยังงัยกับเค้า
..
แบบนี้ใช่ป่าวคะ




:)
July 2004
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31
             

  Online Diary
    ไปแล้วดีกว่า
  ปิดฉาก(อย่างไม่เป็นทาง..
  มาย นิว อีเมวแอดเดรส
  บันทึกความทรงจำ 3
  บันทึกความทรงจำ 2
  บันทึกความทรงจำ
  ออซ-พิซีส
  สีเบจ
  วันสบาย
  เอื้อนเอ่ย
  รู้ตัว
  Oh my God!!
  มอเอียเมียมัน
  หมีพูห์กับแฟนฉัน
[ 0 1 2 3 » ]
   


  Comment here
  name/email
 
 
  message Icon toy
 
 
* Please login before use Icon
   







    [ ส่งเมลล์ถึงเจ้าของไดอารี่ | แอด:iamshylism -> diarylist | แนะนำได:iamshylism ให้เพื่อนๆ ]
    PRIVACY POLICY | DISCLAIMER | HELP | ADS | CONTACT
    COPYRIGHT © 2000-2007 STORYTHAI.COM., ALL RIGHT RESERVED.